ผู้ว่า สตง.แฉ!! รายนักการเมืองไม่สัมพันธ์กับเงินเพิ่ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/266197

ภาษีนักการเมือง, เพิ่มขึ้น, ที่, ทรัพย์สิน, รายได้, ภาษี, ตรวจ, ไม่สัมพันธ์, คมชัดลึก, ไม่เกี่ยวการเมือง, ผู้ว่า, สตงแฉ, ราย, นักการเมือง, ไม่, สัมพันธ์, กับ, เงิน, เพิ่ม, ผู้ว่าฯ สตง

“ผู้ว่าฯ สตง.” แจงตรวจสอบภาษีนักการเมือง ชี้ตรวจคนที่มีเพิ่มเกิน 5 ล้าน ยันไม่ใช่เรื่องการเมืองแต่ตรวจทุกคน ชี้เป็นหน้าที่สรรพากร ระบุหากไม่ทำผิด 157

    รายการกรองข่าวเช้านี้ ทางสถานีวิทยุ  FM 102  คลื่นคนทำงาน ได้สัมภาษณ์ นายพิสิษฐ์ ลีลาวิชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ถึงกรณีการเรียกเก็บภาษีจากนักการเมืองในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่า  สตง. มีหน้าที่ตรวจสอบการใช้จ่ายเงินและการจัดเก็บรายได้ของหน่วยงาน เราสุ่มตรวจหลายอาชีพ และนักการเมืองก็เป็นอาชีพที่ตรวจสอบได้ง่าย   โดยจังหวะที่มีการปฏิรูปบ้านเมือง มีนักการเมืองที่ว่างเว้นการปฏิบัติหน้าที่  เขาต้องแสดงทรัพย์สินทั้งตอนเข้ารับตำแหน่ง ออกจากตำแหน่ง และออกจากตำแหน่งครบ 1 ปี   เราดูแล้วว่ามีนักการเมืองกลุ่มหนึ่งควรให้ความสนใจ โดยเราคัดกรองมา 113 รายชื่อ และเมื่อตรวจสอบลึกแล้ว มีผู้ที่มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นตั้งแต่ 5 ล้านบาท ประมาณ 60 รายชื่อ  เราจึงแจ้งไปยังกรมสรรพากรตั้งแต่ปี 2558 และติดตามมาเรื่อยๆ  โดยยืนยันว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติไม่ใช่เรื่องการเมืองใดๆทั้งสิ้น

นายพิสิษฐ์ กล่าวอีกว่า ใครที่มีรายได้เพิ่มขึ้น อยู่ในเกณฑ์ 5 ล้านบาทต้องตรวจสอบ แต่บางคนอาจจะเป็นเพิ่มเป็นร้อยล้าน พันล้าน แต่ไม่ใช่ทุกคน    โดยเราดูสามช่วงเวลา ตอนเข้าเป็นตัวตั้ง และพ้นกับพ้น 1 ปี เป็นตัวบอกว่ามีทมรัพย์สินเพิ่ม  ให้สบายใจได้ว่า เมื่อเราทำเรื่องไปที่สรรพากร  กรมสรรพากรแจ้งว่าสอบถามไปยัง   ป.ป.ช. ก็ได้รับคำตอบว่า คนเหล่านี้ไม่ได้ร่ำรวยผิดปกติ  แต่เราบอกรวยปกตินี่แหละ แต่ตรวจสอบว่าเสียภาษีครบไหม     ข้อมูลเราเรียกมาตรจสอบ  ส่วนใหญ่รายได้ไม่สัมพันธ์กับทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้น  เราไม่สรุปว่าหนีภาษี  หากตรวจแล้วเสียไม่ครบก็ปรับไป แต่ต้องเรียกให้ปรับตามอายุความ

นายพิสิษฐ์กล่าวว่า ทั้งนี้การเรียกเก็บภาษีมีอายุความ 5 ปี  เราสามารถตรวจสอบและย้อนหลัง  หากช้าไปก็จะช้าไปเรื่อยๆ  แล้วต้องมาใช้ปาฏิหาริย์อะไรอีก   เริ่มที่ 2558  เราต้องเร่งดำเนินการเพราะเราเห็นว่ารายได้ปี 2557-2556  เพิ่มขึ้น  เราไม่อยากให้ใช้ปาฏิหาริย์จึงต้องเร่งรัดไป  ที่ผ่านมาหน่วยงานจัดเก็บสงสัยมีงานเยอะ เรราเลยต้องเร่งรัดในช่วงนี้  ไม่เช่นนั้นก็จะเดือดร้อนต้องใช้อำนาจพิเศษ ขอให้ใช้อำนาจปกตินี่แหละแต่ต้องขยันหน่อย

“ไม่มีอะไรผิดปกติ  สรรพากรถามมาแล้ว รวยเป็นปกติแต่เมื่อแสดงแล้วทรัพย์เพิ่ม หนี้ลดลงมาจากไหนเราต้องสันนิษฐานมาว่ามีรายได้ แต่เมื่อมาดูกับแบบที่ยื่นมีการสียภาษีไม่สัมพันธ์กัน”นายพิสิษฐ์กล่าว

เมื่อถามว่าเรื่องนี้เอามาขู่หรือไม่  นายพิสิษฐ์กล่าวว่า ไม่ได้ขู่คนไทยมีหน้าที่ต้องเสียภาษี หากเสียภาษีไม่ครบก็ต้องทำให้ครบ หน่วยงานก็ต้องมีหน้าที่เร่งรัดจัดเก็บให้ครบ  เราไมได้ตรวจแค่อาชีพนักการเมืองมีเจ้าสัวห้างดังด้วย  สองปีที่ผ่าสนมาเราเร่งรัดให้จัดเก็บได้หมื่นกว่าล้าน

นายพิสิษฐ์กล่าวว่าหากไม่เดินหน้าต่อ หากครบกำหนด เราก็ทำหน้าที่แทนเขาไม่ได้  เราเป็นหน่วยงานตรวจสอบติดตาม หากไม่ทำแล้วเวลาล่วงเลย ก็ต้องมีคนรับผิดชอบ  ทั้งนี้ไม่อยากพูดเรื่องประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 เพราะเหมือนไม่ให้เกียรติคนทำงาน  แต่หากมีหน้าที่แล้วไม่ทำก็ต้องเข้าข่าย

เมื่อถามว่าจะมีการตรวจสอบนักการเมือง หรือผู้บริหารชุดปัจจุบันหรือไม่  “เราไม่สนใจว่าใครเป็นใครเราเปิดมาดู มันเห็นอยู่แล้ว เป็นยุคไหนก็ตรวจทั้งนั้น เพราะหน้าที่เสียภาษีเป็นของทุกคน สรรพากรก็ต้องตรวจ สตง .เราก็จี้มา 60 คนแล้ว ที่เหลือต้องให้ไปตามตรวจอีกหรือ”

Leave a comment