ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 24 เม.ย. 2560 05:30
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/921192

มูลค่าส่งออกเดือน มี.ค.พุ่ง 20,887 ล้านเหรียญฯขยายตัว 9.22% ดันไตรมาสแรกปีนี้ส่งออกขยายตัวได้ 4.92% ด้านกระทรวงพาณิชย์ ถกหน่วยงานรัฐ–เอกชน หาคำตอบส่ง “พาณิชย์มะกัน” ทำรายงานหาเหตุสหรัฐฯขาดดุลการค้าไทยตามคำสั่ง “ทรัมป์” ภายใน 10 พ.ค.นี้ พร้อมสั่งทูตพาณิชย์ประจำวอชิงตัน แจงราย
ละเอียด 18 พ.ค.นี้ ย้ำเคลียร์ข้อสงสัยทุกประเด็น มั่นใจนโยบายไทยไม่เอาเปรียบชัวร์
ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า ตัวเลขการส่งออกของไทยในเดือน มี.ค.2560 มีมูลค่า 20,887.59 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัวเพิ่มขึ้น 9.22% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ไตรมาสแรกของปีนี้ส่งออกขยายตัว 4.92% ขณะที่มูลค่าการนำเข้าอยู่ที่ 19,270.66 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัว 19.26% รวมแล้วไตรมาสแรกปีนี้มีมูลค่าการนำเข้า 52,403.61 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัว 14.82%
นางสาววิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงการที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯเปิดให้คู่ค้า 13 ประเทศตอบคำถามเกี่ยวกับนโยบายการค้า เพื่อประกอบการทำรายงานสาเหตุการขาดดุลการค้า ตามคำสั่งพิเศษประธานาธิบดี (Executive Order) โดยให้ส่งคำตอบกลับภายในวันที่ 10 พ.ค.นี้ว่า ขณะนี้กระทรวงพาณิชย์ อยู่ระหว่างจัดทำข้อมูลต่างๆตามที่สหรัฐฯขอมา โดยเริ่มหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึง
ภาคธุรกิจไทยและสหรัฐฯที่ทำการค้าการลงทุนกับสหรัฐฯแล้ว จากนั้นจะส่งกลับให้กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯตามกำหนด และสั่งการให้อัครราชทูต (ฝ่ายการพาณิชย์) ณ สำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ ประจำสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน สหรัฐฯ ร่วมแสดงความคิดเห็นต่อกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯในวันที่ 18 พ.ค.นี้ ในการเปิดรับฟังความเห็นสาธารณะด้วย “ดุลการค้า จะมองเฉพาะการค้าสินค้าอย่างเดียวไม่ได้ เพราะยังมีการค้าบริการและการลงทุนอีก ซึ่งสินค้าหลักๆที่ส่งออกจากไทยไปสหรัฐฯ ส่วนใหญ่ลงทุนผลิตโดยคนอเมริกันหรือคนต่างชาติในไทย ไม่ใช่ของไทยทั้งหมด ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ ทำข้อมูลให้รอบด้าน โดยต้องหารือกับทั้งหน่วยราชการและภาคเอกชนทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการค้าการลงทุนของสหรัฐฯและกับสหรัฐฯ”
นางสาววิบูลย์ลักษณ์กล่าวว่า จะเน้นตอบคำถามเรื่องที่สหรัฐฯหยิบยกขึ้นมาหารือในการประชุมร่วมกันภายใต้กรอบความตกลงด้านการค้า และการลงทุนไทย-สหรัฐฯ (TIFA) เมื่อต้นเดือน เม.ย. โดยเฉพาะทรัพย์สินทางปัญญา รวมถึงปัญหาที่ปรากฏอยู่ในรายงานประเมินสถานการณ์การค้าของประเทศคู่ค้าประจำปี 60 (NTE) ของสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) และคำถามเกี่ยวกับนโยบายการค้าอื่นๆของไทยที่สหรัฐฯต้องการให้ตอบด้วย
สำหรับทรัพย์สินทางปัญญา มีความคืบหน้าในการป้องกันและปราบปรามอย่างเห็นได้ชัด จนภาคเอกชนสหรัฐฯเสนอให้ USTR ปรับสถานะของไทยด้านทรัพย์สินทางปัญญาให้ดีขึ้นมาอยู่ในกลุ่มประเทศที่ถูกจับตามอง (WL) ในการทบทวนสถานะประจำปี 60 ที่จะประกาศผลสิ้นเดือน เม.ย.นี้ จากที่อยู่ในกลุ่มประเทศที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษ (PWL) มาเกือบ 10 ปี ส่วนข้อกังวลของสหรัฐฯ ประเด็นเสียเปรียบการค้าจากความตกลงเขต
การค้าเสรี (FTA) ไทยไม่ได้ทำ FTA แต่ทำสนธิสัญญาไมตรีระหว่างกันมายาวนาน ซึ่งสหรัฐฯได้ประโยชน์จากไทยอยู่แล้ว ส่วนการทุ่มตลาด (AD) ปัจจุบันมีสินค้าไทยไม่กี่รายการถูกเรียกเก็บอากรเอดี “การดำเนินการของไทยด้านทรัพย์สินทางปัญญามีความคืบหน้า และน่าจะเป็นสถานการณ์ win win ของไทยและสหรัฐฯ เชื่อว่าคำตอบของไทยจะเป็นสิ่งยืนยันได้ดีที่สุดว่าไทยไม่มีนโยบายการค้าที่เอาเปรียบสหรัฐฯ จนทำให้ขาดดุลการค้ากับไทย”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯเปิดรับฟังข้อคิดเห็นเพื่อจัดทำรายงานศึกษาวิเคราะห์การขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ ภายใน 90 วัน โดยสิ่งที่สหรัฐฯต้องการคำตอบคือ สาเหตุการขาดดุล โดยพิจารณานโยบายการค้าด้านต่างๆของคู่ค้า รวมถึงกฎระเบียบ กฎหมาย การปฏิบัติที่เพิ่มภาระ หรือเลือกปฏิบัติ จนเกิดความไม่เป็นธรรมต่อการค้าของสหรัฐฯ กระทบการจ้างงาน ค่าจ้าง และอุตสาหกรรมภายใน.