ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
09 เมษายน 2560 เวลา 08:52 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/dhamma/489273

โดย…ราช รามัญ
เดินทางไปอินเดียคราใด มักจะต้องมีเรื่องเล่าเก็บมาฝากเสมอ แต่ปีนี้ได้มีโอกาสพบพระภิกษุที่งดงามด้วยธรรมทั้งด้านความรู้และสัมมาปฏิบัติ
วันหนึ่งผมเดินออกจากพระมหาเจดีย์พุทธคยาแล้วไปที่สำนักวัดป่าพุทธคยา ที่อยู่ด้านหลังมหาเจดีย์นั่นเอง เบื้องต้นเพียงหวังใจว่าจะเยี่ยมชมความงดงามของวัดที่สร้างได้อย่างสวยงาม และมีความสะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อย แล้วก็จะกราบหลวงพ่อจิ๋ว (พระโพธินันทมุนี) ผู้เป็นสมภาร แต่ปรากฏว่าหลวงพ่อไม่อยู่
จึงสำรวจไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเมื่อเดินไปถึงวิหารหลังหนึ่ง ได้มีโอกาสพบกับพระภิกษุที่ท่านนั่งสนทนาธรรมกับญาติโยม เลยทรุดตัวลงเข้าไปนั่งฟังด้วยความกระหายธรรมใคร่รู้
พระภิกษุเบื้องหน้าผมดูจากกิริยาแล้วสำรวมมาก ใบหน้าอ่อนเยาว์ ก็คาดว่าอายุไม่น่าจะเกิน 40 ปี แต่ที่ไหนได้พอคุยกับท่าน จึงทราบว่าใกล้จะ 60 ปีแล้ว อายุพรรษา 20 พรรษา ไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว ท่านชื่อว่าพระอาจารย์สุขุม สุขุโม พอถามท่านว่าอยู่ที่วัดไหนในเมืองไทย
ได้ความว่า อยู่วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร อ.บางละมุง จ.ชลบุรี สังกัดธรรมยุติกนิกาย และเมื่อคราวอุปสมบทได้รับความเมตตาจากท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช ทรงรับเป็นพระอุปัชฌาย์
ส่วนธรรมที่สนทนานั้น ท่านเน้นย้ำไม่ใช่เรื่องของปริยัติธรรม แต่เป็นเรื่องของการปฏิบัติ…
“สติปัฏฐานสี่ ที่พระพุทธเจ้าทรงสอนเอาไว้ สามารถนำเอามาใช้ได้จริง เราต้องฝึกกายโดยการใช้สติให้มากๆ เมื่อมีสติแล้วทำอะไรก็ไม่หลงๆ ลืมๆ เพราะจะระลึกก่อนทำเสมอ
ส่วนใจเราก็ฝึกด้วยการใช้สัมปชัญญะให้มากๆ เราก็จะไม่หลงใจ แล้วใจก็ไม่ไปยึดติด หลงติด ฝึกไป เวลาฝึกกาย ฝึกใจ ไม่ต้องไปมีความอยากว่าจะต้องได้อะไร เห็นอะไร หรือแม้แต่เป็นอะไร แม้เพียงแค่อยากให้สงบ ก็ไม่ต้องไปอยาก เพราะยิ่งอยากก็ยิ่งจะไม่ได้”
เป็นธรรมะที่รวบยอดกันเลยทีเดียว แต่ฟังง่าย สามารถนำเอาไปฝึกได้ ท่านยังเน้นบอกว่า “เคยปฏิบัติแบบไหนมาก็ปฏิบัติไป แต่การปฏิบัติอย่าไปอยู่ในอิริยาบถเดียว ต้องเดินจงกรมไปมาบ้าง ไม่ใช่ไปนั่งอย่างเดียวจนตัวแข็ง เวลาหันซ้ายหันขวาก็ต้องมีสติบ้าง มีความรู้สึกตัวด้วย เพราะการปฏิบัติธรรมเมื่อปฏิบัติแล้วต้องเอาไปใช้ได้จริงกับชีวิตจริงๆ ไม่ใช่ปฏิบัติกันแค่เฉพาะรูปแบบเพียงอย่างเดียว เพราะถ้าฝึกแล้วปฏิบัติแล้วไม่เอาไปใช้ในชีวิตจริงๆ จะเรียกว่า ปฏิบัติธรรมอย่างไร ฝึกแล้วต้องเอาไปใช้ได้ด้วย”
