ดึงเข้าระบบแรงงาน 20 ล. ทุ่มสิทธิประโยชน์อื้อ เพิ่มทางเลือกประกัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 26 เม.ย. 2560 08:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/923165


แรงงานนอกระบบ 20 ล้านคนเฮ รัฐใจป้ำเพิ่มสิทธิให้ผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ทั้งเพิ่มเงินชดเชยกรณีเจ็บป่วยนอนโรงพยาบาล เงินสงเคราะห์ทำศพ พร้อมเพิ่มทางเลือกที่ 3 ขึ้นมาใหม่ ผู้ประกันตนจ่ายสมทบ 300 บาท รัฐสมทบให้ 150 บาท ได้รับสิทธิ์เงินสงเคราะห์บุตรเดือนละ 200 บาทจนถึง 6 ขวบ ขณะที่ค่าทำศพได้ 40,000 บาท เจ็บป่วยนอนโรงพยาบาลได้รับเงินชดเชย 300 บาท 90 วัน

ผู้ประกันตนอิสระมีเฮ เมื่อประกันสังคมเพิ่มสิทธิ์ให้ ทั้งนี้ พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รมว.แรงงานเปิดเผยเมื่อวันที่ 25 เม.ย. ว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบปรับสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ของ พ.ร.บ.ประกันสังคม ได้แก่ ผู้ประกันตนโดยอิสระ เป็นคนทำงานที่ไม่มีนายจ้าง ทำงานที่บ้าน หาบเร่แผงลอย วินมอเตอร์ไซค์ ดังนี้ คือทางเลือกที่ 1 ผู้ประกันตนจ่ายสมทบ 70 บาท รัฐจ่ายสมทบ 30 บาท รวมเป็นจ่ายสมทบ 100 บาท รับสิทธิประโยชน์พื้นฐานคุ้มครอง 3 กรณี คือ เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อเจ็บป่วย เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อทุพพลภาพ เงินค่าทำศพ ในส่วนของเงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อเจ็บป่วย เดิมเมื่อนอนโรงพยาบาลจะได้รับวันละ 200 บาท ไม่เกิน 30 วันต่อปี เพิ่มให้เป็น 300 บาท ไม่เกิน 30 วันต่อปี ถ้าไม่นอนโรงพยาบาล แต่แพทย์สั่งให้หยุดงาน 3 วัน ได้รับเงินชดเชยวันละ 200 บาท ไม่เกิน 30 วันต่อปี และกรณีไปพบแพทย์จะได้ครั้งละ 50 บาท ไม่เกิน 3 ครั้งต่อปี

พล.อ.ศิริชัยกล่าวอีกว่า ส่วนเงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อทุพพลภาพ ยังให้สิทธิ์คงเดิมคือ จะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้จำนวน 500-1,000 บาทต่อเดือน เป็นเวลานาน 15 ปี เงื่อนไขโดยต้องเป็นผู้ทุพพลภาพหรือทุพพลภาพเพิ่มขึ้นตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการการแพทย์ และกรณีเงินค่าทำศพเดิมได้รับ 20,000 บาท สิทธิประโยชน์ใหม่นอกจากได้รับเงินทำศพ 20,000 บาทแล้วยังได้รับเงินสงเคราะห์เพิ่มอีก 3,000 บาท

รมว.แรงงานกล่าวอีกว่า ส่วนทางเลือกที่ 2 ผู้ประกันตนจ่ายสมทบ 100 บาท รัฐจ่ายสมทบ 50 บาท รวมเป็นเงินสมทบ 150 บาท ได้รับสิทธิประโยชน์พื้นฐานคุ้มครอง 4 กรณี คือเงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อเจ็บป่วย เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อทุพพลภาพ เงินค่าทำศพ เงินบำเหน็จชราภาพ (เงินออมกรณีชราภาพ) ในส่วนของเงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อเจ็บป่วย เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อทุพพลภาพ เงินค่าทำศพจะได้รับเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกับทางเลือกที่ 1 ส่วนเงินบำเหน็จชราภาพคงได้รับเหมือนเดิม

