ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/259187
วันจันทร์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2560, 20.30 น.
คนไทยเตรียมร้อนตับแลบ
เม.ย.43องศา!
7-10มี.ค.ระวัง “พายุลูกเห็บ”
อุตุฯประกาศไทยเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการ เตือนปลายเดือนเมษาฯร้อนตับแลบ อุณภูมิทะลุ 43 องศา แต่ช่วง 7-10 มี.ค.นี้เจอก่อน “พายุลูกเห็บ” ไล่ตั้งแต่ภาคเหนือ อีสาน และภาคกลาง ด้าน“มหาดไทย”สั่งตั้งกองอำนวยการสู้ไฟป่า ขยับประกาศเขตห้ามเผา-ทำไร่เลื่อนลอย พร้อมส่งชุดลาดตระเวนเกาะติดทุกอำเภอ
ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 6 มีนาคม กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศเรื่อง “การเข้าสู่ฤดูร้อนของประเทศไทย” ว่า ประเทศไทยได้เริ่มเข้าสู่ฤดูร้องตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา โดยอุณหภูมิจะสูงขึ้นและมีอากาศร้อนต่อเนื่องในตอนกลางวัน โดยในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะมีอากาศเย็นในตอนเช้าต่อไปอีกระยะหนึ่ง และจะสิ้นสุดฤดูร้อนประมาณกลางเดือน พ.ค. 2560
กระอัก!ปลายเมษาฯตับแลบ40องศา
ด้าน นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่า ปีนี้ฤดูร้อนมาช้ากว่าปกติเล็กน้อย และจะไม่ร้อนเท่าปีที่แล้วซึ่งมีอุณหภูมิสูงสุด 44.6 องศาเซลเซียส ที่ จ.แม่ฮ่องสอน แต่ปีนี้จะสูงสุดประมาณ 43 องศาเซลเซียสในช่วงปลายเดือนเมษายน โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะร้อนที่สุด ขณะที่กรุงเทพมหานครจะมีอุณภูมิสูงสุดประมาณ 40 องศาเซลเซียส จึงของเตือนประชาชนระวังโรคฮีทสโตรกหรือโรคลมแดด โดยดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย รวมทั้งระวังไฟไหม้ และไฟป่า
7-10มี.ค.ระวังลูกเห็บ-พายุฤดูร้อน
วันเดียวกัน กรมอุตุนิยมวิทยา ยังออกประกาศเตือนฉบับที่ 1 เรื่อง “พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน” โดนระบุว่า ช่วงวันที่ 7-10 มีนาคม ความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนแผ่ลงมา ทำให้ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อน ในลักษณะพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกในบางพื้นที่ โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกจะได้รับผลกระทบในวันที่ 7-9 มีนาคม ส่วนภาคกลางและภาคเหนือตอนล่าง จะได้รับผลกระทบในวันที่ 8-9 มีนาคม จึงขอให้ประชาชนระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณา
มท.สั่งตั้งกองอำนวยการสู้ไฟป่า
ส่วนที่กระทรวงมหาดไทย นายชยพล ธิติศักดิ์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทยได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดในภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ ให้จัดตั้งกองอำนวยการระดับจังหวัดและอำเภอ เพื่อบริหารจัดการแก้ปัญหาหมอกควันไฟป่า โดยแบ่งพื้นที่ปฏิบัติการเป็น 3 เขต คือ 1.ในพื้นที่ป่า ให้หน่วยงานสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ เป็นผู้รับผิดชอบหลัก 2.ในพื้นที่หมู่บ้าน ชุมชน และพื้นที่เกษตรกรรม ให้ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และอปท. ร่วมกับหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดูแล และ 3.พื้นที่ริมทางหรือถนนสายต่างๆ ให้หน่วยงานสังกัดกระทรวงคมนาคมเป็นผู้รับผิดชอบหลัก
ประกาศโซนห้ามเผา-ลาดตระเวนคุมเชิง
ทั้งนี้ในการปฏิบัติการโดยเฉพาะในพื้นที่วิกฤติ ให้นายอำเภอกำกับดูแลปัญหาด้วยตัวเอง โดยใช้กลไกของกระทรวงมหาดไทย ร่วมกับทีมประชารัฐตำบลหรือหน่วยงานอื่นๆ ดำเนินการป้องกันแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่าอย่างจริงจัง โดยตั้งแต่วันที่ 6 มีนาคมเป็นต้นไปให้ใช้มาตรการตามความเหมาะสมของพื้นที่ อาทิ การประกาศเขตห้ามเผาในพื้นที่หมู่บ้าน หรือพื้นที่บุกรุกทำไร่เลื่อนลอยอย่างเด็ดขาด รวมทั้งจัดชุดลาดตระเวนร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ เพื่อเฝ้าระวังไฟป่าและหมอกควัน
