ปลุกปั้น 5 พันค้าปลีกชุมชน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 7 เม.ย. 2560 06:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/907235


พาณิชย์เร่งติวเข้มหวังพลิกโฉมโชห่วยไทย

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเดินหน้ายกระดับร้านโชห่วยตั้งเป้าพัฒนาเพิ่มอีกกว่า 5 พันร้านในปี 60 เตรียมส่งร้านค้าส่งต้นแบบเข้าไปช่วยทั้งบริหารจัดการร้านค้า จัดเรียงสินค้าและการปรับภาพลักษณ์ร้านค้า เผยล่าสุดยังมีโชห่วยในระบบอีกกว่า 4 แสนที่ยังต้องช่วยเหลือ

น.ส.บรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กรมได้จัดทำโครงการค้าส่งค้าปลีกไทยสู่ชุมชนปี 60 โดยจะพัฒนาร้านค้าส่งค้าปลีกต้นแบบซึ่งปัจจุบันได้พัฒนาไปแล้ว 114 ร้านใน 65 จังหวัด ให้ขยายเพิ่มอีก 35 ร้าน ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดภายในปีนี้ เพื่อให้มีสาขาของร้านค้าส่งค้าปลีกทั่วประเทศที่จะเข้ามาดูแลร้านค้าปลีกรายย่อย (โชห่วย) ในเครือข่าย และช่วยสร้างความเข้มแข็งให้ร้านค้าปลีกรายย่อยที่จะเข้ามาช่วยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นต่อไป

นอกจากนี้ กรมได้พัฒนาให้มีร้านค้าปลีกรายย่อยในเครือข่ายแล้ว 20,081 ราย และได้ตั้งเป้าในปีนี้ที่จะพัฒนาเพิ่มขึ้นอีก 5,454 ราย โดยจะให้ร้านค้าส่งค้าปลีกต้นแบบจำนวน 60 ราย เป็นพี่เลี้ยงเข้าไปช่วยพัฒนาปรับภาพลักษณ์ให้แก่ร้านค้าปลีกรายย่อย ซึ่งจะเน้นการพัฒนาใน 3 ด้าน คือ การบริหารจัดการร้านค้า การจัดเรียงสินค้า และการปรับภาพลักษณ์ร้านค้าเพื่อให้ร้านค้าปลีกรายย่อยมีการพัฒนาและแข่งขันกับร้านค้าปลีกสมัยใหม่ได้

“จากการสำรวจมีร้านค้าปลีกรายย่อย หรือ ร้านโชห่วยในระบบอีกไม่ต่ำกว่า 400,000 ราย มีทั้งเปิดทั้งปิด ซึ่งกรมได้ตั้งเป้าที่จะพัฒนาร้านโชห่วยเหล่านี้ให้ดีขึ้น เพราะใกล้ชิดชาวบ้านและ สามารถนำมาใช้เป็นแขนขาของกระทรวงพาณิชย์ในการกระจายสินค้าในโครงการธงฟ้าประชารัฐ หรือช่วยขายสินค้าเกษตรและสินค้าชุมชนได้ แต่ก็ต้องเข้าไปพัฒนาก่อน โดยตั้งเป้าที่จะพัฒนาให้เพิ่มขึ้นอีกไม่ต่ำกว่า 5,000 รายในปีนี้” น.ส.บรรจงจิตต์กล่าว

ส่วนการที่กรมต้องใช้ประโยชน์จากกลไกการเชื่อมโยงเครือข่ายการทำธุรกิจระหว่างค้าส่งกับ ค้าปลีกมาใช้ในการพัฒนาร้านโชห่วย เพราะเห็นว่า เดิมทีร้านโชห่วยเป็นลูกค้าของร้านค้าส่งอยู่แล้ว จึงได้ผลักดันให้ร้านค้าส่งเข้ามาทำหน้าที่ช่วยพัฒนาร้านโชห่วย เพราะหากร้านโชห่วยเข้มแข็งร้านค้าส่ง ก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย เป็นการเกื้อกูลกันในการทำธุรกิจ ขณะที่ร้านโชห่วยหากพัฒนาปรับภาพลักษณ์ให้ดีขึ้นจะดึงดูดให้ผู้บริโภคหันมาซื้อสินค้าจากร้านมากขึ้นทำให้มีรายได้มากขึ้นช่วยสนับสนุนนโยบายรัฐบาลในการสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจท้องถิ่นได้ด้วย

น.ส.บรรจงจิตต์กล่าวต่อถึงความคืบหน้าการจำหน่ายสินค้าในโครงการ “ธงฟ้าประชารัฐ” ว่า ขณะนี้ผู้ผลิตรายใหญ่ได้จัดส่งสินค้าจำนวน 18 สินค้ารวม 48 รายการ เช่น สบู่ ยาสีฟัน ผงซักฟอก แชมพู บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในราคาถูกกว่าท้องตลาด 15-20% ไปยังร้านค้าปลีกในการส่งเสริมของกรมที่เข้าร่วมโครงการจำนวน 5,000 ร้านทั่วประเทศแล้ว ซึ่งผู้บริโภคสามารถหาซื้อสินค้าที่จำเป็นต่อการครองชีพได้แล้ว โดยโครงการ “ธงฟ้าประชารัฐ” เป็นโครงการที่กระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมมือกับผู้ผลิตรายใหญ่ 5 ราย ได้แก่ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน), บริษัท ยูนิลีเวอร์ไทย เทรดดิ้ง จำกัด, บริษัท คอลเกต-ปาล์มโอลีฟ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น เพื่อจำหน่ายในร้านค้าปลีกที่อยู่ในความส่งเสริมของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และร้านค้าในความส่งเสริมของสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติที่มีอยู่จำนวน 19,000 แห่ง.

 

Leave a comment