พ่อนิสิตขอนายกฯ-รมว.ศึกษาใส่ใจเรื่องรับน้อง(ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/241798

ดูแล, พ่อ, นิสิต, นายกฯ, รมว, ศึกษา, ใส่ใจ, เรื่อง, รับน้อง, คลิป

พ่อนิสิต ม.เกษตร วอน นายกรัฐมนตรี-รมว.ศึกษา สนใจเรื่องการรับน้อง ด้านเครือข่ายยุวทัศน์ ร้องสกอ.ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง ขณะที่ มก.เผยนิสิตอาการดีขึ้น

               เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 11 กันยายน ที่ห้องไอซียู โรงพยาบาลชลบุรี อ.เมือง จ.ชลบุรี นายอำพร ทองเนื้อขาว อายุ 54 ปี กำนันตำบลพนางตุง อ.ควนขนุน จ.พัทลุง พ่อของนายโชคชัย ทองเนื้อขาว อายุ 19 ปี นิสิตชั้นปีที่ 1 คณะพาณิชยนาวีนานาชาติ หลักสูตรขนส่งทางทะเล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา จ.ชลบุรี พร้อมด้วยเพื่อนของนายโชคชัยได้เดินทางมาเยี่ยมนายโชคชัยที่เข้ารับการรักษาตัวที่ห้องไอซียู

หลังจากนั้นนายอำพร กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ อยากจะฝากไปถึงผู้บริหาร อธิการบดี คณบดีของมหาวิทยาลัย ให้ตระหนักถึงการรับน้อง อย่างนี้ถือว่าแย่สุดๆ และอยากจะฝากไปถึงนายกรัฐมนตรี รวมทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการด้วย ควรเอาใจใส่ในเรื่องของการรับน้อง เพราะมีกิจกรรมที่สร้างสรรค์มากกว่านี้

“ส่วนอาการของลูกชายนั้นแพทย์ได้บอกว่า อาการดีขึ้นตามลำดับ แต่ต้องใช้เวลา รวมทั้งจะต้องดูแลในเรื่องสมองว่าได้รับการกระทบกระเทือนหรือไม่ ยอมรับว่าเมื่อได้รับโทรศัพท์ว่าลูกจมน้ำ ทำใจไม่ได้ เพราะที่ผ่านมาคิดเสมอว่าเมื่อลูกเข้ารั้วมหาวิทยาลัยแล้วจะมีความปลอดภัยมากกว่า 90% เพราะหากเป็นมหาวิทยาลัยใน 3 จังหวัดชายแดนใต้คงต้องทำใจมากกว่านี้ เมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างนี้แล้ว อยากจะฝากไปถึงผู้บริหารทุกระดับให้ดูแลเรื่องการรับน้องให้มากกว่านี้ คนไม่ใช่พ่อแม่ไม่รู้หรอกว่าหากลูกมีปัญหาอย่างนี้แล้วจะคิดอย่างไร เว้นแต่จะโดนด้วยตัวเอง”

ส่วนแม่ของนายโชคชัย ขณะนี้ยังทำใจไม่ได้ และไม่สามารถกล่าวอะไรได้ ขณะที่น้าสาว บอกว่า แพทย์กำลังดูแลอย่างใกล้ชิด พบว่าน้ำเข้าไปในปอดทำให้ติดเชื้ออย่างรุนแรง ส่วนอาการยังสลึมสลือ รู้ตัวบ้างไม่รู้ตัวบ้าง ไม่รู้ว่าเป็นฤทธิ์ยาหรือเปล่า ส่วนการดำเนินคดีนั้นยังไม่ได้คิด สนใจกับน้องโชคชัยก่อน ลุ้นให้อาการดีขึ้น หลังจากนั้นจะคุยกันอีกครั้งหนึ่ง

ต่อมาเมื่อเวลา 17.00 น. นายณธีพัฒน์ อัครบวรสิทธิ์ รองประธานเครือข่ายยุวทัศน์ กรุงเทพมหานคร และประธานอนุกรรมการรับเรื่องร้องเรียนด้านการศึกษา กล่าวว่าคณะอนุกรรมการรับเรื่องร้องเรียนด้านการศึกษา ได้ทำหนังสือถึงเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีจัดกิจกรรมรับน้องสร้างสรรค์ ของวิทยาลัยพาณิชย์นาวีนานาชาติ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา จ.ชลบุรี ที่จัดกิจกรรมรับน้องจนเกิดอุบัติเหตุได้รับบาดเจ็บ

