ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 เม.ย. 2560 16:06
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/909321

เมื่อวันที่ 9 เม.ย.2560 นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า เพื่อความปลอดภัยในการเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะ กรมการขนส่งทางบกแนะนำให้ประชาชนใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ ณ สถานีขนส่งผู้โดยสาร และจุดจอดที่ราชการกำหนดรวม 212 แห่งทั่วประเทศ เพื่อความมั่นใจรถโดยสารทุกคันและพนักงานขับรถทุกคนผ่านการตรวจสอบความพร้อมก่อนปฏิบัติหน้าที่ ตามมาตรการ “สแกนรถโดยสาร” จากต้นทาง ซึ่งกรมการขนส่งทางบก ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการทำงาน อาทิ บริษัท ขนส่ง จำกัด ทหาร ตำรวจ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ท้องถิ่น และกระทรวงสาธารณสุข ดำเนินการเข้มข้น จริงจัง ตามรายการตรวจสอบที่กรมการขนส่งทางบกจัดทำขึ้น (Checklist) เช่น ตรวจสอบการติดตั้งระบบ GPS Tracking ในรถตู้โดยสารและรถโดยสารสาธารณะ การติดตั้งเข็มขัดนิรภัยต้องมีครบทุกที่นั่งและสามารถใช้งานได้ จำนวนที่นั่งไม่เกินตามที่กำหนด ตำแหน่งการติดตั้งที่นั่งต้องไม่กีดขวางประตูฉุกเฉิน สภาพยางและล้อต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์ เป็นต้น
ส่วนพนักงานขับรถตรวจใบอนุญาตขับรถ ตรวจความพร้อมของร่างกาย ไร้สารเสพติดและแอลกอฮอล์เป็นศูนย์ 100% ทั้งนี้ หากพบความบกพร่องที่อาจเกิดอันตรายต่อผู้โดยสาร จะสั่งพ่นห้ามใช้รถ หรือห้ามปฏิบัติหน้าที่ขับรถทันที หากผู้ประกอบการหรือพนักงานขับรถฝ่าฝืนกระทำผิดกฎหมายหรือมีการกระทำผิดซ้ำซาก จะดำเนินมาตรการลงโทษขั้นสูงสุด ถึงขั้นพักใช้เพิกถอนใบอนุญาตขับรถ พักใช้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบการขนส่ง โดยดำเนินมาตรการเข้มข้นตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์ตั้งแต่ 5 – 24 เมษายน 2560 และต่อเนื่องตลอดปี เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนตลอดทั้งปี
นายสนิท กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ กรมการขนส่งทางบกยังเตรียมพร้อมรองรับการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2560 โดยเน้นย้ำให้สำนักงานขนส่งจังหวัดทุกแห่งจัดบริการและอำนวยความสะดวก และรถจัดเตรียมรถโดยสารสาธารณะ รวมถึงรถเสริมในแต่ละเส้นทางให้เพียงพอกับความต้องการเดินทางของประชาชน ทั้งเที่ยวไปและเที่ยวกลับอย่างเพียงพอ ไม่ล่าช้า และต้องไม่มีผู้โดยสารตกค้างที่สถานีขนส่งผู้โดยสารเด็ดขาด โดยรถเสริมทุกคัน ต้องได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบก และต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขความปลอดภัย และเป็นไปตามเงื่อนไขการให้บริการที่ถูกต้องเป็นธรรมอย่างเคร่งครัด อาทิ เก็บค่าโดยสารในอัตราที่ทางราชการกำหนด รับ-ส่งผู้โดยสาร ณ สถานีขนส่งผู้โดยสาร และต้องแสดงหนังสืออนุญาตไว้ที่ด้านหน้ารถเพื่อให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบ
อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวอีกว่า นอกจากมาตรการตรวจความพร้อมของรถและคนก่อนออกเดินทางแล้ว ยังกำหนดมาตรการตรวจความพร้อมของรถโดยสารสาธารณะและความพร้อมของพนักงานขับรถ ณ จุดตรวจความพร้อมระหว่างทางบนเส้นทางสายหลักและสายรองทั่วประเทศ จำนวน 14 จุด ใน 11 จังหวัด ได้แก่ กำแพงเพชร พิษณุโลก ลำปาง นครราชสีมา บุรีรัมย์ ขอนแก่น ประจวบคีรีขันธ์ นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี สงขลา และระยอง โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง หากตรวจสอบพบพนักงานขับรถเสพสารเสพติด ดื่มแอลกอฮอล์ขณะปฏิบัติหน้าที่ ส่งดำเนินคดีตามกฎหมายทันที และผู้ประกอบการต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วย โดยตั้งเป้าลดจำนวนผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถโดยสารสาธารณะให้เป็นศูนย์
นายสนิท กล่าวว่า กรมการขนส่งทางบกยังได้จัดหน่วยเคลื่อนที่ออกตรวจจับความเร็วรถโดยสารสาธารณะทุกประเภทด้วยกล้องเลเซอร์ในเส้นทางสายหลักเข้า–ออกกรุงเทพมหานคร ควบคู่กับการติดตามรถโดยสารสาธารณะทุกคันผ่านศูนย์บริหารจัดการเดินรถด้วยระบบ GPS ของกรมการขนส่งทางบกและศูนย์ GPS สำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ รวมทั้งประชาชนสามารถติดตามได้ผ่าน Application DLT GPS ตลอดช่วงเทศกาล นอกจากนี้ ได้จัดเจ้าหน้าที่ออกตรวจความพร้อมของผู้ประกอบการขนส่ง ณ สถานประกอบการทั่วประเทศ โดยตรวจสอบความปลอดภัยของตัวรถโดยสารสาธารณะและอุปกรณ์ส่วนควบ เพื่อเป็นการกระตุ้นเตือนผู้ประกอบการขนส่งและพนักงานขับรถใส่ใจเรื่องความปลอดภัยในการให้บริการ พร้อมประชาสัมพันธ์มาตรการด้านความปลอดภัยและการบังคับใช้กฎหมายที่กรมการขนส่งทางบกจะดำเนินการอย่างเข้มข้นจริงจัง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในระบบรถโดยสารสาธารณะ
อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวด้วยว่า หากประชาชนหรือผู้โดยสารพบปัญหาจากการใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ พบการกระทำความผิด เรียกเก็บค่าโดยสารเกินกำหนด หรือมีพฤติกรรมที่อาจก่อให้เกิดอันตราย แจ้งศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารรถสาธารณะ โทร. 1584 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือร้องเรียนผ่านทางเว็บไซต์ที่ http://ins.dlt.go.th/cmpweb/ หรือ ผ่านทาง E-mail ที่ dlt_1584complain@hotmail.com, แอปพลิเคชัน ชื่อว่า “ร้องเรียนรถสาธารณะ”, เฟซบุ๊กเพจ ชื่อ “กตส. กรมการขนส่งทางบก”, LINE ID ในชื่อ “1584dlt” หรือเดินทางมาร้องเรียนด้วยตนเอง ณ กรมการขนส่งทางบก.