พล.อ.ศิริชัยยังกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังได้เพิ่มทางเลือกที่ 3 ขึ้นมา เป็นทางเลือกใหม่ ไม่เคยมีมาก่อนคือ ผู้ประกันตนจ่าย 300 บาท รัฐจ่ายสมทบ 150 บาท รวมเป็นเงินสมทบ 450 บาท ได้รับสิทธิประโยชน์พื้นฐานคุ้มครอง 5 กรณี เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อเจ็บป่วย เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อทุพพลภาพ เงินค่าทำศพ เงินบำเหน็จชราภาพ (เงินออมกรณีชราภาพ) และเงินสงเคราะห์บุตร ในส่วนของเงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อเจ็บป่วยต้องนอนโรงพยาบาลจะได้รับวันละ 300 บาท ไม่เกิน 90 วันต่อปี ถ้าไม่นอนโรงพยาบาล แต่แพทย์สั่งให้หยุดงาน 3 วัน ได้รับเงินชดเชยวันละ 200 บาท ไม่เกิน 90 วันต่อปี ขณะที่เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อทุพพลภาพ จะได้รับเงิน 500-1,000 บาทต่อเดือนไปตลอดชีวิต เงินค่าทำศพจะได้รับ 40,000 บาท ส่วนเงินบำเหน็จชราภาพ นอกจากได้รับตามเงื่อนไขเดิมแล้ว หากจ่ายเงินสมทบครบ 180 เดือน จะได้รับเงินเพิ่มจากปกติอีก 10,000 บาท ส่วนเงินสงเคราะห์บุตรจะได้รับคนละ 200 บาทต่อเดือน คราวละไม่เกิน 2 คน ได้รับสิทธิ์ตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 ขวบ

นายสุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า การปรับแก้กฎหมายประกันสังคม ใหม่ครั้งนี้ คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ภายในประมาณ 2 เดือน ขั้นตอนต่อไปคือส่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแก้ไขในข้อกฎหมาย สำหรับผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ข้อมูลปัจจุบัน ณ วันที่ 31 มี.ค.2560 ขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนได้แล้ว จำนวน 2,265,809 คน จากจำนวนแรงงานนอกระบบประมาณ 20 ล้านคน หลังการปรับสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้นครั้งนี้ คาดว่าจะจูงใจให้แรงงานนอกระบบสมัครเข้าเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 มากขึ้น เพราะได้รับสิทธิ์ใกล้เคียงกับผู้ประกันตนในมาตรา 39 หรือผู้ใช้แรงงานที่เคยเป็นผู้ประกันตนแล้วลาออกจากงานและส่งเงินสมทบเพื่อรับความคุ้มครองประกันสังคมต่อ

นายสุรเดชกล่าวอีกว่า ในปีแรกของการปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์คาดว่าจะมีผู้ประกันตนตามมาตรา 40 เพิ่มขึ้นเป็น 3 ล้านคน ค่าใช้จ่ายภาครัฐ อยู่ที่ประมาณ 400 ล้านบาท ระยะยาวรัฐบาลต้องการให้ทุกคนมีหลักประกันสังคมครอบคลุมทั้งหมด 20 ล้านคน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของแรงงานนอกระบบให้ได้รับความคุ้มครองทางสังคมเช่นเดียวกับแรงงานในระบบ ขณะที่ค่าใช้จ่ายภาครัฐจะเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 3,000 ล้านบาท ซึ่งอยู่ในวิสัยที่รัฐบาลสามารถดูแลได้

เลขาธิการสำนักงานประกันสังคมกล่าวด้วยว่า สำหรับการสมัครเข้าเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ประชาชนใช้หลักฐานเพียงบัตรประชาชนใบเดียว ก็ดำเนินการได้ การจ่ายเงินสมทบมีความสะดวกเพราะจ่ายได้ที่เคาน์เตอร์เซอร์วิสตามร้านสะดวกซื้อทั่วไป รวมทั้งที่ทำการไปรษณีย์ และในอนาคตจะสามารถจ่ายได้ที่ตู้เติมเงินที่จะกระจายไปตามตำบล หมู่บ้านทั่วประเทศ ข้อดีของการเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 คือ ไม่ต้องตรวจสุขภาพ, ไม่ตัดสิทธิบัตรทอง, ขาดส่งเงินสมทบยังเป็นสมาชิกต่อได้ และรัฐบาลร่วมออกเงินสมทบให้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นิยามของผู้ประกันตนตามมาตรา 40 คือ ผู้ใช้แรงงานที่มีสัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่า 15 ปี ไม่เกิน 60 บริบูรณ์ หรือชนกลุ่มน้อยซึ่งอพยพเข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทย หรือบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนที่ได้รับการผ่อนผันให้อาศัยอยู่ในประเทศไทยได้เป็นการชั่วคราวเพื่อรอการส่งกลับ สามารถสมัครเป็นผู้ประกันตนโดยสมัครใจตามมาตรา 40 ได้ ยกเว้นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ซึ่งเป็นแรงงานในระบบ มาตรา 39 หรือข้าราชการและรัฐวิสาหกิจจะสมัครไม่ได้

