ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
09 มีนาคม 2560 เวลา 09:23 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/analysis/politic/484266

โดย…ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
ความพยายามผลักดันการจัดซื้อ “เรือดำน้ำ” เริ่มชัดเจนมากขึ้นเมื่อ ล่าสุด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม พล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ ผบ.สส. พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. เดินทางมาตรวจเยี่ยมหน่วยงานของกองทัพเรือ ที่อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมี พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ ผบ.ทร. ให้การต้อนรับ
ว่ากันว่าเป็นการเดินทางมาตรวจเยี่ยมพื้นที่ซึ่งเตรียมไว้สำหรับสร้างโรงจอดเรือดำน้ำและอู่ซ่อมบำรุง ในพื้นที่ของอู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช พื้นที่ 40.78 ไร่ โดย พล.อ.ประวิตร ระบุว่า “กองทัพเรือพร้อมจะมีเรือดำน้ำมานานแล้ว แต่ไม่ได้ซื้อสักที เพราะที่ผ่านมาถูกโจมตีว่าดำไม่ได้ อ่าวไทยตื้น ทร.ชี้แจงไปหมดแล้ว แต่ก็มีบางพวกที่เข้าใจความจำเป็น แต่ก็แกล้งไม่เข้าใจ”
จะเห็นว่าความพยายามจัดซื้อเรือดำน้ำรอบนี้เข้าใกล้ความจริงมากขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางกระแสคัดค้านต่อต้านที่เห็นว่าสถานการณ์บ้านเมืองและสถานการณ์โลกเวลานี้ ไม่มีความจำเป็นต้องเจียดงบประมาณแผ่นดินก้อนโตไปให้กับเรือดำน้ำ ควรจะเก็บไว้ให้กับโครงการอื่นๆ ที่มีความจำเป็นมากกว่า ในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังตกสะเก็ดและยังไม่เห็นสัญญาณที่ดีขึ้น
ก่อนหน้านี้ พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผบ.ทร. (สมัยนั้น) ออกมาชี้แจงว่า จากผลการศึกษา กองทัพเรือมีมติเป็นเอกฉันท์ในการจัดซื้อเรือดำน้ำจากประเทศจีนจำนวน 3 ลำ โดยใช้งบประมาณ 3.6 หมื่นล้านบาท จากที่คณะกรรมการอำนวยการคัดเลือกแบบเดินทางไปดูเรือดำน้ำ 6 ประเทศ
เรือดำน้ำที่จะจัดซื้อนี้เป็นรุ่น S26T Yuan Class ระบบ เอไอพี Air-Independent Propulsion system เป็นระบบที่ทำให้เรืออยู่ใต้น้ำนานถึง 21 วัน ซึ่งราคานี้ จะครอบคลุมการฝึกอบรม อะไหล่เรือดำน้ำจำนวน 8 ปี และถูกกว่าตัวเลือกจากประเทศอื่น
แม้ทุกอย่างจะดูเงียบไปแต่ความพยายามจัดซื้อเรือดำน้ำยังคงเดินหน้าต่อไปจนมาถึงการตรวจเยี่ยมพื้นที่ครั้งนี้ ซึ่ง พล.อ.ประวิตร อธิบายว่า เรื่องนี้อยู่ใน พ.ร.บ.งบประมาณ และผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงแต่จะเสนอ ครม.เมื่อไหร่เท่านั้น ที่สำคัญเวลานี้อยู่ในขั้นตอนการประสานงานกับประเทศที่เราจะซื้อแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี)
ตอกย้ำว่าทุกอย่างก้าวหน้าไปมาก รอแค่ ครม.จะเคาะเมื่อไหร่เท่านั้น สอดรับกับท่าทีของ พล.อ.ประวิตร
