ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 เม.ย. 2560 14:30
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/910042

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ ได้เปิดตัวโครงการ “ธงฟ้าประชารัฐ” โดยนำสินค้าอุปโภคบริโภค ที่จะขายในโครงการประชารัฐ ซึ่งมีราคาถูกกว่าท้องตลาด 15-20% มาจำหน่ายให้แก่ประชาชนที่เดินทางในช่วงก่อนวันหยุดต่อเนื่องในเทศกาลสงกรานต์ ณ สถานีขนส่งฯ หมอชิต สถานีขนส่งฯ สายใต้ใหม่ และสถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) ตั้งแต่วันนี้ถึง 11 เม.ย. 60 และจะเริ่มจำหน่ายสินค้าธงฟ้าประชารัฐผ่านช่องทางร้านค้าปลีกที่เข้าร่วมโครงการในช่วงปลายเดือน เม.ย. 60 ต่อไป
สำหรับการเปิดตัวโครงการดังกล่าว เป็นการแบ่งเบาภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนที่กำลังจะเดินทางกลับภูมิลำเนา ที่จะได้ซื้อของถูกกลับไปฝากญาติพี่น้อง โดยสินค้าที่นำมาจำหน่ายเป็นสินค้าอุปโภคบริโภคที่ใช้ในชีวิตประจำวัน จำนวน 18 สินค้า 48 รายการ เช่น สบู่ ยาสีฟัน ผงซักฟอก แชมพู บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง เป็นต้น โดยมีราคาถูกกว่าท้องตลาด 15-20%
“หลังจากเปิดตัวครั้งนี้แล้ว กระทรวงจะเปิดจำหน่ายสินค้าเหล่านี้ในร้านค้าปลีกที่อยู่ในการส่งเสริมของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า 5,454 แห่ง ร้านค้าในการส่งเสริมของสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ระยะแรก 500 แห่ง จากที่มีอยู่ 19,000 แห่ง ร้านค้าศูนย์สาธิตการตลาดในการส่งเสริมของกรมพัฒนาชุมชน ระยะแรก 102 แห่ง จากที่มี 790 แห่ง รวมร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการในระยะแรก 6,056 แห่ง รวมทั้งจะมีร้านค้าปลีกอื่นๆ ที่จำหน่ายสินค้าของผู้ผลิตสินค้าป้อนโครงการนี้ทั้ง 5 ราย เข้าร่วมโครงการด้วย”
นายสนธิรัตน์ กล่าวต่อว่า ในช่วงวันหยุดยาวต่อเนื่องในเทศกาลสงกรานต์ ได้มอบหมายให้กรมการค้าภายในตรวจสอบและติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบราคาสินค้าและบริการ รวมทั้งรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการตามสถานีขนส่งและสถานีรถไฟทั่วประเทศ เช่น ผู้จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม ผู้จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค ผู้ให้บริการรับฝากของบริการรถเข็นสัมภาระ จะต้องปิดป้ายแสดงราคาสินค้าและค่าบริการ เพื่อป้องปรามมิให้ฉวยโอกาสจำหน่ายสินค้าและคิดค่าบริการสูงเกินสมควร
“ถ้าพบการกระทำผิด ประชาชนสามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 จะจัดส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ และถ้าพบการกระทำความผิด จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยกรณีไม่ปิดป้ายแสดงราคามีโทษปรับ 10,000 บาท กรณีจำหน่ายสินค้าราคาสูงเกินสมควร กักตุนสินค้า และปฏิเสธการจำหน่าย ต้องโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”