ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
14 เมษายน 2560 เวลา 09:41 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/analysis/politic/490040

โดย…ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
ประเทศไทยได้ประกาศใช้รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาประมาณกว่าหนึ่งสัปดาห์ พอเป็นที่คาดหมายได้ว่าสายตาของคนที่เปิดรัฐธรรมนูญอ่านส่วนใหญ่น่าจะพุ่งเป้าไปที่ “บทเฉพาะกาล” ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่กำหนดกระบวนการเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านประเทศไปสู่การเลือกตั้ง
อย่างไรก็ตาม นอกเหนือไปจากกรอบเวลาที่ว่าด้วยการเลือกตั้งแล้ว ยังมีอีกประเด็นที่อยู่ในบทเฉพาะกาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะว่าไปแล้วก็มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน คือ การสรรหา สว.
ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่าการได้มาซึ่งวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 จะมีด้วยกัน 2 ช่วงเวลา ได้แก่ 1.ระยะเริ่มแรกของการใช้รัฐธรรมนูญตามบทเฉพาะกาล ซึ่งกำหนดให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นผู้เลือกบุคคลเข้ามาดำรงตำแหน่ง สว.จำนวน 250 คน โดยมีวาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปี 2.เมื่อผ่านไป 5 ปีจะให้ สว.มาจากระบบการเลือกกันเองของผู้สมัครที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน จำนวน 200 คน
เดิมทีร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรกที่ “มีชัย ฤชุพันธุ์” ประธาน กรธ. และคณะจัดทำขึ้นนั้นกำหนดให้มี สว.ที่มาจากการเลือกกันเองเท่านั้น แต่ต้องมากำหนดการได้มาซึ่ง สว.สรรหาในร่างรัฐธรรมนูญฉบับลงประชามติ ภายหลังคณะรัฐมนตรีและ คสช.ชักแม่น้ำทั้ง 5 เพื่อให้ กรธ.บัญญัติเรื่อง สว.เอาไว้ในบทเฉพาะกาล
ดังนั้น เมื่อคนกันเองขอมา ทำให้ กรธ.ไม่อาจจะปฏิเสธได้ จนต้องกำหนดให้บทเฉพาะกาลต้องมี สว.จากการสรรหาในช่วง 5 ปีแรกของการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ
การสรรหา สว.จำนวน 250 คน ตามบทเฉพาะกาลจะแบ่งกระบวนการในการได้มาซึ่ง สว.ออกเป็น 2 ส่วน
ส่วนที่ 1 กกต.จัดให้มีผู้สมัคร สว.ทำการเลือกกันเองว่าจะให้ใครอยู่ในบัญชีรายชื่อว่าที่ สว.จำนวน 200 คน และส่งบัญชีไปให้ คสช.คัดเลือกเพื่อเป็น สว.จำนวน 50 คน
ส่วนที่ 2 ตั้งคณะกรรมการสรรหา สว.เพื่อเลือกทำบัญชีรายชื่อว่าที่ สว.จำนวนไม่เกิน 400 คน เพื่อให้ คสช.เลือกให้เหลือ 194 คน ส่วนที่เหลืออีก 6 คน จะมาเป็น ผู้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ
ทั้งสองกระบวนการข้างต้นจะเกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้ง สส. โดยเมื่อ คสช.ได้บัญชีรายชื่อว่าที่ สว.จากทั้งสองทางแล้ว คสช.ต้องทำการคัดเลือกให้เหลือ 250 คน ภายใน 3 วันนับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้ง สส.
สว.สรรหาชุดพิเศษตามบทเฉพาะกาลที่มีวาระ 5 ปี ไม่ได้มีเพียงหน้าที่ในการกลั่นกรองกฎหมายแบบ สว.ระบบปกติเท่านั้น แต่ยังมีภารกิจพิเศษที่รัฐธรรมนูญมอบให้ 2 ภารกิจ
ภารกิจที่ 1 การลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีร่วมกับสภาผู้แทนราษฎร อันเป็นผลมาจากคำถามพ่วงที่ผ่านการลงประชามติ ซึ่งกำหนดให้ สว.มีสิทธิในการออกเสียงเลือกนายกรัฐมนตรีคนแรกที่มาจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้
รัฐสภา ซึ่งประกอบไปด้วย สส.500 คน และ สว.250 คน รวมเป็น 750 คน จะเป็นผู้เลือกว่าให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกตามรัฐธรรมนูญ เสียง สว.จำนวน 250 คน คิดเป็นจำนวน 1 ใน 3 ของจำนวนเสียงทั้งหมดในรัฐสภา ต้องนับว่าเป็นจำนวนเสียงที่สามารถต่อรองกับฝ่ายการเมืองได้พอสมควร
กล่าวคือ ถ้าพรรคการเมืองสามารถรวมเสียงได้เกิน 375 เสียงตั้งแต่แรกทุกอย่างก็จบ เพราะเท่ากับว่าคนที่เป็นนายกฯ จะมาจากบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองยื่นไว้ให้กับ กกต.ตั้งแต่วันสมัครเลือกตั้ง แต่ถ้าไม่เป็นเช่นนั้น การเลือกนายกฯ ในรอบที่ 2 สว.จะมีอำนาจต่อรองขึ้นมาทันที เนื่องจากรัฐธรรมนูญเปิดทางให้ที่ประชุมรัฐสภาลงมติเลือกนายกฯ จากบุคคลที่ไม่ได้อยู่ในบัญชีพรรคการเมืองได้
แน่นอนว่าแม้ สว.จะไม่มีอำนาจเสนอชื่อโดยตรง แต่ในทางปฏิบัติพรรคการเมืองในสภาฯ ในฐานะผู้มีสิทธิเสนอชื่อย่อมต้องประสานมายัง สว.ว่าจะเห็นด้วยกับว่าที่นายกฯ คนใหม่ที่พรรคการเมืองจะเสนอต่อรัฐสภาหรือไม่ก่อนลงมติเลือกจริง เพราะถึงเวลานั้นลำพังพรรคการเมืองจะอาศัยเสียงของ สส.ฝ่ายเดียวคงเป็นเรื่องที่ลำบากพอสมควร จึงจำเป็นต้องหันหน้าพึ่ง สว.ไปโดยปริยาย
ภารกิจที่ 2 ติดตามตรวจสอบการปฏิรูปประเทศ โดยมาตรา 270 บัญญัติให้ สว.มีหน้าที่และอํานาจติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามหมวด 16 การปฏิรูปประเทศ และการจัดทําและดําเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ และในการนี้ให้คณะรัฐมนตรีแจ้งความคืบหน้าในการดําเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศต่อรัฐสภาเพื่อทราบทุก 3 เดือน
ในเรื่องของการติดตามการปฏิรูปประเทศ แม้วุฒิสภาจะไม่มีอำนาจให้คุณให้โทษกับรัฐบาลในอนาคตโดยตรง แต่ก็สามารถทำให้วุฒิสภาสามารถทำหน้าที่กึ่งการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลได้ทุก 3 เดือนในประเด็นเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศ อันไม่ต่างอะไรกับการเป็นพรรคฝ่ายค้านอีกพรรคในฝ่ายนิติบัญญัติ
ด้วยภารกิจสำคัญทั้งสองที่ว่ามานี้ ทำให้การเลือก สว.ด้วยมือของ คสช.จึงเป็นเรื่องที่ต้องจับตามองเป็นอย่างมาก เพราะ สว.ชุดนี้จะถือว่าเป็นหูเป็นตาให้กับ คสช.ในวันที่ คสช.ต้องลงจากอำนาจไป