ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 เม.ย. 2560 15:50
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/922637

นายณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย กรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไทยพาณิชย์ จำกัด กล่าวว่า ภาพรวมการลงทุนในสัปดาห์นี้ ควรระมัดระวังในการเพิ่มการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง หลังจากตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาที่เริ่มออกมาต่ำกว่าคาดการณ์ และความกังวลต่อนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ยังคงไม่มีความชัดเจน
ทั้งนี้ แนะนำให้นักลงทุนชะลอการลงทุนในตลาดที่มีความเสี่ยงถูกเทขาย อาทิ สหรัฐฯ เกาหลี และอินเดีย เนื่องจากเป็นตลาดที่มีการซื้อสะสมของนักลงทุนต่างชาติตั้งแต่ต้นปีในระดับสูง โดยตลาดหุ้นอินเดีย มีระดับราคาที่สูงมากเมื่อเทียบกับมูลค่าพื้นฐาน ซึ่งอาจจะทำให้นักลงทุนผิดหวัง หากผลประกอบการไม่ดีตามคาด ส่วนตลาดหุ้นเกาหลียังคงมีความกังวลเรื่องของโอกาสที่จะเกิดความตึงเครียดเพิ่มขึ้นกับเกาหลีเหนือ และยังมีความเสี่ยงในด้านการเมืองในประเทศที่จะมีการเลือกตั้งในเดือน พ.ค.
นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวอีกว่า แนะนำให้ทยอยสะสมหุ้นญี่ปุ่น เนื่องจากตลาดหุ้นปรับตัวลงมาจากจุดสูงสุดประมาณ 7% และค่าเงินเยนเริ่มทรงตัว นอกจากนี้ นายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ได้ออกมาระบุว่ามาตรการผ่อนคลายทางการเงินยังคงดำเนินต่อไป เพื่อให้บรรลุเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อที่ 2% ทำให้ค่าเงินเยนของญี่ปุ่นมีโอกาสกลับมาอ่อนค่าขึ้น
ส่วนหุ้นไทยนั้นก็แนะนำให้ทยอยสะสมด้วยเช่นกัน เนื่องจากตลาดหุ้นยังคงมีปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว อาทิ ตัวเลขการส่งออกที่ดีกว่าตลาดคาดการณ์ และการเข้าซื้อสะสมของนักลงทุนต่างชาติตั้งแต่ต้นปียังอยู่ในระดับต่ำ
ในส่วนของตลาดตราสารหนี้ไทยนั้น พบว่า อัตราผลตอบแทนปรับตัวลดลงตามความผ่อนคลายของอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ทั้งนี้ ยังแนะนำให้คงอายุการลงทุนของพอร์ตการลงทุน และเลี่ยงการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวของไทย เนื่องจากถูกซื้อสะสมสุทธิจากนักลงทุนต่างชาติเป็นจำนวนมากตั้งแต่ต้นปี จึงทำให้มีความเสี่ยงถูกเทขาย หลังจากบันทึกการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ ในเดือนมีนาคม ระบุว่าธนาคารกลางฯ อาจลดขนาดการถือครองสินทรัพย์ในช่วงปลายปีนี้
สำหรับ การลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือก ซึ่งทำได้โดยผ่านกองทุนรวม ได้แนะนำให้นักลงทุนทยอยสะสมทองคำเพื่อป้องกันความเสี่ยงตลาดหุ้นขาลงจากความตึงเครียดทางการเมืองและการก่อการร้ายทั่วโลกที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ การลงทุนสะสมสุทธิในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าทองคำของนักเก็งกำไรยังอยู่ในระดับที่ไม่สูงมาก ทำให้ตลาดมีปัจจัยทางบวกสูงในช่วงราคาขาขึ้น และยังได้แนะนำให้นักลงทุนทยอยซื้อสะสมน้ำมัน จากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกเร่งตัว ทำให้ความต้องการน้ำมันมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ขณะที่ประเทศผู้ผลิตน้ำมันหลายประเทศสนับสนุนให้ยืดระยะเวลาในการลดกำลังการผลิต เป็นการส่งสัญญาณเชิงบวกให้กับนักลงทุนในตลาดน้ำมัน