มองมุมใหม่! ‘สนธิรัตน์’ ฉายภาพ ‘เรือดำน้ำ’ ในมิติทางเศรษฐกิจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 เม.ย. 2560 23:06

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/906191


‘สนธิรัตน์’ ฉายภาพ ‘เรือดำน้ำ’ ในมิติเศรษฐกิจ พบไทยมีมูลค่าเศรษฐกิจทางทะเลปี 57 กว่า 24 ล้านล้าน คาดหากมีเครื่องไม้เครื่องมือที่ช่วยดูแล จะพัฒนามูลค่าเศรษฐกิจทางทะเลได้ในอนาคต เผยไทยมีโอกาสขยับเป็นฮับโลจิสติกส์ทางเรือได้เช่นกัน

เมื่อวันที่ 5 เม.ย.60 นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์กับ ‘ไทยรัฐออนไลน์’ ว่า ผลประโยชน์ทางทะเลของไทยมีมากมายมหาศาล เราอยู่บนศักยภาพที่จะใช้ผลประโยชน์ทางทะเลในอนาคตได้มาก เช่น มิติด้านการประมง มิติด้านทรัพยากรธรรมชาติ มิติด้านปิโตรเคมี มิติด้านโลจิสติกส์

ทั้งนี้ ในด้านโลจิสติกส์นั้น ยกตัวอย่างเช่นประเทศสิงคโปร์ ที่เป็นฮับ (HUB) ด้านโลจิสติกส์ทางเรือ ซึ่งไทยเองก็สามารถเป็นได้ โดยประเทศไทยอยู่ระหว่าง มหาสมุทรอินเดีย และมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งตรงนี้เอง ถ้าเรามีการเชื่อมโยงเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจแนวตะวันออก-ตะวันตก หรือ East-West Economic Corridor เมื่อไหร่ก็จะทำให้ไทยเป็นฮับด้านการขนถ่ายลำ หรือ Transshipment คือเวลาเรือเข้าจะมีเรือแม่ขนาดใหญ่ (Mother Vessel) แต่ถ้าหัวใจสำคัญเราสามารถพัฒนาเรือลูก (Feeder Vessel) ที่ขนถ่ายสินค้าไปสู่ท่าต่างๆ ในโลกได้ ตรงนี้จะเป็นประโยชน์มหาศาลกับประเทศไทยในอนาคต และไทยก็สามารถขึ้นมาเป็นฮับโลจิสติกส์ทางเรือได้

อย่างไรก็ตาม เราไม่จำเป็นต้องแข่งกับสิงคโปร์ ซึ่งเราใช้ศักยภาพทางด้านเออีซีผสมกับศักยภาพประเทศอุตสาหกรรมใหม่ (New Industry) ที่มีการลงทุนเข้ามาในพื้นที่ตรงนี้ ถ้าเรามองแผนที่โลกจะพบว่า ไทยอยู่ตรงกลาง 2 คาบมหาสมุทร ด้านที่ติดทะเลของไทยมีพื้นที่กว่า 3,000 กิโลเมตร มีจังหวัดที่ติดทะเล 23 จังหวัด ซึ่งคำถามคือเราจะใช้ทรัพยากรทางทะเลให้เต็มที่อย่างไรที่จะพัฒนามูลค่าเศรษฐกิจทางทะเล

นายสนธิรัตน์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของเรือดำน้ำนั้น ถ้าเรามองในมุมมิติเชิงเศรษฐกิจจะพบว่า เรือดำน้ำมีประโยชน์ที่จะลงไปดูทรัพยากรใต้ท้องทะเล ซึ่งปกติเราต้องใช้มนุษย์ลงไปดู เพราะเราไม่มีเครื่องไม้เครื่องมือที่จะลงไปสำรวจ ถ้าเรามีมูลค่าเศรษฐกิจทางทะเลมากเช่นนี้ ถ้าเรามีเครื่องมือเครื่องไม้เช่นเรือดำน้ำลงไปดู และใช้ในเชิงเศรษฐกิจได้ ตนก็มองว่าประเทศไทยก็น่าจะพิจารณาเรื่องนี้เช่นกัน

“ผมมองในมุมมองเศรษฐกิจ ไม่อยากให้มองในแง่ความมั่นคงเพียงอย่างเดียว ไม่ใช่ว่าเราจะไปรบกับใคร ถ้าลองฉายภาพดูจะพบว่า น่านน้ำทะเลเราใหญ่ แต่ไม่มีอะไรที่สามารถปกป้อง หรือไม่มีอะไรดูแลข้างใต้ท้องทะเลให้เราเลย ก็เป็นเรื่องที่น่าคิด รวมไปถึงเรื่องการท่องเที่ยวด้วย เรามีมูลค่าเศรษฐกิจด้านการทะเลเมื่อปี 2557 ประมาณ 24 ล้านล้านบาท ที่ผมอยากจะกระตุ้นเตือนคือ ไม่อยากให้เราละเลยมูลค่าเศรษฐกิจทางทะเล”

 

Leave a comment