“อกนิษฐ์” ลั่น 11 กมธ.ไม่มีเอี่ยวผลปย.ด้านพลังงาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/268294

คมชัดลึก, สอดไส้, สนช., พล.อ.สกนธ์, ผลประโยชน์, รองนายกฯ, หม่อมอุ๋ย, ผูกมัด, พ.ร.บ.ปิโตรเลียม, บรรษัทน้ำมัน, อกนิษฐ์, ลั่น, กมธ, ไม่มี, เอี่ยว, ด้าน, พลังงาน, การให้สัมปทาน

“อกนิษฐ์” ยันตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ ในร่างพ.ร.บ.ปิโตรเลียม รับฟังทุกภาคส่วน ย้ำไม่ได้เขียนผูกมัดให้ตั้งทันที

          29 มี.ค.60 – พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ โฆษกกรรมาธิการการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.ปิโตรเลียม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) กล่าวถึง การบัญญัติมาตรา 10/1 ให้จัดตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ ในร่างพ.ร.บ.ปิโตรเลียม พ.ศ. ที่กำลังเข้าสู่การพิจารณาของสนช.ในวันที่ 30 มี.ค. ว่า ตั้งแต่สมัย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประเทศไทยเคยหาแหล่งพลังงาน ได้เจอหลุมแก๊สในอ่าวไทย ตอนนั้นจึงมีคำว่า “โชติช่วงชัชวาลแล้วประเทศไทย” จากนั้นมีการหาบริษัทมาลงทุน แต่ไม่มีกฎหมายจึงได้ร่างพ.ร.บ.ปิโตรเลียม พ.ศ.2514 เริ่มใช้บังคับจนถึงปัจจุบัน 40 ปี ในพ.ร.บ.ฉบับนั้น มาตรา 22(14) พูดไว้เรื่องเดียวคือ “การให้สัมปทาน” ที่ใช้กันมาตลอด แต่วันนี้สถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป ทั่วโลกมีทั้งใช้วิธีสัมปทาน การแบ่งปันผลผลิต และจ้างบริการ ปีก่อนที่ร่างพ.ร.บ.ปิโตรเลียม จะเข้าสู่การพิจารณา ทางสนช.ได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปิโตรเลียม ดำเนินการศึกษาทางวิชาการ รับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชน ซึ่ง น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีตสปช. ก็เข้าร่วมด้วย ผลออกมาต้องมีทั้งการสัมปทาน แบ่งปันผลผลิต และจ้างบริการ นอกจากนั้น ผลการศึกษาระบุ จะต้องมีการตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติขึ้นมาเพื่อดำเนินธุรกิจตรงนั้น หลังจากกมธ.ศึกษาแล้วจึงส่งไปยังรัฐบาล

พล.อ.อกนิษฐ์ กล่าวว่า ขณะเดียวกัน พล.อ.สกนธ์ สัจจานิตย์ ประธานกมธ.ได้พาคณะที่มีทั้งทหารและพลเรือนไปพบ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกฯขณะนั้น เพื่อชี้แจงผลการศึกษา จากนั้นรัฐบาลได้เสนอร่างมา มี 3 วิธีการคือ การสัมปทาน แบ่งปันผลผลิต จ้างบริการ เหมือนที่เราศึกษา ทุกอย่างก็ทำตามขั้นตอน และยังมีการถามถึงการตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ ไปยังครม.ถึง 2 ครั้ง ครม.ก็ยังยืนยันตั้งได้ แต่เมื่อมีความพร้อม โดยให้มีหน่วยงานเข้ามาศึกษาว่าลักษณะควรเป็นอย่างไร ไม่ใช่ว่ากฎหมายบังคับใช้แล้วตั้งวันนี้พรุ่งนี้ได้จะจัดได้เลย หากเขียนไปว่าให้มีการตั้งขึ้นมาทันทีทั้งที่ยังไม่รู้ว่ารูปร่างหน้าตาของบรรษัทเป็นอย่างไรก็จะเป็นการผูกมัด จึงต้องเขียนแบบกลางๆ ส่วนการปฏิบัติก็อยู่ที่รัฐบาลจะไปทำอย่างไร แต่ต้องยอมรับว่าการร่างกฎหมายจะให้ถูกใจคนทั้งประเทศไม่ได้

