ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 10 เม.ย. 2560 05:01
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/909060

…ให้ “บริการสาธารณะ” และ เพื่อ “ประโยชน์” ของ ขสมก.
แต่กระแสข่าวที่แพร่สะพัดออกมาให้คนในแวดวงได้รู้กันในวงกว้างไม่ค่อยสู้ดีกับความรู้สึกเท่าใดนัก เมื่อ นายสมศักดิ์ ห่มม่วง รองปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะรักษาการผู้อำนวยการ ขสมก.กลับแสดงท่าทีตรงข้ามกับคำสั่งศาล
เหมือนไม่รู้ว่าประชาชนคนกรุงเทพฯ กว่า 1,500,000 คนที่ต้องใช้รถเมล์ทุกเช้าค่ำ ต้องอดทนรอคอยรถเมล์ใหม่มากว่า 14 ปีแล้ว
ต่างมีคำถามเดียวกัน…ผ่านมาถึงวันนี้ ยังจะให้ชาวบ้านรอไปถึงไหน?
ด้วยท่าทีที่น่าฉงน…เพราะทันทีที่ได้รับคำสั่งศาลฯ ท่านก็ได้ ระดมสรรพกำลังกรรมการด้านกฎหมายของ ขสมก.พร้อมด้วยตัวแทนจากสำนักอัยการสูงสุด เพื่อหารือแนวทางยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด
“หากศาลยืนตามการพิจารณาของศาลชั้นต้น คือให้ ขสมก.รับรถเมล์เอ็นจีวี ขสมก.ก็จะต้องปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าว ถึงแม้ว่า ขสมก.จะบอกเลิกสัญญาไปแล้วก็ตาม” …สุ้มเสียงที่กล่าวด้วยความงุนงง
ก็จะไม่ให้…งงงวย…ยกกำลังสองกันได้ยังไง…ถ้าไปพลิกดูในคำสั่งศาล ระบุชัดๆว่า “เมื่อตรวจรับมอบรถแล้วให้ ขสมก.ต้องปฏิบัติตามสัญญาต่อไป” แต่ดูเหมือนใครบางคนยังเวียนว่ายอยู่ในอ่าง ออกอาการเพ้อจะยกเลิกสัญญาให้ได้
ดูๆไปอดสงสัยไม่ได้ว่า ท่านปักธงที่จะยกเลิกสัญญา…เพื่อปูพรมเปิดทางให้มีการเปิดประมูลใหม่อีกรอบหรืออย่างไรกัน?
ซ้ำร้าย…ว่ากันว่ายังมีการอ้างถึงสาเหตุที่คำสั่งออกมาเช่นนี้ เป็นเพราะ “ผู้บริหาร ขสมก. ซึ่งรวมถึงอดีตผู้อำนวยการ ขสมก. ที่ได้เข้าชี้แจงต่อศาลก่อนหน้านี้นั้น ระบุไว้ 2 ประเด็น คือ
หนึ่ง…ไม่ได้ชี้ชัดว่าแหล่งกำเนิดรถเมล์เอ็นจีวีที่ถือเป็นสาระสำคัญเพื่อบอกเลิกสัญญาเบสท์ริน
และสอง…ไม่ได้ชี้ชัดว่าคุณสมบัติของตัวรถเมล์เอ็นจีวีเป็นสาระสำคัญในการบอกเลิกสัญญา ดังนั้น ตนจะเร่งหารือกับฝ่ายกฎหมายเพื่อต่อสู้ต่อไป”
ตายๆๆๆๆๆๆ…ตายสถานเดียว อนาคต ขสมก.ดับมืดดำบอดแล้ววันนี้…ประชาชนต้องห้อยโหนโจนทะยานอยู่บนซากรถเมล์เน่าๆต่อไปอีกนานแค่ไหน แล้วอีกกี่ปีกี่ชาติ ขสมก.ถึงจะลืมตาอ้าปากได้ หรือจะต้องขาดทุนดอกเบี้ยบานไม่หุบอีกต่อไปแบบไม่รู้อนาคตเช่นนี้
เมื่อความหวังดีจากศาลฯถูกแปรเปลี่ยนกลายเป็นเรื่องฟ้องร้องต้องต่อสู้ให้ตายกันไปข้าง จนลืมภาระหน้าที่หลักของ “ขสมก.” คือ “การให้บริการสาธารณชน” ไม่ใช่ตั้งตนเป็นเจ้าสำนักกฎหมายรับจ๊อบตามสั่ง
ความคิดเช่นนี้…ตรงข้ามกับความต้องการของประชาชน แถมยังทำร้ายความรู้สึกของพนักงาน ขสมก.กว่า 8,000 ชีวิต ที่ต้องทุกข์ทรมานเสี่ยงภัยขับรถเมล์สมัยเจ้าคุณปู่…ตุเรงๆๆไปตายเอาป้ายหน้า
สถานการณ์ความคืบหน้าที่เกิดขึ้นกรณีรถเมล์เอ็นจีวีลอตใหม่…ใหม่ชนิดแกะกล่องที่ตั้งตารอเป็นของขวัญคนกรุงรับปีใหม่มาตั้งแต่ปลายปี 2559 เป็นเช่นนี้ ทำให้ นายวีระพงษ์ วงศ์แหวน ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (สร.ขสมก.) ถึงกับหมดสิ้นความอดทน
เมื่อไม่นานมานี้ สวมอารมณ์แบบกินดีหมี บุกเข้ายื่นหนังสือถึง นายสมศักดิ์ ห่มม่วง และ นายพิชิต อัคราทิตย์ รมช.คมนาคม
พร้อมยืนยันเสียงหนักแน่นด้วยว่า “ไม่เห็นด้วยเลยที่รักษาการ ขสมก.จะอุทธรณ์ ในเมื่อคำสั่งศาลปกครองออกมาก็ชัดเจน พนักงาน ขสมก.กว่าแปดพันกว่าคน ต้องการใช้รถใหม่แทนรถเมล์เก่า ซึ่งใช้มานานแล้ว อายุแต่ละคันไม่ต่ำกว่า 20 ปี ขอให้ผู้บริหารฯห่วงใยชีวิตพวกเราด้วยเถอะครับ”
วีระพงษ์ บอกอีกว่า คำสั่งศาลปกครองกลางที่ให้ ขสมก.รับรถเมล์เอ็นจีวีที่วางเงินประกันภาษีแล้วออกจากอารักขากรมศุลฯแล้วนั้นถือว่า ขสมก.ได้ประโยชน์เต็มและยังเป็นประโยชน์กับการให้บริการสาธารณะอีกด้วย แล้วแบบนี้ท่านจะอุทธรณ์ไปทำไม?