โดยการจัดกิจกรรมดังกล่าวถือเป็นความผิดของสถานศึกษาที่ปล่อยปละเลยให้มีกิจกรรมรับน้องโดยมิได้อยู่ในการควบคุมดูแลของอาจารย์ หรือผู้เกี่ยวข้อง เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อร่างกาย และสถานศึกษายังไม่ปฏิบัติตามมาตรการจัดกิจกรรมต้อนรับน้องใหม่ และประชุมเชียร์ในสถาบันอุดมศึกษาของ สกอ. โดยขอความอนุเคราะห์เลขาธิการ กกอ. ได้โปรดพิจารณามีบัญชาการสั่งการผู้เกี่ยวข้องให้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในระดับ สกอ. และในระดับมหาวิทยาลัย หรือตามสมควร เพื่อให้ความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย โดยเฉพาะผู้เสียหาย และขอให้มีผู้แทนของคณะอนุกรรมการรับเรื่องร้องเรียนด้านการศึกษา เครือข่ายยุวทัศน์ กทม. จำนวน 2 คน ร่วมเป็นคณะกรรมการเพื่อสังเกตการณ์ในการสอบสวนข้อเท็จจริงดังกล่าว ทั้งนี้ หากพบความผิดจะต้องมีมาตรการลงโทษกับผู้เกี่ยวข้องอย่างถึงที่สุด

จากนั้นเมื่อเวลา 18.30 น. รศ.ดร.ก่อโชค จันทวรางกูร รักษาการแทนรองอธิการบดี วิทยาเขตศรีราชา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) กล่าวภายหลังเข้าเยี่ยมอาการนายโชคชัยว่า ตนและอธิการบดี รวมถึงผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง ได้เดินทางไปเยี่ยมนิสิต และพ่อแม่ของนิสิตที่โรงพยาบาล เบื้องต้นแพทย์ได้ชี้แจงอาการของนิสิต ว่ามีการตอบสนอง และอาการดีขึ้น โดยไม่ได้บอกว่ามีอาการติดเชื้อ หรือมีอาการแย่ลงอย่างที่มีการแชร์ข้อความในโลกโซเซียล แต่ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยก็ได้ขอให้แพทย์เฝ้าดูอาการของนิสิตอย่างใกล้ชิด โดยมหาวิทยาลัยจะรับผิดชอบค่าใช้จ่าย และทุกเรื่อง เพื่อให้นิสิตของ มก.ปลอดภัย

“เท่าที่ทราบจากแพทย์ นิสิตมีอาการสำลักน้ำ และตอนนี้แพทย์กำลังรอดูอาการว่าเป็นเช่นไร แต่เบื้องต้นอาการดีขึ้นตามลำดับ ส่วนเรื่องที่บอกว่าบ่อน้ำเป็นน้ำเสีย หรือมีสารเคมีเจือปนนั้น ขอยืนยันอีกครั้งว่าเป็นบ่อน้ำฝน แต่เป็นลักษณะบ่อดิน และที่ผ่านมาเป็นช่วงฝนตกหนักอาจทำให้มีดินตะกอน สีของน้ำดูเป็นสีดินมากกว่าปกติ แต่บ่อดังกล่าวก็ใช้ในกิจกรรมต่างๆ ของมหาวิทยาลัย อีกทั้งกรณีที่เกิดขึ้น จากการสอบถามไปยังอาจารย์และรุ่นพี่ที่อยู่ในเหตุการณ์ เป็นการให้รุ่นน้องลงไปล้างเนื้อล้างตัวหลังจากไปทำกิจกรรมต่างๆ มา และขอย้ำว่า กิจกรรมดังกล่าวเป็นกิจกรรมสร้างสรรค์ ฝึกปฏิบัติที่รุ่นพี่รหัสจะดูแลรุ่นน้อง มีอาจารย์คอยเฝ้าระวังตลอดเวลา ทั้งนี้ เรื่องที่เกิดขึ้น ทางมหาวิทยาลัยได้รวบรวมข้อมูล รวมถึงมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรียบร้อยแล้ว มหาวิทยาลัยพร้อมรับผิดชอบอย่างเต็มที่ และช่วงเย็นที่ผ่านมา (11 ก.ย.) ทางมหาวิทยาลัยเองก็ได้พาพ่อแม่ ผู้ปกครองไปดูบ่อน้ำเรียบร้อย เพื่อยืนยันว่าเป็นบ่อน้ำฝนที่มหาวิทยาลัยได้ใช้น้ำมาทำกิจกรรมต่างๆ จริง เพราะบริเวณบ่อน้ำ ก็มีอุปกรณ์ในการฝึกปฏิบัติวางอยู่มากมาย ซึ่งพ่อแม่ผู้ปกครองก็เข้าใจดี” รศ.ดร.ก่อโชคกล่าว