พระอาจารย์สุขุม…ถามผมว่า มาอินเดียบ่อยไหม ผมเรียนท่านไปว่า มาทุกปี ส่วนตัวท่านก็มาทุกปีเช่นกัน เว้นแต่ปีไหนที่มีงานมากก็ไม่ได้ไป เพราะต้องทำศาสนกิจในเมืองไทยก่อน สิ่งที่ผมชอบ คือ ธรรมะของท่านนั้นเน้นฝึกปฏิบัติให้เกิดปัญญา ไม่ได้เป็นธรรมะแบบประเภทแก้ปีชง แก้สะเดาะเคราะห์กรรมใดๆ
มีท่านหนึ่งถามว่า…เราแก้กรรมได้ไหม ท่านย้อนถามว่า กรรมอะไร กรรมเก่า หรือกรรมแบบไหน ถ้ากรรมเก่าแก้ไม่ได้ ไม่มีใครแก้ได้ แม้แต่พระพุทธเจ้ายังทรงแก้กรรมไม่ได้เลย ไม่มีทางที่จะแก้ได้ แต่ถ้ากรรมที่เป็นปัจจุบันแก้ได้ แก้ด้วยการมีสติมากๆ คิดก่อนพูด ก่อนทำ แล้วก็แก้ที่ใจด้วย โดยรอบจะมีเสียงดัง แต่ก็ล้วนเป็นเสียงสวดมนต์เพื่อสรรเสริญพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ และพระสังฆคุณ
ท่านเมตตาแนะวิธีว่า…เมื่ออยู่ที่ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ไม่ต้องขออะไร ให้ทำใจสงบ ระลึกถึงคำสอนของพระพุทธเจ้าเอาไว้ให้มากๆ หลายคนมาแล้วก็ขอๆๆ ลองเปลี่ยน เน้นเอาธรรมะเพียงอย่างเดียว แล้วเราจะมีความสุข แล้วเราจะมีใจที่สงบ กำลังสติสมาธิและสัมปชัญญะจะเกิด
หลังจากที่ได้สนทนาธรรมกับท่านแล้ว ท่านได้รับการนิมนต์ให้ไปที่ต้นพระศรีมหาโพธิ์และไปในส่วนของพระมหาเจดีย์วิหารโพธิ์ เพื่อขึ้นไปชั้นที่สองของวิหาร โดยคุณบัวสุด ซึ่งเป็นผู้นิมนต์ เลยได้มีโอกาสติดตามขึ้นไปชมด้วย แบบนี้เรียกว่า ธรรมะจัดสรร
ชั้นบนของพระมหาเจดีย์วิหารโพธิ์ ข้างบนมีพระโพธิสัตว์ทรงประทับยืน หลายท่านยืนยันว่าเป็นพระโพธิสัตว์ที่จะลงมาอุบัติเป็นพระพุทธเจ้าพระองค์ต่อไป คือ พระศรีอริยเมตไตรย นอกจากนี้ยังมีของเก่าเก็บอีกมากมายที่ขุดและค้นพบมาตั้งแต่อดีต
พระอาจารย์สุขุม กล่าวว่า…ตรงที่ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์แห่งนี้ ในอนาคตกาลพระศรีอริยเมตไตรยจะมาตรัสรู้ธรรมเช่นเดิมกับพระพุทธเจ้าที่ผ่านมาแล้วทั้ง 4 พระองค์ ใครหลายคนมา จะอธิษฐานขอให้ตนเองได้มีบุญเกิดในยุคของพระศรีอริยเมตไตรย เพื่อที่จะได้มีโอกาสฟังธรรม จากพระพุทธเจ้า
การที่ได้สนทนาธรรมกับพระอาจารย์สุขุม ทำให้ผมได้ความรู้มากมายหลายมุม โดยเฉพาะทางด้านการปฏิบัติธรรม อีกอย่างหนึ่งที่ผมสังเกตเสมอ คือ ความเป็นธรรมยุติกนิกายของท่านนั้น คงไว้ด้วยความสงบสำรวม ไม่ทำอะไรที่ดูไม่เป็นปริมณฑลเลย แม้จะอยู่ต่างแดนก็ตาม สาธุ… เราได้กราบพระภิกษุอีกรูปหนึ่งแล้วที่เป็นสัมมาปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้า
สุดท้ายขอให้รำลึกคำสอนของพระคุณเจ้าอีกครั้ง สติอยู่กับกายใจอยู่กับสัมปชัญญะ