“เหมือนกับการปลูกบ้านที่ต้องมีการออกแบบก่อน หากเขียนแล้วรัฐบาลทำไม่ได้ หรือบังคับไม่ได้ก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร หรือล๊อคหมดทุกอย่างก็ทำไม่ได้มันผิดกฎหมาย แต่ที่แน่นอนคือเห็นควรให้มีบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ และหลายประเทศก็มีการตั้งและก็มีการบริหารที่แตกต่าง เช่น  ประเทศมาเลเซียก็มีบรรษัทน้ำมันแห่งขาติ แต่ไม่รู้ว่าเขาบริหารอย่างไรถึงขาดทุนแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราบริหารแล้วจะไม่สำเร็จเหมือนเขา” พล.อ.อกนิษฐ์ กล่าว

เมื่อถามว่า ที่มีการมองว่ากรมพลังงานทหารจะเข้ามาร่วมบรรษัทด้วยนั้น พล.อ.อกนิษฐ์ กล่าวว่า เป็นไปไม่ได้ เพราะกฎหมายนี้รักษาการณ์โดยรมว.พลังงาน ส่วนกรมพลังงานทหารขึ้นอยู่กับกระทรวงกลาโหม มีไว้เพื่อเตรียมการเรื่องพลังงานสำหรับป้องกันประเทศ ไม่ใช่ธุรกิจ ซึ่งเป็นคนละบทบาทหน้าที่กัน และไม่กังวลที่กลุ่มเครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย (คปพ.) จะมาชุมนุมคัดค้านร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ เพราะวิถีประชาธิปไตยย่อมมีความเห็นแตกต่างหลากหลาย ถือว่าเป็นความงดงาม ความหลากหลายในระบอบประชาธิปไตย

ส่วนที่เกรงว่าจะมีคนมีส่วนได้เสียมาร่วมบรรษัทฯในอนาคตนั้น พล.อ.อกนิษฐ์ กล่าวว่า ขอให้ดูรายชื่อคณะกรรมการพิจารณา อย่างตนไม่ได้มีหุ้นในปตท.สักบาทเดียว ไม่เคยคิดจะลงทุนด้านนี้ จึงกล้ายืนยันแทนกรรมาธิการทั้ง 11 คนว่าไม่มีส่วนได้เสียในเรื่องนี้ ทุกคนทำด้วยความหวังดี และคนที่มาวิพากษ์วิจารณ์ก็หวังดีต่อประเทศชาติทั้งนั้น ไม่มีใครคิดทำลาย

“ยืนยันว่าการออกกฎหมายนี้มาเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติทั้งนั้น เมื่อกฎหมายออกมาบังคับใช้แล้วหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ไปศึกษาว่ารูปร่างหน้าตาควรเป็นอย่างไร ซึ่งผมไม่กังวลว่าผลออกมาแล้วจะผิดเพี้ยนหรือไม่ แต่ก็ไม่แน่ใจว่าหากภาคการเมืองปกติเข้ามาแล้วโอกาสนี้จะเกิดขึ้นหรือไม่ และที่มาของมาตรา 10/1 ก็มาจากการรับฟังความเห็นของประชาชน แต่ต่อไปการเมืองจะมีการแทรกแซงหรือไม่เป็นเรื่องของอนาคต ไปคาดการณ์ไม่ได้” พล.อ.อกนิษฐ์ กล่าว

พล.อ.สกนธ์ กล่าว่า ตนเป็น 1 ใน 6 สนช. ที่ผลักดันให้มีการตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ แต่การผลักดันไม่ใช่ อยู่ดีจะทำ เรื่องนี้ไม่ได้มีการสอดไส้แต่อย่างใด ก่อนหน้านี้ได้มีการพูดคุยกันหลายฝ่าย ทั้งในกรรมาธิการด้วยกันเอง ซึ่งก็มีทั้งอยากให้มีและไม่อยากให้มีการตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติแต่สุดท้ายก็สรุปให้มี ซึ่งเราก็เสนอไปยังรัฐบาล  ทุกอย่างทำตามขั้นตอน ส่วนม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี ที่ออกมาคัดค้านและกล่าวว่ามี  6 สนช.ผลักดันเรื่องนี้จริงๆ แล้วตนไม่เคยรู้จักม.ร.ว.ปรีดิยาธร ไม่รู้กินยาอะไรมาจากไหนถึงได้ออกมาแบบนี้ อย่างไรก็ตามร่างพ.ร.บ.ปิโตรเลียมถือว่าจบในชั้นกรรมาธิการฯแล้ว ต่อไปก็เรื่องของที่ประชุมใหญ่สนช.จะดำเนินการอย่างไร  ส่วนตัวไม่ได้กดดันอะไร และก็ไม่เคยกลัวใคร.

Leave a comment