พุธนี้“มงคลกิตติ์”เสนอ ประธาน สนช. รีดภาษีรายได้การศึกษา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/270604

ภตช, มรัฐ, พุธ, นี้, มงคล, กิตติ์, เสนอ, ประธาน, รีด, ภาษีรายได้, การศึกษา, พุธนี้มงคลกิตติ์เสนอ, สนช, มงคลกิตติ์

พุธนี้“มงคลกิตติ์”เสนอประธานสนช.รีดภาษีรายได้การศึกษาลดงบอุดหนุนม.นอกระบบ ชี้อธิการ รายได้มากกว่า”นายกฯ”8 เท่า รอบ 10 ปีคอรัปชั่นอื้อ!! แนะตั้งคกก.ตรวจสอบคุณภาพ

          นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เลขาธิการคณะกรรมการภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นของชาติ เปิดเผย“เวบไซด์คมชัดลึก”ว่าในวันพุธที่ 12 เมษายน 2560 ภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นของชาติ(ภตช) นำโดย นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เลขาธิการคณะกรรมการภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นของชาติ และ คณะฯ จะเดินทางมาที่ อาคารรัฐสภา ชั้น 1 เวลา 11.00 น. เพื่อยื่นหนังสือต่อ ศาสตราจารย์ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังนี้

          เนื่องด้วย ภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นของชาติ(ภตช) ก่อนรวมตัวจัดตั้งองค์กรเมื่อ 7 ปีที่ผ่านมา ได้ดำเนินการตรวจสอบ คัดค้าน การนำมหาวิทยาลัยของรัฐ เปลี่ยนสภาพไปเป็น มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ(ออกนอกระบบ) ตั้งแต่ พ.ศ.2547-2552 ในนาม เครือข่ายต่อต้านการนำมหาวิทยาลัยออกนอกระบบ ซึ่งทางองค์กร ก็ได้ดูพฤติกรรม วิวัฒนาการ ทั้งก่อน-หลัง จากมาเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ว่าเงื่อนไขการออกนอกระบบ มีอะไรบ้าง พอสรุปได้ดังนี้

          ผู้บริหารอยากให้ออกนอกระบบ มีเหตุผลดังนี้(เดิม) 1.เพื่อเกิดความคล่องตัวในการบริหารมหาวิทยาลัยมากขึ้น,2.เป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายของรัฐบาล(มหาวิทยาลัยต้องเลี้ยงตัวเอง),3.มหาวิทยาลัยสามารถเปิดหลักสูตรเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงานได้,4.สวัสดิการของบุคลากรในมหาวิทยาลัยเทียบเท่าเอกชน,ภาคประชาชน ไม่เห็นด้วยเพราะ(เดิม),1.นักการเมืองมีบทบาทในมหาวิทยาลัยมากขึ้น เนื่องจากงบประมาณส่วนหนึ่งยังต้องขอรับการจัดสรรจากรัฐบาล,2.ค่าเล่าเรียนอาจเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจจะเป็นการตัดโอกาสทางการศึกษาของผู้มีรายได้น้อยทางอ้อม(คนจนเก่ง ขยันต้องได้เรียน)

            3.คณะหรือหลักสูตรที่ไม่คุ้มทุนในการเปิดสอน อาจจะต้องปิดตัวลง,4.การบริหารงานของฝ่ายบริหารอาจจะไม่โปร่งใส ตรวจสอบได้ยาก,5.เนื้อหาของร่าง พรบ. มีลักษณะเป็นกฎหมายบริหารจัดการทรัพย์สินที่ดิน ไม่ได้เป็นการบริหารจัดการการศึกษาแต่อย่างใด

