นปช.ชูหลักสร้างปชต.ถกปรองดอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/265271

นปช.ถกปรองดองภายใต้หลักการสร้างปชต.ทำปรองดองเกิด ขนเอกสาร 16 หน้าประกอบ ผช.โฆษกกห.เผยไม่มีนิรโทษ-ยกเลิก ม.44-คำสั่ง คสช. ขณะส่วนภูมิภาครับฟังแล้ว 60 จว.

        15 มี.ค. กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)จำนวน 10 คน นำโดย นายจตุพร พรหมพันธุ์  นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ นาง ธิดา ฐาวรเศรษฐ หมอเหวง โตจิราการ นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ นายนิสิต สินธุไพร นายธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ์ นายศักดิ์ระพี พรหมชาติ นายอารี ไกรนรา นายก่อแก้ว พิกุลทอง นายเกริกมนตรี รุจโสตถิพัฒน์ เดินทางเสนอแนวทางปรองดองต่อคณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองในชุดคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ที่มี พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน ในกรอบ 10 ประเด็น ครอบคลุมเรื่องการเมือง  สังคม  เศรษฐกิจ  การปฏิรูปต่างๆ เป็นต้น

โดยกลุ่มนปช.นำเสนอความคิดเห็น แบ่งเป็น 2 ส่วนคือ คำตอบสำหรับกรอบคำถาม 10 ข้อและมุมมองเรื่องการสร้างความปรองดองโดยยึดโยงกับข้อเท็จจริงที่ผ่านมา ภายใต้หลักการความปรองดองจะเกิดได้ด้วยการสร้างประชาธิปไตย นอกจากนี้ นปช.ได้จัดทำเอกสาร ข้อเสนอแนะแนวทางปรองดองความยาว จำนวน 16 หน้า มาเสนอคณะอนุกรรมการฯ

หลังจากนั้น พล.อ.ต.รังสรรค์ เยาวรัตน์ ผู้ช่วยโฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงข่าวว่า ในระหว่างวันที่ 13-15 มี.ค. มี 7 พรรคการเมืองและ 1 กลุ่มการเมืองเข้าเสนอความคิดเห็นประกอบด้วย พรรคท้องถิ่นไทย พรรครักธรรม พรรคเสรีนิยม  พรรคคนไทย พรรคเพื่อสหกรณ์ไทย พรรคเมืองไทยของเรา พรรรคอนาคตไทย กลุ่ม นปช. โดยบรรยากาศเป็นกันเอง ทุกพรรคการเมือง และกลุ่มการเมือง มีความมุ่งมั่นและมีความจริงใจที่จะเสนอความคิดเห็นเพื่อให้เกิดความปรองดอง และได้ศึกษาข้อมูลมาเป็นอย่างดี ที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม นอกจากนี้พรรคการเมืองและกลุ่มการเมืองยังได้เน้นย้ำในเรื่องของความจริงใจ อย่างไรก็ตามข้อเสนอดังกล่าวจะส่งต่อไปให้คณะกรรมการชุดที่ 2 ดำเนินการต่อไป

พล.อ.ต.รังสรรค์ กล่าวต่อว่า ในด้านการเมืองพรรคการเมืองและกลุ่มการเมืองเห็นว่า ปัญหาด้านการเมืองจะต้องแก้ไขโดยการเมืองในระบอบประชาธิปไตย พร้อมทั้งสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนในเรื่องระบอบการเมืองที่แท้จริง ตลอดจนถึงการกระจายอำนาจ ลดบทบาททางการเมือง และปลดล็อคการเมืองได้ง่ายขึ้น พร้อมดึงประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ในเรื่องประชาธิปไตย สำหรับการลดความเหลื่อมล้ำนั้นจะต้องใช้กลไกของภาครัฐเข้าไปช่วยเหลือประชาชนให้เข้าถึงทรัพยากร

พล.อ.ต.รังสรรค์ กล่าวต่อว่า สำหรับในเรื่องของกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมจะต้องมีการปฏิรูปพร้อมทั้งยึดโยงกับประชาชน และบังคับใช้โดยยึดหลักนิติรัฐนิติธรรมอย่างเท่าเทียมกัน สอดคล้องกับกติกาสากล ขณะที่ในเรื่องการทุจริตและคอรัปชั่นจะต้องสร้างการรับรู้การศึกษาให้กับประชาชน ต้องสร้างระบบตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพโปร่งใส ภายใต้ระบอบประชาธิปไตย ส่วนเรื่องการปฏิรูปนั้นจะต้องปฏิรูประบบราชการ องค์กรอิสระ กระบวนการยุติธรรม การเมือง กฎหมายรัฐธรรมนูญ สำหรับในเรื่องของยุทธศาสตร์ 20 ปีจะต้องอาศัยวิสัยทัศน์ที่ก้าวหน้าและดึงประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมและประเมินเป็นระยะระยะ

สำหรับในส่วนของกลุ่มนปช.นั้นเสนอความคิดเห็นส่วนใหญ่อยู่ในกรอบของ 10 ประเด็นหลัก พร้อมทั้งได้ทำเอกสารมอบให้ทางคณะกรรมการฯและไม่มีเรื่องของการนิรโทษกรรม ซึ่งทางกลุ่ม นปช.เองเขาก็ยืนยันมาตั้งแต่ต้นแล้ว พร้อมทั้งไม่มีการพูดถึงการยกเลิกม.44 และคำสั่งของคสช. ยืนยัน นปช.ก็มีความจริงใจและมุ่งมั่นในการเสนอความคิดเห็นและเขาก็เข้าใจว่าอะไรที่เสนอได้และอะไรที่เสนอไม่ได้

พล.อ.ต.รังสรรค์ ยังกล่าวถึง การรับฟังความคิดเห็นในระดับภูมิภาคว่า ขณะนี้ได้ดำเนินการไปแล้ว 60 จังหวัดยังเหลืออีก 16 จังหวัดและจะดำเนินการให้เสร็จสิ้นในระยะเวลาอันใกล้นี้ซึ่งบรรยากาศทั่วไปเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและประชาชนให้ความร่วมมือในการเสนอความคิดเห็นเป็นอย่างดี

สำหรับในส่วนของกลุ่มพรรคการเมืองอื่น ๆที่ยังไม่สะดวกที่จะเข้ามาเสนอความคิดเห็นในในช่วงนี้ สามารถติดต่อเข้ามาได้หากมีความพร้อม แต่หากไม่มาก็จะจบที่ 46 พรรคการเมือง กับ 2 กลุ่มการเมือง และในวันศุกร์ที่ 17 มี.ค. กลุ่ม กปปส.จะเข้ามาเสนอความคิดเห็นหลังจากนั้นผ่านอนุกรรมการก็จะเชิญภาคประชาสังคมเข้ามาให้ความคิดเห็นต่อไป

Leave a comment