ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/politic/271694
การเมือง > ข่าวการเมือง : 15 เม.ย. 2560
“วิรัตน์”แนะทำยุทธศาสตร์ชาติควรเอาผลการศึกษาจากหลายภาคส่วนมาประกอบเผยแพร่ให้ปชช.เข้าใจ ส่วนความขัดแย้งการเมืองต้องชี้ให้เห็นถึงต้นเหตุที่ปชช.จับต้องได้
15 เม.ย. — นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการร่างพ.ร.บ.จัดทำยุทธศาสตร์ชาติและร่างพ.ร.บ.แผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศ ที่จะเข้าสู่การพิจารณาของสนช.วันที่ 20 เม.ย.นี้ว่า ในมาตรา 259 รัฐธรรมนูญ 2560 ได้บัญญัติให้ดำเนินการปฏิรูปประเทศตามกฎหมายว่าด้วยแผนและขั้นตอนการปฏิรูป โดยในแผนและขั้นตอนการปฏิรูปประเทศกำหนดแผนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน กำหนดเรื่องการวัดผล กำหนดระยะเวลา และกำหนดว่าจะต้องเริ่มดำเนินการภายใน 120 วันนับแต่วันที่ประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ ซึ่งสิ่งที่จะเป็นประโยชน์กับประเทศนี้คือใน 14 คนของกรรมการแต่ละด้านควรจะมีผู้เชี่ยวชาญหรือภาคเอกชนที่รู้เรื่องดังกล่าวจริงๆเข้าไปมีส่วนร่วมเกินครึ่ง ส่วนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนที่จะเกิดประโยชน์สูงสุด ควรจะให้แพร่หลายทุกระดับ เช่นนักเรียน นักศึกษา ผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น กลุ่มเอ็นจีโอ กลุ่มสตรี นักธุรกิจ รวมถึงนักการเมืองทุกระดับ
นายวิรัตน์ กล่าวอีกว่า เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาในการทำงาน ควรเอาผลการศึกษาของแต่ละสภาไม่ว่าสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) รวมทั้งสนช.หรือองค์กรใดที่ทำการศึกษาแต่ละเรื่อง รวมทั้งควรจะนำลงเผยแพร่ทางสื่อออนไลน์ ทั้งวิทยุโทรทัศน์ สื่อสิ่งพิมพ์ และทำบทย่อลงในรายการทางไลน์ ทางวิทยุโทรทัศน์ของส่วนราชการ โดยมีระยะเป็นช่วงๆ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจว่าแต่ละสภามีความคิดอย่างไร และประชาชนมีความคิดเห็นเพิ่มเติมอย่างไร เช่นประเด็นความขัดแย้งทางการเมือง ควรระบุให้ชัดว่าความขัดแย้งมีต้นตอมาจากอะไร ทำอย่างไรที่จะไม่ให้เกิดความขัดแย้งนั้นอีก โดยยกตัวอย่างที่จับต้องได้พี่น้องประชาชนเข้าใจ หรือประเด็นการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมควรจะต้องหยิบยกปัญหาในแต่ละกระบวนการยุติธรรมว่ามีปัญหาที่แท้จริงคืออะไรโดยเอาพี่น้องประชาชนเป็นตัวตั้งไม่ใช่เอาส่วนราชการเป็นตัวตั้ง เพราะมีหลายครั้งที่ปฏิรูปเพื่อความสะดวกของส่วนราชการ
“ส่วนการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งแนวโน้มสภาที่มาจากการแต่งตั้งมักจะคิดรวบอำนาจแทนที่จะกระจายอำนาจ ก็ต้องอธิบายว่าการรวบอำนาจหรือกระจายอำนาจอันไหนดีกว่า และปัญหาของการกระจายอำนาจที่ไม่ก้าวหน้าเท่าที่ควรเพราะการทุจริตหรือไม่ ถ้าเกิดขึ้นเพราะการทุจริตก็ต้องแก้ที่ทุจริต คือเอานักการเมืองหรือข้าราชการที่สมคบการทุจริตเข้าคุก ยังรวมถึงการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่ไปยึดที่ชาวบ้านซึ่งเป็นสิทธิของชาวบ้านอยู่ก่อน แต่เป็นเพราะกฎหมายยังมีช่องว่างหรือเจ้าหน้าที่ผู้ทำหน้าที่จงใจแปลความให้เกิดประโยชน์กับตน เมื่อเอาคืนแล้วบอกว่าเป็นความสำเร็จ ซึ่งต้องทบทวนวิธีคิด หรือสภาพความเป็นป่าอยู่แล้ว แต่ไปโค่นทิ้งเป็นร้อยๆไร่แล้วบอกว่าต้องการทวงคืนพื้นป่าซึ่งฟังดูแล้วพิลึกพอสมควร”นายวิรัตน์ กล่าว