            จะเห็นได้ว่าช่วงที่ผ่านมากว่า 10 ปีที่ผ่านมา การนำมหาวิทยาลัยออกนอกระบบ มีอะไรดีขึ้นบ้าง สรุปได้ดังนี้ 1.มหาวิทยาลัยไม่สามารถหาเงินเลี้ยงตนเองได้ ยังต้องขอเงินรัฐบาลมากขึ้นเลื่อยๆทุกปีงบประมาณ รายได้หลักๆของมหาวิทยาลัยยังพึ่ง ค่าเทอมนักศึกษา ป.ตรี ภาคสมทบ / ป.โท(ปกติ+พิเศษ)/ป.เอก (ปกติ+พิเศษ) ซึ่ง สัดส่วนผู้เรียนภาคปกติ ปัจจุบันน้อยลงกว่า 20%-45% และไปเพิ่มภาคสมทบแทน

            ซึ่งภาคปกติ ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ค่าเทอมเพิ่มกว่า 300%-400% ระดับ ค่าเทอม ป.ตรี ปกติ 20,000-35,000 บาท/เทอม ป.ตรี ภาคสมทบ 50,000-65,000 บาท/เทอม ป.โท (ปกติ+พิเศษ) 220,000-300,000 บาท/หลักสูตร ป.เอก (ปกติ+พิเศษ) 450,000-1,000,000 บาท/หลักสูตร

            2.มหาวิทยาลัยยังไม่สามารถขายงานวิจัย เพื่อสร้างนวัตกรรม ผูกกับภาคอุตสาหกรรม เทคโนโลยี เพื่อเป็นรายได้ ได้ ในการเลี้ยงดูตนเอง เพิ่มมูลค่าให้ทางภาคธุรกิจ โดยไม่ของบประมาณจากรัฐ ปัจจุบัน งบวิจัยที่ทำกันก็ไม่สามารถตอบโจทย์ แก้ปัญหาประเทศชาติได้ เป็นงานวิจัยประเภท ชี้นำ สนับสนุนหน่วยงานที่ให้เงินทำวิจัย หรือ ให้เงินวิจัยเพื่ออุดปากไม่ให้พูดในสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่สังคมและประชาชน ทำให้สังคมขาดความจริง แก้ปัญหาผิด ทำให้การลงทุนภาครัฐ ธุรกิจ ลงทุนผิดพลาดสิ้นเปลืองงบประมาณเป็นอย่างมาก

           3.รายได้ ปกติ อธิการบดี รองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี คณบดี รองคณบดี หัวหน้าภาควิชา ผู้อำนวยการสำนัก เฉพาะฝ่ายบริหาร เมื่อออกนอกระบบ เงินเดือนเพิ่มขึ้น 1.4-6 เท่า 4.รายได้พิเศษ ของ อธิการบดี รองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี คณบดี รองคณบดี หัวหน้าภาควิชา ผู้อำนวยการสำนัก อาจารย์ผู้สอน มาจาก

          เงินค่าสอน นักศึกษา ป.ตรี ภาคสมทบ/ ป.โท/ป.เอก ดังนี้ จำนวนนักศึกษา ป.ตรี ภาคสมทบ ประมาณ 738,101 คน/ปี ค่าเทอม 73,810-95,953 ล้านบาท/ปี,จำนวนนักศึกษา ป.โท ประมาณ 193,638 คน/ปี ค่าเทอม 42,600-58,091 ล้านบาท/ปี,จำนวนนักศึกษา ป.เอก ประมาณ 21,636 คน/ปี ค่าเทอม 9,736-21,363 ล้านบาท/ปี

          นอกจาหนั้น ยังมี เงินที่ปรึกษา ปริญญานิพนธ์ วิทยานิพนธ์ ดุษฏีนิพนธ์,-เงิน ประธานหลักสูตร รองประธานหลักสูตร กรรมการหลักสูตร ที่ปรึกษาหลักสูตร 9,000-25,000 บาท/เดือน/หลักสูตร,เงิน ค่าออกข้อสอบ-ตรวจข้อสอบ ต่อชุด,เงิน ค่าเขียนหนังสือ,เงิน รับทำงานวิจัยของมหาวิทยาลัยและหน่วยงานอื่นๆ อาทิ มหาวิทยาลัยวิจัย 3,000 ล้านบาท/ปี ไม่รวมเอกชน  ทั้งนี้ รายได้ ตามข้อ 4 ได้รับการ ยกเว้น ตาม พระราชบัญญัติให้ใช้บทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากร พุทธศักราช 2481 มาตรา 42 (7)

