ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/politic/275103
การเมือง > ข่าวการเมือง : 4 พ.ค. 2560
“ผู้ว่าฯ สตง.” พบ “ผบ.ทร.” ขอข้อมูลเรือดำน้ำ คาด1 สัปดาห์กระจ่าง หากพบพิรุธ พร้อมให้ข้อเสนอแนะพิจารณายับยั้ง บอกไม่กระทบเซ็นสัญญาซื้อขาย
4 พ.ค. 60 – เมื่อเวลา 08.30 น. นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และคณะกรรมการระดับผู้ใหญ่ใน สตง.จำนวน 5 คน เดินทางไปยังกองบัญชาการกองทัพเรือ (วังเดิม) เข้าพบ พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ ผู้บัญชาการทหารเรือ และ พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ เสนาธิการทหารเรือ ในฐานะประธานกรรมการบริหารโครงการจัดหาเรือดำน้ำ เพื่อขอรายละเอียดสัญญาการจัดซื้อโครงการเรือดำน้ำ ทั้งกระบวนการใช้งบประมาณ ตั้งแต่ขั้นตอนการจัดทำ TOR ขึ้นไป โดยการตรวจสอบเป็นไปตามหลักสากล ซึ่งเป็นไปในลักษณะของการทดสอบการใช้งบประมาณ บัญชีการจัดซื้อ รวมถึงค่าใช้จ่ายต่อจากนี้ในการดูแล โดยใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง
นายพิศิษฐ์ กล่าวภายหลังว่า สตง.ได้ขอพบ ผบ.ทร. เพื่อตรวจข้อมูลโครงการจัดหาเรือดำน้ำอย่างเป็นทางการ โดยเรามีการจัดตั้งทีมงานพิเศษขึ้นมา เพื่อตรวจสอบโครงการดังกล่าว ซึ่งเป็นผู้มีความรับผิดชอบในระดับสูง เทียบเท่าเป็นผู้อำนวยการสำนัก มีจำนวน 5 คน ที่รับผิดชอบในงานตรวจสอบทางด้านการจัดหาพัสดุ และบัญชีการเงิน และผู้ช่วยอีก 2 คน ซึ่งเอกสารที่ตรวจสอบเป็นเอกสารลับ ไม่สามารถเปิดเผยต่อสาธารณชนได้ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ในการตรวจสอบหลักฐาน ก็จะได้รับความกระจ่าง
นายพิศิษฐ์ กล่าวว่า สตง.จะตรวจสอบโครงการเรือดำน้ำยอดหลังไปจนถึงวันที่เข้าสู่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่ามีเหตุผลความจำเป็นอย่างไร กระบวนการขั้นตอนต่างๆ ทำตามระเบียบแบบแผนหรือไม่ และกฎหมายระเบียบข้อบังคับตามหลักเกณฑ์การจัดหา ตลอดจนการเปรียบเทียบข้อมูลคุณสมบัติเรือหลายประเทศ รวมทั้งเหตุผลที่เลือกเรือดำน้ำจีน
นายพิศิษฐ์ กล่าวอีกว่า การมาตรวจสอบครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากกองทัพเรืออย่างดี เนื่องจากเป็นเอกสารลับเราจะไม่นำเอกสารกลับไป แต่จะมาตรวจสอบที่กองทัพเรือทุกวันจนกว่าจะแล้วเสร็จ โดยยึดหลักตรวจสอบของ สตง. พร้อมทั้งนำประเด็นข้อสงสัยของสังคม เช่น นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ที่ตั้งไว้ 7 -8 ประเด็น ตลอดจนข้อชี้แจงของกองทัพเรือที่แถลงข่าวไปก่อนหน้านี้ มาประกอบการพิจารณาด้วย
เมื่อถามว่า ระหว่างที่ตรวจสอบเอกสาร กองทัพเรือสามารถเซ็นสัญญากับจีน ได้หรือไม่ นายพิศิษฐ์ กล่าวว่า ไม่มีข้อห้าม หาก สตง.มีข้อสังเกต เพื่อรักษาผลประโยชน์ จะให้ข้อแนะนำประกอบการตัดสินใจกับกองทัพเรือเป็นระยะ เนื่องจากกองทัพเรือรับผิดชอบการบริหาร
“ในฐานะที่ สตง.มีหน้าที่รักษาผลประโยชน์เงินแผ่นดิน ถ้าระหว่างที่กองทัพเรือกำลังเซ็นสัญญาซื้อเรือดำน้ำ ถ้าข้อสังเกตมีนัยยะสำคัญ ที่ควรนำไปประกอบการพิจารณาของกองทัพเรือ หรืออาจจะเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น เราจะรีบแจ้งเตือนกองทัพเรือทันที” นายพิศิษฐ์ กล่าว
นายพิศิษฐ์ กล่าวอีกว่า ในอดีต สตง. เคยตรวจสอบการจัดซื้อโครงการต่างๆ ของกองทัพเรือ เช่น เรือฟริเกต เรือ ต.จำนวน 3 ลำ และโครงการการจัดซื้อเรือดำน้ำมือ 2 จากเยอรมัน 6 ลำ ซึ่งเราให้ข้อสังเกตไป สุดท้ายก็ไม่ได้ซื้อ ดังนั้นเรื่องนี้ก็เช่นเดียวกัน ถ้าระหว่างการตรวจสอบมีเรื่องสำคัญที่จะตัดสินใจอย่างหนึ่งอย่างใด เราจะให้ข้อแนะนำประกอบการพิจารณา ส่วนจะระงับยับยั้งหรือไม่ ก็อยู่ในความรับผิดชอบของกองทัพเรือ
นายพิศิษฐ์ กล่าวว่า เราจะดำเนินการตรวจสอบโครงการการจัดซื้อเรือดำน้ำต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้รับการส่งมอบ เรื่องจากเป็นงบประมาณผูกพัน หากเซ็นสัญญาเมื่อไหร่เราจะไม่ละเลยการตรวจสอบ เช่น กระบวนการจัดซื้อได้ทำแล้ว การจ่ายเงินงวดเป็นไปตามเนื้องาน หรือไม่ รวมถึงปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้ไม่บรรลุตามข้อสัญญา ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ สตง.อยู่ระหว่างตรวจสอบเอกสาร และทุกคนมีประสบการณ์ เพราะผ่านการตรวจสอบโครงการต่างๆ ของกองทัพเรือมาแล้ว โดยทราบว่ามีการจ่ายเงินไปงวดแรก 700 ล้านบาท และปีต่อไปจะเป็นงบผูกพันไม่เกิน 2 กว่า ล้านบาท
“ผมยืนยันว่า สตง.มีอิสระในการตรวจสอบ จากผลงานที่ผ่านมา เห็นได้ว่าไม่มีเรื่องใดที่ สตง.จะกลัวอิทธิพลทางการเมือง ทุกอย่างเราดำเนินการตามหลักฐานข้อเท็จจริง ทั้งการเงิน การคลัง และงบประมาณ ตลอดจนการทำสัญญารัฐต่อรัฐ (จีทูจี) เนื่องจากที่ผ่านมามีปัญหาทั้ง การซื้อขายมันสัมปะหลัง แบบจีทูจี โครงการรับจำนำข้าวซึ่งเป็นเท็จหมด ดังนั้นจึงต้องให้มีความระเบียบรอบคอบ แต่โครงการนี้ไม่ใช่ขายลมส่งลมกัน ดังนั้นจะต้องมีตัวของที่เป็นเรือดำน้ำ” นายพิศิษฐ์ กล่าว.
