กม.ปฏิรูป-ยุทธศาสตร์ ล็อกอำนาจคสช.คุมเข้มรัฐบาล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

13 เมษายน 2560 เวลา 09:12 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/analysis/politic/489867

กม.ปฏิรูป-ยุทธศาสตร์ ล็อกอำนาจคสช.คุมเข้มรัฐบาล

โดย…ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

นับตั้งแต่รัฐธรรมนูญปี 2560 ประกาศใช้อย่างเป็นทางการ ปรากฏว่าแม่น้ำ 5 สายออกตัวคึกคักกันอย่างเห็นได้ชัด

อย่างคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่เพิ่งเสร็จสิ้นภารกิจเขียนรัฐธรรมนูญ ก็เตรียมส่งร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองและคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้กับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในวันที่ 18 เม.ย.นี้

ในเรื่องนี้ สนช.เองได้เตรียมความพร้อมมาก่อนแล้วด้วยการตั้งคณะกรรมการศึกษาเอาไว้ล่วงหน้า ซึ่งทำให้ไม่ต้องเสียเวลามาเริ่มนับหนึ่งใหม่

หากการพิจารณากฎหมายลูกของ สนช.จะมีปัญหา ก็น่าจะเป็นภายหลังเมื่อผ่านการพิจารณาของ สนช.แล้ว และต้องส่งให้องค์กรอิสระและ กรธ.พิจารณามากกว่า เพราะถ้าองค์กรอิสระและ กรธ.เห็นว่าเนื้อหาในร่างกฎหมายฉบับไหนมีปัญหา จะส่งผลให้ต้องมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญร่วมกันเพื่อพิจารณาตรวจทานอีกที

ส่วนสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เตรียมเร่งพิจารณารายงานการปฏิรูปประเทศเพื่อส่งข้อเสนอให้กับรัฐบาล โดยจะกำหนดวาระเร่งด่วนสำหรับการปฏิรูปประเทศเป็นกรณีพิเศษเพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดมีความน่าสนใจอยู่ที่คณะรัฐมนตรี ภายหลังส่งร่างกฎหมายสำคัญ 2 ฉบับเข้าสู่ สนช. คือ ร่าง พ.ร.บ.แผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศ และร่าง พ.ร.บ.การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่ง สนช.เตรียมพิจารณารับหลักการในวาระที่ 1 วันที่ 20 เม.ย.นี้

ขั้นตอนของการพิจารณากฎหมายฉบับดังกล่าว ก็เป็นไปตามกระบวนการทางนิติบัญญัติปกติ โดยเมื่อภายหลังจาก สนช.ลงมติรับหลักการในวาระที่ 1 แล้ว จะต้องมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญก่อนส่งให้ สนช.พิจารณาในวาระที่ 2 และ 3 อีกครั้ง จากนั้นจะส่งให้คณะรัฐมนตรีนำร่างกฎหมายขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายต่อไป

แต่กระนั้นรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 กำหนดกรอบเวลาพิเศษเป็นเฉพาะสำหรับร่าง พ.ร.บ.แผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศไว้ในมาตรา 259 ว่าจะต้องดำเนินการทุกขั้นตอน และให้กฎหมายมีผลบังคับใช้ภายใน 120 วันนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ

“การพิจารณากฎหมายทั้งสองฉบับนี้ สนช.สามารถแก้ไขเนื้อหาได้ตามสมควรเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ และส่วนตัวคาดว่า สนช.จะสามารถพิจารณาร่างกฎหมายทั้งสองฉบับให้แล้วเสร็จได้ภายใน 120 วัน ซึ่งหลังจากที่ร่าง พ.ร.บ.แผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศมีผลบังคับใช้แล้ว จะทำให้การทำหน้าที่ของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ” พรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. แจกแจงขั้นตอนการทำกฎหมายเมื่อวันที่ 12 เม.ย.ที่ผ่านมา

สำหรับร่าง พ.ร.บ.แผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศ และร่าง พ.ร.บ.การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ ที่กำลังเข้าสู่การพิจารณาของ สนช. นับว่ามีเนื้อหาที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก เพราะถือว่าเป็นเรื่องใหม่ของประเทศที่ไม่เคยมีมาก่อน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีของกฎหมายการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ เพราะได้มีการวางโครงสร้างของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติไว้อย่างน่าสนใจ

กล่าวคือ นอกจากจะให้นายกรัฐมนตรีเป็นประธานแล้ว ยังกำหนดให้ผู้นำเหล่าทัพทั้งผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ปลัดกระทรวงกลาโหม เข้ามาร่วมนั่งเป็นกรรมการด้วย

ไม่เพียงเท่านี้ คณะกรรมการยุทธศาสตร์ยังมีอำนาจบางประการที่มีนัยสำคัญเช่นกัน โดยเฉพาะการติดตาม การตรวจสอบ และการประเมินผลการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ ปรากฏว่าร่างกฎหมายได้ให้อำนาจแก่คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ส่งเรื่องไปให้คณะรัฐมนตรีดำเนินการกับหน่วยงานรัฐที่ไม่ปฏิบัติตามยุทธศาสตร์ชาติได้

แต่เหนืออื่นใดแผนยุทธศาสตร์ชาติที่คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติจัดทำขึ้นจะอยู่คู่กับประเทศไทยไปถึง 20 ปี และที่สำคัญ หน่วยงานของรัฐทุกหน่วยมีหน้าที่ดำเนินการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ในยุทธศาสตร์ชาติ การกำหนดนโยบายการบริหารราชการแผ่นดินของคณะรัฐมนตรีก่อนจะเข้าบริหารราชการแผ่นดิน ต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ

เช่นเดียวกับนัยสำคัญของร่างกฎหมายร่างแผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศ ซึ่งกำหนดให้คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เลือกบุคคลเข้ามาดำรงตำแหน่งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศทั้ง 11 ด้าน เพื่อจัดทำร่างแผนการปฏิรูป

ขณะเดียวกัน ถ้าหน่วยงานรัฐหน่วยใดไม่ได้ดำเนินการปฏิรูปให้สอดคล้องกับแผนที่คณะกรรมการกำหนดแล้ว คณะกรรมการปฏิรูปประเทศจะมีอำนาจแจ้งไปยังหน่วยงานหรือรัฐมนตรีเจ้าสังกัดเพื่อให้ปรับปรุงการทำงาน และถ้าไม่สามารถหาข้อยุติได้ คณะกรรมการปฏิรูปจะต้องส่งเรื่องให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติพิจารณาต่อไป

จากเนื้อหาของร่างกฎหมายทั้งสองฉบับ เป็นการแสดงในทางการเมืองอย่างหนึ่งว่า แม้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะไม่สามารถอยู่ได้ยาวภายหลังรัฐธรรมนูญประกาศใช้ แต่ได้มีการวางกลไกและขีดเส้นให้รัฐบาลในอนาคตมาเดินเอาไว้หมดแล้ว

ดังนั้น ถึง คสช.จะหมดอำนาจไป แต่มรดกที่ทิ้งไว้จะอยู่กับประเทศไปอีกนาน

 

Leave a comment