           แต่จากการจัดอันดับมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลก ปรากฏว่า มหาวิทยาลัยในประเทศไทย ปี 2016-2017 ตกอันดับแบบสุดๆ ม.มหิดล จาก 295 ลงไป 501-600 / ม.เชียงใหม่ จาก 551-600 ลงไป 601-800/จุฬาลงกรณ์ จาก 253 ลงไป 601-800 /ม.เกษตรศาสตร์ จาก 651-700 ลงไป 801+/ ม.สงขลา จาก 701+ ลงไป 801+

          “ถือเป็นวิกฤติของสถาบันอุดมศึกษาของไทย ที่อันดับตกลงพร้อมกับอันดับค่าความโปร่งใสของประเทศไทย จาก 76 ลงไป 101 เป็นสิ่งที่น่าเศร้าใจ พ.ศ.2557-2559 ตกอันดับต่อเนื่อง) นี่ยังไม่รวม ผลการวัดมาตรฐานการศึกษาในระดับ ประถม มัธยม ที่ประเทศไทยต่ำมาก” เลขาธิการ ภตช. กล่าว

         5.ภายในมหาวิทยาลัย มีปัญหา เรื่อง การทุจริตคอร์รัปชั่น ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น การใช้อำนาจกลั่นแกล้งข้าราชการ/พนักงานมหาวิทยาลัย ชั้นใหญ่-ผู้น้อย ให้ออกจากราชการ ถ้าไม่คล้อยตาม มีการเมืองเชิงผลประโยชน์ในมหาวิทยาลัยอย่างรุนแรง แอบนำเงินมหาวิทยาลัยไปใช้ เช่น ม.แถว หนองจอก มีการนำเงินค่าเทอมนักศึกษาไปหมุนก่อนเข้าบัญชีฝ่ายบริหาร ในบางมหาวิทยาลัยราชมงคล มีความขัดแย้งเชิงอำนาจ ในมหาวิทยาลแถว ชลบุรี มีการผูกขาดการเป็นฝ่ายบริหาร นับ 10 ปี ในหลายแห่ง

          นางมงคลกิตติ์   กล่าวอีกว่า ดังนั้น ภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นของชาติ(ภตช) เห็นสภาพแบบนี้มานับ 10 ปี ซึ่งเป็นปัญหาที่จะต้องนำสู่การแก้ไข ปรับปรุง ปฏิรูป ให้ประชาชน ประเทศชาติได้ประโยชน์แบบไม่ลั่วไหล เงินได้ต่างๆที่ฝ่ายวิชาการเคยได้รับไปโดยไม่เสียภาษี จะสร้างความไม่เท่าเทียมกันในสังคมเพราะทุกสาขาอาชีพเขาเสียภาษีกัน และเพื่อความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย จึงเสนอมายัง ศาสตราจารย์ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ แก้ไข ตรวจสอบ ปรับปรุงดังนี้

      “1.เสนอขอให้ยกเลิก-แก้ไข พระราชบัญญัติให้ใช้บทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากร พุทธศักราช 2481 มาตรา 42 (7),2.เสนอให้ ปรับปรุง แก้ไข เพิ่มเติม พรบ.มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ใหม่ เพื่อแก้ไข ป้องกัน ให้ตรงกับสภาพความเป็นจริงต่อไป,3.เสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการตรวจสอบ ประเมิณคุณภาพ สมรรถนะ ของมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ทั้ง 24 แห่ง,4. เสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการตรวจสอบ ประเมิณคุณภาพ สมรรถนะ ของมหาวิทยาลัยของรัฐ อาทิ มหาวิทยาลัยราชภัฏ มหาวิทยาลัยราชมงคล จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาดำเนินการแก้ไข ปรับ กฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป ด่วน “เลขาธิการ ภตช. กล่าวในที่สุด

Leave a comment