ขสมก.เสียหายอะไรบ้าง? พวกเราทุกคนอยากรู้จริงๆ
เมื่อศาลท่านพิจารณามีคำสั่งออกมาแบบนี้ พวกท่านผู้บริหารทั้งหลายตั้งแต่บอร์ดคณะกรรมการตรวจรับ คณะกรรมการร่าง ทีโออาร์ หรือคณะกรรมการร่างสัญญา…พวกท่านต้องกลัวอะไรอีก?
“หรือพวกท่านเชื่อข่าวลือ…กลัวอำนาจที่อยู่เหนือ ขสมก.ที่มีผู้ไม่หวังดีเอามาปล่อยข่าว มันไม่มีจริงหรอก คนปล่อยข่าวนั่นแหละมีเจตนาที่ไม่ดีต่อองค์กรของพวกเรา…ท่านปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งศาลนะครับ ไม่ได้ปฏิบัติตามคำสั่งนักการเมือง”
พี่น้อง ขสมก.ผู้ใช้แรงงานทุกคน อยากให้ผู้บริหารทุกท่านทุกคณะเข้าใจว่า พวกท่านคือผู้ทรงคุณวุฒิที่ผ่านการสรรหาจากรัฐบาล พวกท่านเป็นที่พึ่งของพนักงาน ขสมก.ทุกชีวิต ขอให้พวกท่านใช้ความรู้ความสามารถพัฒนา ขสมก.ให้เจริญก้าวหน้า มุ่งเน้นการให้บริการสาธารณะเป็นหลัก
ขออย่าไปกังวลต่ออำนาจนอกองค์กร ขออย่าไปยึดติดกับตำแหน่งหรือเก้าอี้…ไม่ใช่จะตัดสินใจอะไรที…ต้องเอียงหูฟังผู้มีอำนาจที ขสมก.ควรเป็นตัวของตัวเองได้แล้ว
“ผมเชื่อว่าเมื่อท่านตัดสินปัญหาด้วยความรู้ความสามารถจริงๆแล้ว องค์กรของเราจะเดินหน้าและได้รับคำชื่นชมจากประชาชน อันเป็นจุดประสงค์หลักของท่านนายกรัฐมนตรี ท่านต้องเห็นคุณงามความดีของพวกท่านอย่างแน่นอน”
วีระพงษ์ บอกว่า เราได้รถเอ็นจีวี ก็เหมือนเราได้มีเครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัยขึ้น การใช้งานก็มีประสิทธิภาพมากขึ้น ความปลอดภัยทั้งพนักงานและประชาชนก็มั่นใจขึ้น คุณภาพชีวิตดีขึ้น
“พนักงานทุกคนมีกำลังใจที่จะทุ่มเททำหน้าที่ ขสมก.มีรายได้จากการให้บริการมากขึ้น ได้รับคำชื่นชมจากประชาชนที่มาใช้ ขวัญกำลังใจพนักงานก็มีแน่นอน”
ถึงตรงนี้อยากถามผู้บริหารทุกท่านว่า แบบนี้ไม่ใช่หรือที่พวกเราชาว ขสมก.ทุกคนฝันถึง โปรดอย่าต่อความยาวสาวความยืดอีกต่อไปเลย…เรื่องนี้ควรจบได้แล้ว
วีระพงษ์ วงศ์แหวน ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (สร.ขสมก.) ฝากความหวังทิ้งท้ายเพื่อคืนความสุขประชาชน “คนกรุงเทพ” ผู้หาเช้ากินค่ำ ยืนๆ…นั่งๆ…ชีวิตผูกพันอยู่กับ “บริการรถเมล์ ขสมก.”