ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/politic/272588
การเมือง > ข่าวการเมือง : 20 เม.ย.
“โฆษกคณะปรองดอง”เผยทำฐานข้อมูล 5 กลุ่ม คัดสู่ร่างสัญญาประชาสังคม ยึดรธน.-ตอบโจทย์ประชาชน-ทำได้จริง
20 เม.ย. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรัฐมนตรีว่าการการกระทรวงกลาโหม ในฐานะรองประธานคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ประชุมคณะอนุกรรมการทั้ง 4 คณะ โดยมี พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหมและประธานคณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง พล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และประธานคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาบูรณาการข้อคิดเห็นข้อเสนอแนะเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก และประธานคณะอนุกรรมการจัดทำข้อเสนอกระบวนการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง และพล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิช โฆษกกระทรวงกลาโหม และประธานคณะอนุกรรมการด้านการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง
จากนั้นเวลา 16.00 น.พล.ต.คงชีพ แถลงผลการประชุมว่า การประชุมของคณะกรรมการเตรียมการ สร้างความสามัคคีปรองดอง เพื่อรับ ฟัง ความเห็นที่ได้รวบรวม มาจากอนุกรรมการชุดที่ 1 ทั้งส่วนกลาง และภูมิภาค ตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ถึง 5 เมษายน โดยการดำเนินการครั้งนี้ปลัดกระทรวงกลาโหมได้นำข้อมูลมาส่งต่อให้คณะกรรมการชุดที่ 2 และมีการนำเสนอให้ที่ประชุมได้รับทราบซึ่งผู้ทรงคุณวุฒิได้ให้ความคิดเห็นข้อเสนอแนะ
พล.ต.คงชีพ กล่าวว่า คณะกรรมการได้ร่วมกันพิจารณาข้อคิดเห็นกันอย่างเต็มที่เพื่อให้ได้ข้อสรุปและสามารถใช้ในการประชุมกลุ่มย่อยโดยได้รวบรวมข้อมูลจากการรับฟังที่ได้มาอย่างเป็นระบบและใช้มาตรฐานเชิงวิชาการเพื่อเป็นพื้นฐานการทำร่างสัญญาประชาคม ทั้งนี้จะมีการประชุมกลุ่มย่อย จากส่วนกลางในวันที่ 26 เมษายนนี้ โดยสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ในขณะที่ส่วนภูมิภาคจะเป็นหน้าที่ของ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงราชอาณาจักร (กอ.รมน.) จะดำเนินการในกลุ่มจังหวัดจังหวัดละ 4 – 9 จังหวัด ดำเนินการภาคละ 3 ครั้ง คือ ภาคเหนือ ที่ จ.เชียงใหม่ จ.เชียงราย จ.พิษณุโลก ภาคกลาง ที่ กทม.จ.สระบุรี จ.เพชรบุรี ภาคใต้ที่ จ.กระบี่ จ.สุราษฎร์ธานีจ.สงขลา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.อุบลราชธานี จ.อุดรธานี จ.นครราชสีมา
พล.ต.คงชีพ กล่าวว่า การประชุมกลุ่มย่อย ทั้งส่วนกลางและระดับพื้นที่ จะคำนึงถึงเรื่องของการให้เกียรติซึ่งกันและกันตามที่พล.อ.ประวิตรได้เน้นย้ำและให้ความสำคัญในการรับฟังความเห็นจากทุกพรรคการเมืองทุกกลุ่มการเมืองและภาคส่วนต่าง ๆ อย่างเท่าเทียมกันและให้ใส่ใจในเรื่องของรายละเอียดเพื่อเปิดโอกาสให้กลุ่มที่เคยมาให้ความคิดเห็น ได้ทบทวน ข้อมูลที่เคยเสนอไปเพื่อให้ครบถ้วนสมบูรณ์ภายใต้กรอบที่เคยให้ความคิดเห็นไปแล้ว และต้องไม่ให้เกิดความขัดแย้งหรือโต้เถียง
พล.ต.คงชีพ กล่าวต่อว่า ในส่วนของเนื้อหาสาระ ในส่วนของภาคกลางได้ให้ความสนใจเรื่องการเมืองมากกว่าด้านอื่น ๆ ส่วนภาคอื่น ๆ ให้การเข้าถึงในการบริหารทรัพยากรทั้งที่ดินและน้ำ สำหรับในส่วนของกลุ่มการเมืองนั้นสามารถจำแนกการรับความเป็นกลุ่มต่าง ๆ โดยมีความต้องการในการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและเป็นธรรม ในส่วนของนักวิชาการนิสิตนักศึกษาและสื่อมวลชน เน้นในเรื่องกติกาการเมืองปัญหาคอรัปชั่นและความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาของภาครัฐ
พล.ต.คงชีพ กล่าวว่า ได้มีการจัดฐานข้อมูลที่ได้เป็น 5 กลุ่ม 1. เป็นข้อเสนอที่รัฐบาลและคสช.ได้ดำเนินการแล้ว กำลังดำเนินการอยู่ 2. เป็นข้อเสนอที่สามารถดำเนินการได้ทันที 3. เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาในการดำเนินการ 4. เป็นข้อเสนอที่ต้องการสร้างความรับรู้เพื่อไม่ให้ขยายไปสู่ความขัดแย้งและ 5. กลุ่มข้อมูลที่จำเป็นจะต้องศึกษาเพิ่มเติมเพื่อนำไปสู่การแก้ไข
ส่วนแนวทางร่างสัญญาประชาคมที่จะออกมานั้น คงไม่ถึงขั้นเป็นรูปเล่มแต่จะเป็นในลักษณะใด ขอให้รอความชัดเจนอีกครั้ง แต่จะมุ่งเน้นเรื่องการตอบสนองความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่ หรือยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ขณะเดียวกันไม่ละเลยความเห็นหรือเสียงของคนส่วนน้อย และสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญและแนวทาง ที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้
“แนวทางของร่างสัญญาประชาคมที่ออกมาภาพรวมจำเป็นจะต้องอธิบายให้เห็นถึงสภาพแวดล้อมและความเป็นมาของปัญหาและสิ่งที่ประชาชนมุ่งหวังโดยจะมีการจัดลำดับความเร่งด่วนออกมา ทำเนื้อหาสาระที่จะมีความชัดเจนเข้าใจง่ายและส่งเสริมการปฏิบัติที่เป็นไปได้ มีความปรองดองและปฏิบัติได้จริง ส่วนอะไรที่ยังไม่สามารถทำได้ เห็นสมควรที่จะต้องระบุไปด้วย เมื่อถึงเวลาสมควรก็จะต้องดำเนินการ ส่วนความคิดเห็นที่ไม่ได้จัดทำเป็นร่างสัญญาประชาคม คณะกรรมการก็ไม่ได้ละเลยจะมีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบต่อไป” พล.ต.คงชีพ กล่าว
พล.ต.คงชีพ กล่าวว่า คณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ได้ให้ความสำคัญและน้ำหนัก กับความคิดเห็นในระดับภูมิภาค เนื่องจากเป็นเสียงของประชาชนส่วนใหญ่ โดยนำข้อเสนอไปใช้ในการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลและส่วนหนึ่งจะถูกเสนอให้ สปท. ในการจัดทำแนวทางการปฏิรูป อีกส่วนหนึ่งเสนอให้ สนช.ในการจัดทำร่างกฎหมายเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนอย่างครบถ้วน โดยดำเนินการควบคู่กันไป