ในส่วนงานวันแรงงาน วันเดียวกันที่กระทรวงแรงงาน นายสุเมธ มโหสถ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) และนายชินโชติ แสงสังข์ ประธานสภาองค์การลูกจ้างสภาแรงงานแห่งประเทศไทย ร่วมแถลงจัดงานวันแรงงานแห่งชาติ ปี 2560 วันที่ 1 พ.ค. นายสุเมธกล่าวว่า กสร.ร่วมกับ 15 สภาองค์การลูกจ้าง สหพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจแห่งประเทศไทย เครือข่ายแรงงานนอกระบบ จัดงานโดยย้ายสถานที่จากท้องสนามหลวงมาที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพฯ (ไทย-ญี่ปุ่น) ดินแดง มี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานในเวลา 11.00 น. โดยช่วงเช้าจะมีพิธีทางศาสนา ที่กระทรวงแรงงาน จากนั้นเวลา 08.30 น. ริ้วขบวนที่นำโดยขบวนแสดงความอาลัย รัชกาลที่ 9 ขบวนเทิดพระเกียรติ รัชกาลที่ 10 ขบวนกระทรวงแรงงาน ขบวนของผู้ใช้แรงงานจะเคลื่อนจากหน้าสนามกีฬากองทัพบกมาที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 ส่วนงบ 4.9 ล้านบาท ที่รัฐสนับสนุนจัดงาน เป็นจำนวนเงินเท่ากับปีที่ผ่านมา และไม่ได้ใช้เฉพาะงาน ในส่วนกลางเท่านั้น ยังรวมไปถึงที่จัดขึ้นในจังหวัดต่างๆ ขอให้มั่นใจว่าเป็นการใช้งบอย่างถูกต้องเหมาะสม

นายชินโชติกล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้รับปากเป็นประธานเปิดงาน นับเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกที่ให้ความสำคัญกับผู้ใช้แรงงานจึงรับเป็นประธานเปิดงานวันแรงงานแห่งชาติ 3 ปีซ้อน ตั้งแต่ปี 2558-2560 ปีนี้จึงได้เตรียมเซอร์ไพรส์นายกฯ แต่จะเป็นอะไรให้รอดูวันงาน และได้เตรียมยื่นข้อเรียกร้องวันแรงงานแห่งชาติ 5 ข้อ อาทิ ให้รับรองอนุสัญญาขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 87 และ 98 ซึ่งเป็นข้อเรียกร้องเดิมที่เคยขอมาตั้งแต่ปี 2535 สมัยคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) แต่ก็มั่นใจว่ารัฐบาล คสช. จะเห็นความสำคัญในเรื่องนี้ รวมทั้งขอให้ปฏิรูปสำนักงานประกันสังคม สำหรับกิจกรรมในงานจะพิเศษกว่าทุกปี โดย จะเน้นการน้อมรำลึกถึงรัชกาลที่ 9 และเทิดพระเกียรติรัชกาลที่ 10 มีการจัดริ้วขบวนเพิ่มขึ้น มีการแสดงดนตรีแต่ไม่หวือหวา ทั้งการแสดง โทนสี และเสียงไม่ดังเกินไป ทุกอย่างจะเหมาะกับสถานการณ์และความพอดี

ด้านนายสาวิทย์ แก้วหวาน ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) กล่าวถึงการแยกไปจัดกิจกรรมร่วมกับสมาพันธ์แรงงานรัฐ วิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) ว่า เป็นการแยกกันจัดงาน แต่ไม่ใช่ความแตกแยก ใครจะทำอะไรใช้งบประมาณมากแค่ไหนก็ทำ จะไม่ไปตำหนิกัน สำหรับ คสรท. และ สรส.ได้เข้ายื่นข้อเรียกร้องวันกรรมกรสากล ปี 2560 ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล ถึงนายกฯรัฐมนตรี รวม 10 ข้อ ส่วนหนึ่งเป็นเรื่องเก่าที่เรียกร้องมานาน อาทิ ให้มีรัฐสวัสดิการถ้วนหน้าที่มีคุณภาพให้ประชาชนเข้าถึงอย่างเท่าเทียม ทั้งด้านสาธารณสุข และด้านการศึกษาต้องกำหนดค่าจ้างแรงงานที่เป็นธรรม ยกเลิกนโยบายการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ และการแปลงสภาพรัฐวิสาหกิจทุกรูปแบบ ให้ยกเลิกนโยบายที่ว่าด้วยการลดสวัสดิการพนักงานรัฐวิสาหกิจและครอบครัว ในวันที่ 1 พ.ค. กิจกรรมจะยังมีเหมือนเดิม โดยเวลา 10.00 น. เครือข่ายแรงงานประมาณ 3-4 พันคน จะออกเคลื่อนขบวนรณรงค์ชูข้อเรียกร้องปัญหาแรงงานให้รัฐบาลเร่งแก้ไข จากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยไปหน้าสำนักงานยูเอ็น ร่วมกัน แสดงเจตนารมณ์ตามข้อเรียกร้อง ก่อนจะสลายตัว

 

Leave a comment