มท.สั่งจว.เหนือ-อีสาน ตั้งศูนย์แก้หมอกควันไฟป่า ส่งกำลังชุดปฏิบัติการเหยี่ยวไฟ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/259188

วันอังคาร ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

มท.สั่งจว.เหนือ-อีสานตั้งศูนย์แก้หมอกควันไฟป่าส่งกำลังชุดปฏิบัติการเหยี่ยวไฟลงช่วยพื้นที่‘แม่ฮ่องสอน’

มท.สั่งผู้ว่าฯจังหวัดเหนือ อีสาน ตั้ง “กองอำนวยการระดับจังหวัดและอำเภอ แก้หมอกควันไฟป่า” ย้ำประกาศเขตห้ามเผา รณรงค์ต้านการเผาทุกรูปแบบ ด้านอุตุฯเตือนระวังพายุฤดูร้อน 7-10 มีนาคม พร้อมประกาศไทยเข้าฤดูร้อน ชี้อุณหภูมิสูงสุดปลายเมษายนพุ่ง 42-43 องศาฯ

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม นายชยพล ธิติศักดิ์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย (มท.)ในฐานะโฆษกกระทรวงมหาดไทยแถลงถึงมาตรการป้องกันและแก้ปัญหาหมอกควันที่เริ่มวิกฤติในหลายจังหวัดภาคเหนือและภาคอีสาน ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนว่า กระทรวงแจ้งกำชับแนวทางการแก้ปัญหาหมอกควันไฟป่าให้ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ผู้อำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)เขต และหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)ในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือทุกจังหวัด โดยให้จังหวัดตั้งกองอำนวยการระดับจังหวัดและระดับอำเภอขึ้น เพื่อจัดการแก้ปัญหาหมอกควันไฟป่า โดยแบ่งพื้นที่ปฏิบัติการออกเป็น 3 เขต และมอบให้หน่วยงานในจังหวัด เขตและภาครับผิดชอบหลักคือ

1.พื้นที่ป่า ให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) รับผิดชอบกำหนดแผนปฏิบัติการ 2.พื้นที่หมู่บ้าน ชุมชนและพื้นที่เกษตรกรรม ให้ที่ทำการปกครองอำเภอ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและอปท. รับผิดชอบปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการจังหวัดและอำเภอ 3.พื้นที่ริมทางหรือถนนสายต่างๆให้กระทรวงคมนาคมรับผิดชอบ โดยเฉพาะช่วงนี้เริ่มเข้าสู่สถานการณ์ขั้นวิกฤติแล้ว ได้กำชับให้กองอำนวยการฯประชุมติดตามเหตุการณ์ใกล้ชิด จนกว่าสถานการณ์หมอกควันไฟป่าจะดีขึ้น หรือค่าหมอกควันฝุ่นละอองมีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนลดน้อยลง พร้อมกันนี้ให้ดำเนินมาตรการและวิธีการป้องกันแก้ปัญหาอย่างเข้มข้นตามความเหมาะสมของพื้นที่ อาทิ ใช้วิธีไถกลบ ใช้สารอินทรีย์ย่อยสลาย ประกาศเขตห้ามเผา จัดชุดลาดตระเวน เฝ้าระวังและเข้าระงับเหตุ รณรงค์ประชาชนต่อต้านการเผาป่า เศษวัสดุการเกษตร วัชพืชให้ดำเนินการตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

นายชยพลกล่าวต่อว่า ส่วนจังหวัดที่มีสนามบินพาณิชย์ให้ประสานงานกับศูนย์ควบคุมการบิน แจ้งสถานการณ์หมอกควันที่มีผลต่อการคมนาคมทางอากาศ เพื่อจัดระบบคมนาคมทางอากาศและลดความเสียหายของธุรกิจบริการท่องเที่ยว และประสานหน่วยงานสาธารณสุขดูแลสุขภาพประชาชนอย่างต่อเนื่อง

มีความคืบหน้าการแก้ปัญหาไฟป่าที่จ.แม่ฮ่องสอน นายสมศักดิ์ สรรพโกศลกุล ผอ.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแม่ฮ่องสอนเปิดเผยว่า ชุดปฏิบัติการพิเศษเหยี่ยวไฟ หน่วยส่งเสริมไฟป่า กรมป่าไม้ 24 นาย จากจ.ปราจีนบุรี ลพบุรีและจันทบุรี เดินทางมาสนับสนุนภารกิจดับไฟป่าของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ซึ่งขณะนี้สถานการณ์เริ่มรุนแรงและมีแนวโน้มหนักว่าปี 2559 ที่ผ่านมา

ขณะที่หลายจังหวัดเริ่มประสบปัญหาภัยแล้งรุนแรงขึ้น เริ่มขาดแคลนน้ำ ไม่สามารถทำนาปรังหรือทำการเกษตรได้ ทำให้เกษตรกรในต.ธรรมามูล อ.เมือง จ.ชัยนาทหันไปปลูกถั่วลิสง ซึ่งใช้น้ำน้อย สร้างรายได้ดีกว่าการทำนาข้าว โดยการลงทุนต่อไร่จะอยู่ที่ 7,000 บาท ใช้เวลาปลูก 60 วัน เมิ่อเก็บเกี่ยวจะมีรายได้ถึงไร่ละ 17,000 บาท หรือกำไรไร่ละ10,000 บาท

วันเดียวกัน กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือน พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน ฉบับที่ 1ว่า ช่วงวันที่ 7-10 มีนาคม ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น เป็นพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกได้บางพื้นที่ ซึ่งวันที่ 7-9 มีนาคม เริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก วันที่ 8-9 มีนาคมจะได้รับผลกระทบในภาคกลาง และภาคเหนือตอนล่าง ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใกล้ต้นไม้ใหญ่และป้ายโฆษณาช่วงเกิดพายุฤดูร้อน ลมกระโชกแรงในวันและเวลาดังกล่าว

ต่อมากรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเรื่องการเข้าสู่ฤดูร้อนของประเทศไทยว่า ประเทศไทยเริ่มเข้าสู่ฤดูร้อนแล้วเมื่อวันที่ 3 มีนาคม โดยอุณหภูมิสูงสุดสูงขึ้นและมีอากาศร้อนต่อเนื่องในตอนกลางวัน ส่วนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะมีอากาศเย็นตอนเช้าต่อไปอีกระยะหนึ่ง และจะสิ้นสุดฤดูร้อนประมาณกลางเดือนพฤษภาคม

ด้านนายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยากล่าวว่า ปลายเดือนเมษายนอุณหภูมิจะสูงที่สุดคาดว่าอยู่ที่ประมาณ 42-43 องศาเซลเซียส ทั้งนี้ ฤดูร้อนปีนี้มาช้ากว่าปกติเล็กน้อย แต่จะไม่ร้อนเท่าปีที่แล้ว ซึ่งมีอุณหภูมิสูงถึง 44.6 องศาเซลเซียส ที่จ.แม่ฮ่องสอน แต่ปีนี้จะสูงสุดประมาณ 43 องศาเซลเซียส ซึ่งในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะร้อนที่สุด ส่วนกรุงเทพมหานครจะมีอุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ 40 องศาเซลเซียส จึงขอเตือนประชาชนระวังโรคฮีทสโตรก หรือโรคลมแดด

Leave a comment