ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/259253
วันอังคาร ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2560, 15.16 น.
7 มี.ค. 60 นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 6 มี.ค. ได้ส่งฮอลิคอร์ปเตอร์ฝนหลวง ไปบินสำรวจพื้นที่ภาคเหนือที่มีปัญหาหมอกควัน ฝุ่นละออง จากการเผาป่า โดยเฉพาะในพื้นที่ จ. ลำปาง รวมทั้งได้สแตนบายฮอฯฝนหลวงไว้หากมีการประสาน จากกระทรวงทรัพยากรฯให้ไปร่วมกับไฟป่า โดยทางกรมฝนหลวงฯพร้อมให้การสนับสนุน นอกจากนี้ยังพบว่า มีค่าหมอกควันเกินมาตรฐานส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน ซึ่งจากการติดตามสภาพอากาศ ระหว่างวันที่ 8-10 มี.ค. มีแนวโน้มสภาพอากาศเอื้อต่อการทำปฎิบัติการทำฝนหลวง แก้ปัญหาหมอกควัน จ.ลำปาง รวมทั้งในจังหวัดภาคเหนือ และสลายพายุลูกเห็บ โดยใช้เครื่องบินฝนหลวง รุ่นซุเปอร์คิงแอร์ ที่สามารถขึ้นบินระดับความสูง 2 หมื่นฟุตขึ้นไป ปฎิบัติการโจมตีกลุ่มเมฆโดย ใช้พลุสารซิลเวอร์ไอโอดาย์ ไปยิงเมฆเย็น สลายพายุลูกเห็บ ให้ตกมาเป็นฝนเพื่อชะล้างหมอกควัน ฝุ่นละอองในอากาศได้ด้วย และในวันที่ 13 มี.ค.จะเริ่มทดลองครั้งแรกสำหรับงานวิจัยใหม่ใช้สารฝนหลวง สูตรเย็น นำน้ำแข็งแห้งไปโปรยสลายชั้นบรรยากาศที่เป็นฟิมล์กดทับไว้ เพื่อเปิดช่องให้หมอกควัน กระจายตัวออกจากสภาพอากาศไปได้มากยิ่งขึ้น โดยใช้เครื่องบินคาซ่า จากหน่วยฝนหลวง จ.เชียงใหม่
“เตรียมพร้อมขึ้นปฎิบัติทันทีจากการติดตามสภาพอากาศ โดยกรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์มีแนวโน้มเกิดพายุลูกเห็บ ซึ่งกรมฝนหลวงฯมีสถานีเรดาร์ ที่ติดตั้งระบบไตตัน ในการประมวลข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสภาพของกลุ่มเมฆ ที่จะเปลี่ยนเป็นลูกเห็บหรือไม่ ภายในไม่เกิน 1 ชั่วโมง ที่ต้องขึ้นบินโจมตีสลายลูกเห็บให้สำเร็จ โดยต้องปฎิบัติการโดยความรวดเร็ว เพราะกลุ่มเมฆที่พัฒนาเป็นพายุลูกเห็บเกิดขึ้นโดยฉับพลัน ดังนั้นจึงมีการติดตามเฝ้าระวังตลอดเวลา เพื่อให้มีการตัดสินใจขึ้นบินโดยรวดเร็วหยุดยั้งการก่อตัวเป็นพายุลูกเห็บ โดยเครื่องบินคิงส์แอร์ อยู่ที่หน่วยฝนหลวง จ.พิษณุโลก จะปฎิบัติการครอบคลุมพื้นที่ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีพื้นที่เฝ้าระวังเป็นพิเศษที่เกิดพายุลูกเห็บเป็นประจำทุกปีคือ จ.ชัยภูมิ และจ.เลย ทั้งนี้จากสภาพอกากาศในช่วงนี้สามารถขึ้นทำฝนหลวงเติมน้ำเขื่อนและพื้นที่เกษตรได้ทั่วประเทศได้ผลดี”นายสุรสีห์ กล่าว
