ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 25 เม.ย. 2560 05:50
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/922132

ส.อ.ท.แนะเอสเอ็มอีฝ่าวิกฤติยอดขาย
“ส.อ.ท.” เผยกระแสอีคอมเมิร์ซมาแรง เตือนภัยเอสเอ็มอี ให้รู้จักใช้ช่องทางติดต่อตรงกับผู้ซื้อ เพราะในอนาคตพ่อค้าคนกลางมีโอกาสทยอยล้มตาย หลังโรงงานผลิตสินค้าติดต่อค้าขายโดยตรงกับผู้ซื้อมากขึ้น ขณะที่ กสอ.เปิดศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรมสู่อนาคต เน้นช่วยเหลือเอสเอ็มอี ด่วน เพื่อต่อยอดการผลิตไปสู่อุตสาหกรรม 4.0
นายเกรียงไกร เธียรนุกูล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้กระแสของเทคโนโลยีทำให้การค้าขายผ่านออนไลน์ หรืออิเล็กทรอนิกส์ (อีคอมเมิร์ซ) กำลังมาแรงและทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของภาคอุตสาหกรรม ที่ขณะนี้โรงงานอุตสาหกรรมที่เป็นผู้ผลิตสินค้าสามารถติดต่อขายตรงกับผู้ซื้อได้มากขึ้นทำให้ตัดระบบพ่อค้าคนกลางลงไปได้อย่างต่อเนื่อง ดังนั้น ผู้ประกอบการของไทยโดยเฉพาะเอสเอ็มอีจะต้องปรับตัวให้สอดรับกับกระแสดังกล่าวให้ได้เพื่อความอยู่รอด
“ผมคิดว่าระบบพ่อค้าคนกลาง ทั้งระดับในประเทศและระดับชาติ (อินเตอร์เทรด) ต่อไปจะดำเนินกิจการได้ลำบากและอาจทยอยล้มตายได้ ด้วยการค้าขายออนไลน์ที่เอื้อให้เกิดการติดต่อกันโดยตรง ซึ่งเอสเอ็มอีของไทยในขณะนี้จากเดิมที่ลำบากในการนำสินค้าไปฝากขายตามห้างร้าน ห้างสรรพสินค้า หรือการขายผ่านร้านโชห่วย แต่ในปัจจุบันผู้ผลิตทุกระดับ ก็สามารถขายผ่านออนไลน์ได้ ทุกคนจึงต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด หากไม่ปรับตัวรับกับกระแสก็จะอยู่ไม่ได้ ซึ่ง ส.อ.ท.เป็นห่วงเอสเอ็มอีที่การปรับตัวอาจทำได้ยากลำบากหรือค่อนข้างช้า ดังนั้นเอสเอ็มอีจะต้องหาวิธีการขายสินค้าโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลางให้มากขึ้น”
นายธนิต โสรัตน์ รองประธานองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าอุตสาหกรรมไทย กล่าวว่า เมื่อเร็วๆนี้ องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ของสหประชา-ชาติ ได้ระบุผลการศึกษาว่าอุตสาหกรรม 4.0 ในอีก 2 ทศวรรษ หรืออีก 20 ปีข้างหน้า จะทำให้การใช้ เครื่องจักรเข้ามาทดแทนแรงงานคนสูงถึง 44% ในระบบการจ้างงานของอาเซียน และยังระบุว่าการจ้างงานในอนาคตของแต่ละประเทศที่พัฒนาแล้วเช่น เยอรมนี สหรัฐฯ ญี่ปุ่นล้วนมีตัวเลขว่างงานเพิ่มขึ้น ดังนั้น การก้าวสู่อุตสาหกรรม 4.0 ของประเทศไทยก็ต้องมองในเรื่องดังกล่าวในอนาคตด้วยว่าจะทำอย่างไร เพื่อชะลอไม่ให้เกิดการเลิกจ้างงานของคนในวัยทำงานก่อนเวลาอันควร
นายพสุ โลหารชุน อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กล่าวว่า กสอ. ได้เปิดศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรมสู่อนาคต (อินดัสทรี ทรานฟอร์เมชั่น เซ็นเตอร์) หรือไอทีซี เพื่อให้เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะเอสเอ็มอีนำผลิตภัณฑ์ไปต่อยอดนวัตกรรมเทคโนโลยีสู่เชิงพาณิชย์ เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสู่อุตสาหกรรม 4.0 เนื่องจากที่ผ่านมา เอสเอ็มอีจำนวนมากต้องการยกระดับผลิตภัณฑ์ แต่ติดปัญหาเรื่องเงินลงทุน ทั้งงานวิจัย หรืออุปกรณ์ในการผลิตต่างๆมีราคาสูง จึงไม่สามารถจัดหามาใช้ในกระบวนการผลิต เพื่อยกระดับคุณภาพสินค้าได้ ซึ่งศูนย์ปฏิรูปฯดังกล่าว ถือเป็นศูนย์แรกของหน่วยงาน ราชการที่ใช้พัฒนาผลิตภัณฑ์ผู้ประกอบการ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
“กสอ.จะใช้ศูนย์ปฏิรูปฯขยายไปสู่ความร่วมมือหน่วยงานต่างๆ เช่น หน่วยงานวิจัย สถาบันการศึกษา นักพัฒนานวัตกรรม และสร้างความร่วมมือกับผู้นำด้านนวัตกรรม และเทคโนโลยีระดับโลก รวมถึงวิสาหกิจขนาดใหญ่ มาร่วมกันขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจเดินไปสู่เป้าหมายไทยแลนด์ 4.0 โดยศูนย์แห่งนี้ได้นำรูปแบบจากประเทศเยอรมนีมาปรับใช้ให้เข้ากับประเทศไทยที่เป็นกลไกรูปแบบใหม่ของการพัฒนาเอสเอ็มอี ให้ธุรกิจต่างๆสามารถปรับเปลี่ยนทั้งเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ ก้าวพ้นไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มในธุรกิจ แบบการผลิตเนื้องานที่น้อยแต่ได้มูลค่าที่เป็นรายได้ที่สูงขึ้น”.