“สุเทพ”ไม่รีบเลือกตั้งขอปฏิรูปประเทศเป็นรูปธรรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/265708

พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหม, ปรองดอง, สุเทพ, ไม่, รีบ, เลือกตั้ง, ปฏิรูป, ประเทศ, เป็น, รูปธรรม

ผช.โฆษกกห.เผย”สุเทพ”บอก ไม่รีบเลือกตั้ง ขอปฏิรูป ประเทศให้เป็นรูปธรรมก่อน เน้น ปฏิรูป 5 ด้าน พร้อมเสนอ คดีทุริต ไม่มีอายุความ

         18 มี.ค. พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นเพื่อสามัคคีปรองดอง ได้เชิญกลุ่มการเมือง โดยในวันนี้ได้เชิญ กลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กกปส.) โดยมี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิกปปส. ,นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองประธานกรรมการ ,นายถาวร เสนเนียม รองประธานกรรมการ ,นายชุมพล จุลใส กรรมการ , นายสกลธี ภัททิพญากุล กรรมการ ,นายณัฐพล ทีปสุวรรณ กรรมการและเหรัญญิก ,นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กกปส. ,นางสาวจิตภัสร์ กฤดากร กรรมการและผู้ช่วงเลขานุการ และนางสาวจุฑาภัตต เหล่าธรรมทัศน์ ผู้ช่วยโฆษก กกปส.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ นายสุเทพ ได้เรียกประชุมแกนนำกกปส. เพื่อเตรียมทบทวน สิ่งที่มวลมหาประชาชน ร่วมกันแสดงความคิดเห็น สร้างความปรองดอง ใน 5 ด้าน อาทิ 1.การปฏิรูปการเมือง พรรคการเมือง การเลือกตั้ง และกกต. ซึ่งต้องทำการเมืองให้เป็นของประชาชนคนไทย  ทำพรรคการเมืองเป็นพรรคการเมืองอย่างแท้จริง  และต้องทำให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างบริสุทธ์ ยุติธรรม  รวมถึงการปรับ อำนาจหน้าที่ของ กกต. ที่ยังไม่เหมาะสม ไม่มีประสิทธิภาพ 2. คือกระบวนการแก้ปัญหาป้องกัน และปราบปรามการทุจริต  ทั้งการปฏิรูปตำรวจ และกระบวนการยุติธรรม ซึ่งตำรวจไม่ใช่กองทัพ จะจัดระบบกำลังอย่างทหารไม่ได้ โดยต้องกระจายอำนาจ  พร้อมเสนอตั้งกองบัญชาการตำรวจ จังหวัด แก้ปัญหาการวิ่งเต้น

และ 3. การแก้ไขปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ระบบราชการ  ที่ต้องกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่น ให้จังหวัดเป็นนิติบุคล โดยจะเสนอให้ นายกรัฐมนตรี แต่งตั้ง ผู้ว่าราชการจังหวัด ด้วยวิธีการสรรหา  ซึ่งต้องได้รับความเห็นชอบจากประชาชน และสภาจังหวัด 4. เป็นข้อที่สำคัญ ที่สุด คือ การปฏิรูปแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม ที่จะทำให้เกิดความสามัคคีปรองดองในวันข้างหน้า โดยต้องเริ่มแก้จากระบบการศึกษา  ที่ต้องรื้อระบบกระทรวง

ทั้งนี้เสนอให้รัฐ ส่งเสริม การศึกษาในระดับอาชีวะ ปวช. และ ปวส. ให้ฟรี  และมีคุณภาพ พร้อมส่งเสริมการเรียนรู้หน้าที่พลเมือง และคุณธรรม และ 5.  การส่งเสริมอาชีพ ยกระดับรายได้ประชาชน รัฐต้องกำหนด เส้นมาตรฐานความพอเพียง ใคร ต่ำ กว่าระดับ รัฐต้องเข้าไปช่วยเหลือ  และเอาจริงเอาจัง พร้อมจัดตั้งชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง

จากนั้น พล.อ.ต.รังสรรค์ เยาวรัตน์ ผู้ช่วยโฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงข่าวว่า บรรยากาศเป็นไปกันเอง มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลมานำเสนอเป็นอย่างดี พร้อมจัดทำเอกสารมามอบให้คณะอนุกรรมการฯ โดยทางกลุ่ม กปปส.โดยนายสุเทพได้เสนอเจตนารมณ์หลัก คือ ปฏิรูปก่อนการเลือกตั้งโดยระบุว่าไม่รีบเลือกตั้ง ควรที่จะปฏิรูปประเทศให้แล้วเสร็จและให้เห็นเป็นรูปธรรมก่อน ก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง ได้เสนอให้การปฏิรูปการเมือง จะต้องทำการเมืองให้เป็นของประชาชน โดยประชาชนเพื่อประชาชน รวมถึงการปรับปรุงกฎหมายเลือกตั้ง คณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อทำให้การเลือกตั้งมีความบริสุทธิ์ ยุติธรรม รวมไปถึงการปฏิรูปกฎหมายที่เกี่ยวกับการปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่น เพื่อให้มีประสิทธิภาพรวดเร็ว และเรื่องคดีที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตจะต้องไม่มีอายุความ

นอกจากนี้ กกปส.เสนอให้ปฏิรูประบบราชการโดยการ กระจายอำนาจจากส่วนกลางไปสู่ท้องถิ่น และทำจังหวัดให้เป็นนิติบุคคลและทำเป็นยุทธศาสตร์พัฒนาจังหวัดต่างๆ รวมถึงการปฏิรูปเพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมโดยเฉพาะในเรื่องของการศึกษา โครงสร้างต่างๆ พร้อมทั้งพัฒนาครูและผู้บริหารการศึกษาควบคู่กันไป นอกจากนี้ กกปส. ยังมองเรื่องการปฏิรูปตำรวจและกระบวนการยุติธรรมเป็นสิ่งที่สำคัญมองว่าในเรื่องของการปฏิรูปตำรวจนั้น จะมาจัดองค์กรแบบทหารคงไม่ได้ เพราะหน้าที่หลักของตำรวจก็คือการรักษากฎหมายและดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชน จึงเห็นควรที่กระจายอำนาจ ไปสู่ในแต่ละจังหวัดและไม่ให้มีการโยกย้ายตํารวจข้ามจังหวัด รวมถึงการเพิ่มเทคโนโลยีที่ช่วยในการสอบสวนเพื่อความรวดเร็ว ในส่วนของการปฏิรูปศาสนานั้น เห็นว่าจะต้องดำเนินการเพื่อให้ศาสนาเป็นศาสนาที่แท้จริง

พล.อ.ต.รังสรรค์ กล่าวอีกว่า การรับฟังความคิดเห็นในส่วนภูมิภาคในระหว่างวันที่ 16 – 17 มีนาคม โดยใน 4 กองทัพภาคได้ดำเนินการรวม 37 จังหวัด แบ่งเป็นกองทัพภาคที่ 1 จำนวน 16 จังหวัดกองทัพภาคที่ 2 จำนวน 13 จังหวัดกองทัพภาคที่ 3จำนวน 3 จังหวัดและกองทัพภาคที่ 4 จำนวน 5 จังหวัด ทั้งนี้การเสนอความคิดเห็นดังกล่าวในแต่ละกองทัพภาคได้จัดทำเป็นกลุ่มเพื่อให้เข้ามาแสดงความคิดเห็นโดยแบ่งเป็น 4 กลุ่มซึ่งในส่วนของแต่ละจังหวัดยังดำเนินการไม่ครบทั้ง 4

พล.อ.ต.รังสรรค์ กล่าวว่า ในที่ 20 มีนาคม นี้จะเป็นในส่วนของภาคประชาสังคม โดยได้เชิญสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยสถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนา ส่วนคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนนั้นถือว่าอยู่ในในรายชื่อที่จะเชิญในลำดับต่อไป

Leave a comment