ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/politic/263925
การเมือง > ข่าวการเมือง : 9 มี.ค. 2560
‘สนช.’ รับหลักการร่าง พ.ร.บ. อาวุธปืนฯ คุมเพิ่ม”ลูกดอกไฟฟ้า-ดอกไม้เพลิง-บั้งไฟ – ตะไล’
9 มี.ค. 60 – ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)โดยมีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. เป็นประธานโดยได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ….ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ
นายสุธี มากบุญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ชี้แจงว่า พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 ได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานาน บทบัญญัติหลายมาตราไม่เหมาะสมกับกาลสมัย เนื่องจากเทคโนโลยีในการผลิตฯ ในปัจจุบันนี้ ได้ก้าวหน้าไปมาก ส่งผลให้กฎหมายที่บังคับใช้ไม่สอดคล้องและไม่เหมาะสมกับสภาพการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป รวมทั้งอัตราโทษและค่าธรรมเนียมที่กำหนดไว้ในกฎหมายก็ยังไม่เหมาะสม สมควรแก้ไขเพิ่มกฎหมายดังกล่าว เพื่อใช้บังคับให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันและความปลอดภัยของประชาชน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สาระสำคัญคือ เป็นการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ. อาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 ตามสภาพการณ์ปัจจุบัน เช่น กำหนดคำนิยาม ‘เครื่องบังคับให้เสียงเบาผิดปกติ ’ เนื่องจากในปัจจุบัน มีการนำไปใช้ประกอบเข้ากับอาวุธปืน ทำให้บุคคลทั่วไปไม่สามารถรับรู้ถึงการก่ออาชญากรรม ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีมาตรการควบคุมเฉพาะ ‘เครื่องกระสุนปืน’ ให้หมายรวมถึงตลับลูกดอกไฟฟ้า และลูกดอกไฟฟ้า เพราะมีความร้ายแรงไม่แตกต่างกับกระสุนปืน จึงต้องมีมาตรการควบคุมเช่นเดียวกัน ‘ดอกไม้เพลิง’ ให้หมายรวมตลอดไปถึงบั้งไฟและตะไล เนื่องจากปัจจุบัน มีการจัดแข่งขันบั้งไฟและตะไล ทำให้เกิดอันตรายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมทั้งเป็นอันตรายต่อการเดินอากาศยานด้วย และกำหนดให้แก้ไขบทกำหนดโทษและปรับปรุงอัตราค่าธรรมเนียมให้เหมาะสมเพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจ
จากนั้นได้เปิดให้สมาชิกได้อภิปรายร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวโดย พล.อ.อู๊ด เบื้องบน สมาชิก สนช. อภิปรายว่า ตนมีข้อสังเกตถึงร่างกฎหมายโดยเฉพาะกรณีที่ร่าง พ.ร.บ.กำหนดมาตรการให้อาวุธปืนที่ได้รับอนุญาตใน พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 ให้นายทะเบียนท้องที่มีอำนาจเรียกผู้ได้รับใบอนุญาตฯ ให้นำอาวุธปืนเพื่อมาจัดทำรายละเอียด เกี่ยวกับอาวุธปืน ให้แล้วเสร็จภายใน 6 ปี นับแต่วันที่ร่าง พ.ร.บ.นี้ใช้บังคับนั้น ตนเห็นว่า ด้วยศักยภาพการดำเนินการของนายทะเบียนฯจะสามารถทำได้ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ฯ ได้หรือไม่ และไม่มีมาตรการจูงใจให้ผู้ครอบครองอาวุธปืนที่ไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย หรือปืนเถื่อน ให้นำปืนมาขึ้นทะเบียนตามกฎหมาย อีกทั้ง กฎหมายกำหนดให้คำนิยามของ ‘ดอกไม้เพลิง’ ให้ครอบคลุม บั้งไฟ และ ตะไล นั้น ตนเกรงว่า อาจจะกระทบกระเทือนกับขนบธรรมเนียมของท้องถิ่น และผู้ประกอบอาชีพดังกล่าว
ด้านนายพรศักดิ์ เจียรณัย สมาชิก สนช. ระบุว่า การแก้ไขกฎหมายดังกล่าวเป็นที่ถูกใจของประชาชน อีกทั้ง รัฐบาลชุดนี้ ได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาอาวุธปืน โดยมีการออกประกาศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หลายฉบับ สำหรับร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ตนมีประเด็นที่เน่าเป็นห่วง 2 เรื่อง คือ การห้ามออกใบอนุญาตให้กับผู้ไม่มีสัญชาติไทย เพราะอาจจะกระทบกับบุคคลชาวต่างชาติที่มีความจำเป็นต้องใช้ปืนเพื่อการปฏิบัติหน้าที่หรือการกีฬา และในมาตราที่อนุญาตให้บริษัทขนส่งเงินหรือทรัพย์สินที่มีจำนวนมาก สามารถสั่งซื้อปืนให้กับบุคคลที่ทำหน้าที่ดูแลทรัพย์สินได้นั้น เห็นว่า จะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยจะต้องคำนึงถึงผลกระทบของประชาชนโดยรวมและอาจจะกระทบในมาตราที่ไม่ได้เสนอแก้ไข
นายสุธี ชี้แจงว่า ประเด็นที่กำหนดให้ผู้ได้รับใบอนุญาตฯ นำปืนให้นายทะเบียนท้องที่ตรวจสอบอัตลักษณ์ภายใน 6 ปี นั้น ตนต้องเรียนตามความเป็นจริงว่า จำเป็นที่จะต้องดำเนินการของบประมาณเพิ่มเติมในการจัดซื้อเครื่องพิสูจน์อัตลักษณ์ของปืน ให้กับทุกอำเภอของ 76 จังหวัด (ยกเว้นกรุงเทพมหานคร) โดยหากได้รับงบประมาณเพียงพอ ก็สามารถดำเนินการได้ภายในระยะเวลาดังกล่าว ซึ่งจะต้องขอความร่วมมือกับผู้ได้รับใบอนุญาตฯ ด้วย
“การกำหนดให้ บั้งไฟ และ ตะไล อยู่ในหมวดเดียวกับดอกไม้เพลิง จะกระทบกับขนบธรรมเนียมประเพณีท้องถิ่นนั้น ยืนยันว่า ไม่ได้ส่งผลกระทบแต่อย่างใดเพราะได้มีการร่างเพื่อให้สอดคล้องทั้งประเพณีท้องถิ่นและครอบคลุมถึงข้อห่วงใยของทางกระทรวงคมนาคมถึงผลกระทบในการคมนาคมทางอากาศด้วย” นายสุธี กล่าว
จากนั้นที่ประชุมได้ลงมติรับหลักการร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวด้วยคะแนน 218 เสียง งดออกเสียง 4 เสียง ตั้งคณะกรรมาธิการฯ จำนวน 15 คน โดยให้เวลาสำหรับสมาชิกฯ แปรญัตติ 15 วัน และระยะเวลาการทำงานของคณะกรรมาธิการฯ 60 วัน.
