ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 เม.ย. 2560 07:55
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/923976

ประมูลเมล์เอ็นจีวีรอบใหม่ เพิ่มข้อสังเกต นายกฯ ใช้รถผลิตประกอบในประเทศ ขบ. จ่อเรียกคืนทะเบียน 292 คันหลังเลิกสัญญา ส่วน กฟผ. ชงปรับรถเก่าเป็นรถเมล์ไฟฟ้าฟรี 4 คัน ด้านบอร์ดติงแก้ปัญหาใช้ E-Ticket, Cash Box แทน พนง.เก็บเงิน
นายสมศักดิ์ ห่มม่วง รองปลัดกระทรวงคมนาคม และรักษาการผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยภายหลังการประชุมบอร์ด ขสมก. ว่า ที่ประชุมบอร์ด ขสมก. รับทราบการยกเลิกสัญญาการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี 489 คัน วงเงิน 3,8887 ล้านบาท จากบริษัท เบสท์ริน เนื่องจากบริษัทไม่สามารถส่งมอบรถตามเงื่อนไขข้อกำหนดจามร่างทีโออาร์ ซึ่งขั้นตอนหลังจากนี้ บอร์ด ขสมก. ให้ ขสมก. เปิดประกวดราคาจัดหารถเมล์เอ็นจีวีใหม่ตามร่างสัญญาเดิม แต่ปรับแก้ไขร่างทีโออาร์บางส่วน โดยเพิ่มข้อสังเกตของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการให้มีการจัดหารถเมล์ ที่มีผู้ประกอบการไทยและผู้ประกอบผลิตรถภายในประเทศ เข้ามาร่วมประมูลด้วย โดยคาดว่าจะให้เวลา 2 เดือน ในการพิจารณาปรับร่างทีโออาร์และกำหนดการส่งมอบรถจากเดิมภายใน 90 วัน อาจขยายให้เป็น 150 วัน เพื่อให้เวลากับรถที่จะต้องผลิตและประกอบภายในประเทศด้วย
“เนื่องจากนโยบายรัฐบาลต้องการให้มีการส่งมอบรถภายในปีนี้ หรือภายใน พ.ย.2560 ตอนนี้ทีโออาร์และสัญญามีแล้ว สเปกรถก็พร้อม เหลือกำหนดรายละเอียดและกรอบการส่งมอบรถ ซึ่งคณะกรรมการพิจารณาร่างทีโออาร์ต้องกำหนดรายละเอียดว่าให้นำเข้าทั้งส่วนหนึ่งและผลิตและประกอบภายในประเทศอีกส่วนหนึ่ง ส่วนราคากลางยืนยันตามเดิมเหมาะสม เพราะปัญหาที่ผ่านมาเกิดจากขั้นตอนการประมูลของเอกชน”
นอกจากนี้ นายสมศักดิ์ ย้ำว่า ในการเปิดประมูลจัดหารถเมล์รอบใหม่ บริษัท เบสท์ริน และกลุ่มที่เข้าร่วมประมูลพร้อมกับบริษัท เบสท์ริน ถูกตัดสิทธิ์ไม่สามารถเข้าร่วมประมูลในครั้งนี้อย่างแน่นอน ส่วนจะมีเอกชนรายอื่นหรือผู้ประกอบการที่ผลิตรถในประเทศเข้าร่วมกลุ่มกันเพื่อยื่นข้อเสนอประมูลก็สามารถทำ-ได้ เพราะยังเปิดกว้างให้กับทุกราย ส่วนความคืบหน้าในการทำหนังสือบอกเลิกสัญญากับบริษัท เบสท์ริน จะยืนยันในเหตุผลที่บอกเลิกสัญญาว่า บริษัทไม่สามารถส่งมอบรถเมล์เอ็นจีวี 489 คัน ได้ทันกำหนดภายใน 90 วัน หรือภายในวันที่ 29 ธ.ค. 2559 และไม่อยู่ในวิสัยที่จะส่งมอบรถได้ครบ จึงได้ทำหนังสือแจ้งค่าเสียหายไปยังบริษัทฯ และทำหนังสือถึงกระทรวงคมนาคม เพื่อแจ้งเรื่องการละทิ้งงานของบริษัท เบสท์ริน หลังจากนั้น กระทรวงคมนาคม จะทำหนังสือแจ้งไปยังกรมบัญชีกลาง เพื่อประกาศขึ้นบัญชีดำให้เป็นบริษัทต้องห้ามเข้าร่วมประมูลงานของรัฐทุกแห่งทั่วประเทศต่อไป
ส่วนการจัดหารถเมล์ ไฟฟ้า (EV) 200 คัน คาดว่าสิ้นเดือน เม.ย.นี้ จะสรุปผลการเปิดรับฟังประชาพิจารณ์รอบ 2 จากนั้น จะเปิดประมูลจัดหารถ กำหนดให้ส่งมอบ 50 คัน ภายในเดือน ธ.ค.นี้ ส่วนที่เหลือจะทอยส่งมอบครั้งละ 50 คัน ในเดือน ก.พ., เม.ย.และ มิ.ย. 2561 ในขณะเดียวกันการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เสนอที่จะเข้ามาปรับปรุงรถเมล์เก่าของ ขสมก. เปลี่ยนมาใส่มอเตอร์ไฟฟ้า เพื่อเปลี่ยนเป็นรถเมล์ไฟฟ้านำร่อง 4 คันแรก ดำเนินการให้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายด้วย นอกจากนั้น ในที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้าการติดตั้งระบบบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์บนรถเมล์ (E-Ticket) และกล่องหยอดเหรียญจ่ายค่าโดยสาร (Cash Box) ซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตว่าจะแก้ไขปัญหาผู้โดยสารที่ไม่มีบัตรและไม่ได้เตรียมค่าโดยสารพอดีอย่างไร เพื่อไม่ต้องมีพนักงานเก็บค่าโดยสาร
ทั้งนี้ นายสมศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ในวันเดียวกันได้เดินทางไปยังศาลปกครองกลางเพื่อชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติม หลังจากที่ทางบริษัท เบสท์ริน ได้ร้องเรียนว่า ขสมก. ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาลที่ให้การคุ้มครองชั่วคราวบริษัท เบสท์ริน ว่า ขสมก. จะต้องตรวจรับรถเมล์บางส่วน แต่ทางบริษัท เบสท์ริน ระบุว่า ขสมก. จะต้องรับมอบรถดังกล่าวด้วย ซึ่งตนจะได้ชี้แจงรายละเอียดและการดำเนินการตามกฎหมาย และขั้นตอนที่มีการบอกเลิกสัญญา
ด้าน นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ซึ่งเป็นกรรมการบอร์ด ขสมก. กล่าวว่า ได้รับหนังสือแจ้งเรื่องการบอกเลิกสัญญาบริษัท เบสท์ริน แล้ว ดังนั้น รถเมล์ 292 คัน ที่ได้ดำเนินการจดทะเบียนไปแล้วถือว่าสิ้นสภาพโดยอัตโนมัติ ขณะนี้ ขบ. ได้ดำเนินการแจ้งเพื่อขอเรียกคืนทะเบียนรถรถดังกล่าวจากทางบริษัท เบสท์ริน แล้ว.