ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 11 เม.ย. 2560 06:15
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/910690

นายพิเชฐกล่าวว่า ประเด็นปัญหาดาวเทียมนั้น จะตั้งทีมงานเพื่อมาศึกษารายละเอียดให้เกิดความรอบคอบและเป็นไปตามกฎหมาย “กรณีกิจการดาวเทียมนั้น เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมานานแล้ว ซึ่ง กสทช.และดีอี ก็ต้องทำงานร่วมกัน โดยจะตั้งทีมศึกษาเพื่อแก้ไขปัญหา การวางแผนเพื่อพัฒนากิจการดาวเทียมของประเทศ ส่วนข้อถามที่ว่าในยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปลี่ยน รมว.มา 3 คนแล้ว แต่ปัญหาดาวเทียมยังไม่ได้รับการแก้ไขนั้น ผมขอให้ยึดศาสนาพุทธเป็นหลัก โดยไม่ต้องมองอดีต ให้มองปัจจุบัน และให้รอดูการทำงานที่จะเกิดขึ้น”
นายฐากรกล่าวว่า ปัญหาดาวเทียมนั้น ได้เสนอแนะทางออกให้กับ รมว.ดีอี แล้วว่า ควรออกมาตรการทางปกครอง คือการเรียกเก็บเงินค่าวงตำแหน่งวงโคจรเพิ่มเติม สำหรับดาวเทียมดวง 7 และ 8
จากบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ส่วนจะจัดเก็บในอัตราเท่าใดนั้น เป็นอำนาจหน้าที่ของกระทรวงดีอี แต่หากไทยคมไม่ยินยอม ก็ให้ยื่นเรื่องฟ้องศาลปกครองได้ เพื่อให้ความชัดเจน และให้ได้ข้อยุติปัญหาคาราคาซังของกิจการดาวเทียม ขณะเดียว กัน กสทช.พร้อมจะโอนเงิน 15% ของรายได้ให้กองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กองทุนดีอี) คาดว่าจะดำเนินการได้ในเร็วๆ นี้ เพื่อดีอีจะได้มีเงินงบประมาณในการดำเนินการ อีกทั้งยังได้แจ้ง รมว.ดีอีให้ทราบว่า ภายในปีนี้จะมีความชัดเจนเรื่องแผนการประมูลคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ 850 เมกะเฮิรตซ์ และ 2600 เมกะเฮิรตซ์ด้วย.