ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 12 เม.ย. 2560 06:01
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/911600

ใส่เข้าหีบงบกลางทำโครงการจำเป็นเร่งด่วน
นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่ายวงเงิน 11,866 ล้านบาท หลังจากที่ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นได้รับงบประมาณเพื่อการลงทุนไปแล้วไม่ดำเนินการ รัฐบาลจึงยึดคืนมา แล้วนำไปใส่ไว้ในงบกลางรายการสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อจัดสรรให้กับหน่วยงานอื่นไปทำโครงการที่มีความจำเป็นเร่งด่วนแทน ซึ่งขั้นตอนต่อจากนี้จะเสนอร่างกฎหมายดังกล่าวให้กับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาในวันที่ 21 เม.ย.นี้
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาสำนักงบประมาณได้ตรวจสอบข้อมูลการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2560 รายการงบลงทุนในทุกงบรายจ่าย ตาม พ.ร.บ.งบประมาณปี 2560 ไม่รวมงบกลางของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่น จากระบบบริหารเงิน การเงินการคลังภาครัฐ ตั้งแต่ต้นปีงบประมาณจนถึง 31 มี.ค.2560 และข้อมูลหลักฐานการดำเนินงานตามกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง และแผนก่อหนี้รายจ่ายการลงทุนที่ได้รับจากหน่วยงาน โดยสรุปผลการพิจารณาออกมาเป็นงบประมาณที่ต้องเข้าสู่ พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่ายรวม 11,866 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ในบางรายการที่มีความสำคัญกับหน่วยงาน และเกิดประโยชน์ต่อประชาชน จะให้หน่วยงานนั้นๆทำเรื่องอุทธรณ์ขอรับการจัดสรรงบประมาณคืน เพื่อไปทำการจัดซื้อจัดจ้างให้เสร็จ ส่วนบางรายการที่ทราบผลการจัดซื้อจัดจ้างแล้ว แต่อยู่ในกระบวนการลงนามในสัญญาและสามารถลงนามได้ภายใน 28 เม.ย.2560 ก็ให้ยกเว้นการดึงงบประมาณคืนเอาไว้ก่อน ขณะนี้พบว่างบในส่วนดังกล่าวมีอยู่ 2,024 ล้านบาท
นอกจากนี้ ครม.ยังอนุมัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ 2560 ในส่วนของงบกลางรายการค่าใช้จ่าย เพื่อส่งเสริมและสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจภายในประเทศซึ่งมีวงเงินรวม 19,942 ล้านบาท ให้กับ 9 หน่วยงาน 33 โครงการ วงเงิน 6,281 ล้านบาท จุดประสงค์ของงบประมาณดังกล่าว ก็เพื่อจัดสรรให้กับโครงการขนาดใหญ่ที่มีความสอดคล้องเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจการค้า การลงทุนของกลุ่มจังหวัด โดยที่ผ่านมายังไม่สามารถทำรายละเอียดของโครงการได้ เพราะมีความซับซ้อนและต้องใช้เวลาเตรียมการ จึงเพิ่งเสนอโครงการได้ในรอบแรก 33 โครงการ เป็นการคัดเลือกโครงการขนาดใหญ่ สามารถดำเนินการได้ครบวงจร โดยวงเงินที่เหลืออีก 13,661 ล้านบาท จะขอให้หน่วยงานต่างๆ ส่งรายละเอียด ข้อเสนอมาที่สำนักงบประมาณภายในวันที่ 30 เม.ย.นี้.