“กองทัพเรือมีความพร้อมในการมีเรือดำน้ำเข้าประจำการมานานแล้ว แต่ยังไม่มีการจัดซื้อเสียที เนื่องจากมีการค้านและวิจารณ์ว่าดำไม่ได้บ้าง น้ำตื้นบ้าง ที่ผ่านมาฝั่งอันดามันเราไม่เคยไปดูเลยว่า 200 ไมล์ทะเลมีทรัพยากรธรรมชาติอะไรอยู่บ้าง แต่โดนโจมตีจนไม่ได้ซื้อทุกครั้ง ซึ่งเราทำให้ประเทศในทุกๆ เรื่อง ยืนยันว่าเราพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุด”
หากย้อนดูงบประมาณปี 2560 วงเงิน 2,733,000 ล้านบาท ที่ สนช.ให้ความเห็นชอบ พบว่า ในส่วนของกระทรวงกลาโหม 214,347.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2559 ถึง 7,886.1 ล้านบาท หรือ 3.8% โดยไม่พบการระบุถึงงบการจัดซื้อเรือดำน้ำโดยตรง
ในส่วนกองทัพเรือ จำนวน 41,321 ล้านบาท มีงบประมาณภายใต้แผนงานพื้นฐานด้านความมั่นคงและการต่างประเทศ เพื่อให้ประเทศมีความมั่นคงปลอดภัยจากภัยคุกคาม จำนวน 19,774 ล้านบาท โครงการเสริมสร้างยุทโธปกรณ์ 838.5 ล้านบาท โครงการเสริมสร้างกำลังกองทัพที่ผูกพันข้ามปีงบประมาณ 6,627 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติการตามแผนป้องกันประเทศ 1,870 ล้านบาท
สัญญาณชัดเจน พล.ร.อ.จุมพล ลุมพิกานนท์ โฆษก ทร. ออกมาระบุเมื่อต้นปีนี้ว่า การจัดซื้อเรือดำน้ำ Yuan Class S26T จากจีน ผ่านความเห็นชอบแล้วจากรัฐบาลและสภานิติบัญญัติ โดยเตรียมจัดซื้อลำแรกปี 2560 ในงบประมาณ 13,500 ล้านบาท แพงกว่าซื้อเหมา 3 ลำ ราคาเหมาจ่าย 36,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นการซื้อแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) เพราะทางกองทัพเรือได้งบประมาณมาเท่านี้
การเดินหน้าโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำในเวลานี้จึงเป็นความสุ่มเสี่ยงที่จะซ้ำเติมเสถียรภาพของรัฐบาล และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มากขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางวิกฤตที่กำลังรุมเร้า
เมื่อเวลานี้ สถานะการเงินการคลังของประเทศไม่สู้ดีนัก ไหนจะต้องเร่งหาเงินมาดำเนินการก่อสร้างโครงการพื้นฐานตามยุทธศาสตร์ประเทศที่วางแผนไว้ โดยเฉพาะกับโครงสร้างพื้นฐานที่จะวางรากฐานประเทศให้เดินหน้าต่อไปอย่างมั่นคง และมีเสถียรภาพ
ปัญหาอยู่ที่รายได้ที่น้อยกว่ารายจ่ายจนต้องตั้งงบประมาณขาดดุล และถึงขั้นมีข่าวเตรียมยกเลิก ตัดทอนรายจ่ายที่ไม่จำเป็นออกไป จนเกิดกระแสต่อต้านจากผู้ที่เกี่ยวข้อง
ขณะที่หลายโครงการช่วยเหลือเยียวยาความเดือดร้อนของเกษตรกรที่ประสบปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ หรือประสบภัยธรรมชาติน้ำท่วม น้ำแล้ง กลับถูกบ่ายเบี่ยงด้วยข้ออ้างไม่มีเงิน
ยังไม่รวมกับสถานการณ์ที่หลายฝ่ายมองว่าบ้านเมืองไม่ได้มีความสุ่มเสี่ยงด้านความมั่นคงจนต้องมีเรือดำน้ำมาเสริมเขี้ยวเล็บ ที่จะต้องมีงบผูกพันในการซ่อมบำรุงต่อเนื่องไปตลอด
หากลักไก่อาศัยช่วงชุลมุนรีบปิดเกมเช่นนี้ นอกจากจะฉุดให้เรือดำน้ำต้องเกยตื้นแล้ว อาจฉุดให้เรือแป๊ะที่กำลังเผชิญมรสุมเกยตื้นไปตามกันด้วย