ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/258447
วันพุธ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2560, 09.32 น.
1 มี.ค. 60 นางเรียม พลับใหญ่ ผู้ใหญ่บ้านเขาแดง หมู่ที่ 7 ต.ป่าแก่บ่อหิน อ.ทุ่งหว้า พร้อมสารวัตรกำนัน ตัวแทนลูกบ้านร่วม 10 คน เดินทางขึ้น สนง.อุตสาหกรรมจังหวัดสตูล เพื่อยื่นหนังสือข้อเรียกร้องเพิ่มเติม ผ่านนางมาลี ทองเกลี้ยง หน.อุตสาหกรรมจังหวัด หลังก่อนหน้านี้ได้ยื่นคัดค้านการขอประทานบัตรเหมืองหิน “เขาลูกเล็ก เขาลูกใหญ่” ซึ่งเป็นเขตประกาศแหล่งหิน 1- 8 ลูก ของพื้นที่จังหวัดสตูล โดยทางกลุ่มผู้นำท้องที่ ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน และชาวบ้านได้เดินหน้าคัดค้านการเข้ามาขอประทานบัตรเหมืองหินอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีการคุกคาม ใส่ร้ายป้ายสี จนผู้นำท้องที่ต้องถูกออกจากตำแหน่ง
โดยการเดินทางมาในครั้งนี้หลังรับหนังสือ จากบริษัท ที่เข้าทำเหมืองหินว่า ได้นำส่งบทสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน หมู่ที่ 3 และหมู่ที่ 7 ตำบลป่าแก่บ่อหิน อำเภอทุ่งหว้าเมื่อวันที่ 9 ม.ค.2560 ที่ผ่านมา ทั้งที่ชาวบ้านในพื้นที่หมู่ที่ 7 ยังไม่ทราบเรื่องการลงมาสำรวจความคิดเห็นดังกล่าว และเชื่อว่าเป็นการสำรวจที่มีการหมกเม็ดไม่โปร่งใส ของนายทุนจึงอยากให้มีการตรวจสอบและยกเลิกการกระทำของบริษัทดังกล่าว

นายสุนทร เส้นอิ้น สารวัตรกำนัน ต.ป่าแก่บ่อหิน อ.ทุ่งหว้า บอกว่า หลังการเข้ามาเดินเรื่องของเหมืองหิน มีผลกระทบถึงตนและผู้นำท้องที่ด้วยกัน มีการว่าร้ายป้ายสีว่ามีการซุกอาวุธสงคราม มีประวัติค้ายาเสพติด ถูกค้นบ้านหลายต่อหลายครั้ง เชื่อว่าเป็นผลมาจากการออกมาคัดค้านการทำเหมืองหินนี้อย่างแน่นอน และวันนี้ที่เดินทางมายื่นหนังสือ ต้องการให้มีการยกเลิก และมีการทำประชาพิจารณ์ใหม่ ของบริษัท ทอพ – คลานซันแทนท์ จำกัด ที่ถูกว่าจ้างจาก บริษัทแห่งหนึ่ง เพราะเชื่อว่าไม่มีความโปร่งใส และไม่เป็นธรรมกับชาวบ้าน ที่ได้รับผลกระทบจากการเข้าไปตั้งเหมืองหิน และพวกตนก็พร้อมจะต่อสู้เพื่อหมู่บ้าน ที่ไม่ต้องการให้มีการระเบิดเขาลูกเล็ก เขาลูกใหญ่จากหมู่บ้าน
ด้านนางมาลี ทองเกลี้ยง หน.อุตสาหกรรมจังหวัดสตูล หลังรับหนังสือจะรีบดำเนินการตามขั้นตอน พร้อมกล่าวว่า เรื่องนี้อยู่ในขั้นตอนที่ 2 การขอทำ EIA หลังการสำรวจแล้ว ซึ่งหากมีการคัดค้านจากชาวบ้านในพื้นที่ก็ไม่สามารถดำเนินการได้ อีกทั้งทราบว่าจะมีการเข้ามาสำรวจแหล่งหินของ นักโบราณคดี ในพื้นที่ อ.ทุ่งหว้า ด้วยว่ามีแหล่งหินโบราณ หรือสิ่งล้ำค่าหรือไม่ ส่วนเรื่อง จ.สตูล เตรียมพร้อมรับ ยูเนสโกในการประกาศให้ จ.สตูล เป็นแหล่งทรัพยากรธรณีโลก กลางปีนี้คงต้องมีการทบทวนอีกครั้ง หลังการประกาศแหล่งเหมืองหินของจังหวัดสตูล
การรุกหนักของนายทุนในการเดินหน้าขอสัมปทานเหมืองหิน ในพื้นที่ จ.สตูลกับภูเขา 8 ลูกที่ถูกประกาศเป็นแหล่งหินอุตสาหกรรม ทำให้ชาวบ้านที่อยู่รอบภูเขา 3 กลุ่ม ออกมาค้านการระเบิดเขาโต๊ะกรัง รอยต่อ อ.ควนโดน-อ.ควนกาหลง คัดค้านระเบิดเขาบังใบ อ.เมือง และ เขาลูกเล็ก เขาลูกใหญ่ อ.ทุ่งหว้า ได้ออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านการอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งเกิดความขัดแย้งกันเองภายในชุมชนถึงบางกลุ่มคน อยากให้เกิดอุตสาหกรรมเหมืองหินในพื้นที่

ในขณะที่นโยบายจังหวัดที่จะผลักดันให้สตูล เป็นอุทยานธรณีโลก หลังพบแหล่งหินโบราณที่ล้ำค่าอยากจะประเมินหลายจุดในพื้นที่ โดยกลางปีนี้ องค์กรยูเนสโก้จะลงพื้นที่ประเมินว่า ควรค่าจะให้เป็นแหล่งอุทยานธรณีโลกหรือไม่ ซึ่งในเรื่องนี้ดูเหมือนจะขัดแย้งกัน หากภาครัฐ และรัฐบาลยังไม่เร่งดำเนินการในการยกเลิกประกาศแหล่งหินทั้ง 8 ลูกให้เป็นพื้นที่ทางทรัพยากรธรณีที่ทรงคุณค่า ก็คงเป็นปัญหาในพื้นที่ที่อยากจะแก้ไขทั้งชาวบ้านและนายทุน
การประกาศเมื่อปี พ.ศ.2539 ต่อเนื่อง 2540 ตามประกาศอุตสาหกรรม ได้ประกาศให้พื้นที่แหล่งหินอุตสาหกรรมสตูลมีด้วยกัน 8 ลูก คือ 1. ภูเขาพลู ต.ควนกาหลง อ.ควนกาหลง 2. ภูเขาจำปา ภูเขาโต๊ะช่าง และภูเขาเณร หมู่ที่ 1 ต.ทุ่งนุ้ย อ.ควนกาหลง 3.ภูเขาลูกเล็กลูกใหญ่ ต.ป่าแก่บ่อหิน อ.ทุ่งหว้า 4.เขาลูกช้าง โดยเขาโต๊ะกรังเป็นลูกเขาในกลุ่มนี้ ต.ทุ่งนุ้ย อ.ควนกาหลง 5.เขาวังบุมาก ต.ทุ่งนุ้ย อ.ควนกาหลง 6.เขาละใบดำ ต.ควนกาหลง อ.ควนกาหลง และ7 เขาจุหนุงนุ้ย ต.กำแพง อ.ละงู และ 8.เขาละมุ ต.ทุ่งนุ้ย อ.ควนกาหลง