โดยหลังจากนี้ มก.จะมีมาตรการป้องกัน และเฝ้าระวังในเรื่องการใช้บ่อน้ำ หรือสถานที่ต่างๆ ของมหาวิทยาลัยให้เข้มงวดมากขึ้น เพื่อให้มีความเหมาะสมในการทำกิจกรรม ฝึกปฏิบัติต่างๆ และไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก
พ่อน้องบอสสบายใจหลังอาจารย์พามาดูจุดจมน้ำ

เมื่อเวลา 17.30 น.   ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยา พร้อมคณะอาจารย์ ได้พาญาติและนายอัมพร ทองเนื้อขาว อายุ 54 ปี บิดาของนายโชคชัย ทองเนื้อขาว (น้องบอส) อายุ 19 ปี นักศึกษา คณะพาณิชยนาวีนานาชาติ หลักสูตรการขนส่งทางทะเล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา ที่จมน้ำบริเวณสระกักเก็บน้ำหรือแก้มลิงของมหาวิทยาลัย หลังมีกิจกรรมพี่พบน้องเพื่อ“เฉลยสายรหัส”จนต้องนำตัวส่งห้องไอซียู โรงพยาบาลชลบุรี เมื่อวันที่ 9 ก.ย. 2559 ที่ผ่านมาโดยการเดินทางมาดูในครั้งนี้ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงกว่า

หลังจากนั้นนายอัมพร  กล่าวว่า หลังมาดูสถานที่จริง ซึ่งเป็นเพียงบ่อกักเก็บน้ำหรือแก้มลิง เพื่อกักเก็บน้ำที่ไหลลงมาจากภูเขาเพื่อเป็นการชะลอน้ำไม่ให้ทะลักเข้ามาท่วมพื้นที่บริเวณด้านล่าง โดยไม่ใช่เป็นบ่อบำบัดสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อร่างกายเหมือนที่เป็นข่าวแต่อย่างไร จึงไม่น่าหวั่นต่อคุณภาพน้ำและสถานที่เกิดเหตุ ซึ่งสำหรับน้องบอส เองก็ได้หัดว่ายน้ำตั้งแต่เด็กเพื่อสอบเข้านักเรียนเตรียมทหาร จึงว่ายน้ำเก่งและเล่นกีฬาเกือบทุกชนิดจึงมีร่างกายแข็งแรง แต่ไม่ทราบว่าจมน้ำด้วยสาเหตุใด แต่อย่างไรก็ตามขณะนี้อาการของน้องดีขึ้นตามลำดับและมั่นใจว่าอีกไม่กี่วันก็จะสามารถมาเรียนตามปกติ

ด้าน ดร.จงรัก  กล่าวว่า การพาญาติและพ่อของน้องบอสมาดูสถานที่จุดเกิดเหตุในครั้งนี้ เพื่อสร้างความสบายใจให้กับทางครอบครัวของน้องบอส เพราะจุดที่เกิดเหตุอยู่ภายในมหาวิทยาลัยและเป็นเพียงสระกักเก็บน้ำหรือแก้มลิงเท่านั้น โดยในวันเกิดเหตุ มีการกิจกรรมนี้ขึ้นบริเวณสนามซอฟบอล ซึ่งเป็นลานดินกว้าง ใกล้กับจุดเกิดเหตุ และหลังจากเสร็จกิจกรรมแล้ว น้องบอสและรุ่นพี่ประมาณ 6-7 คน ได้เดินไปล้างตัวที่บริเวณสระดังกล่าว และรุ่นพี่ได้ให้น้องบอสว่ายไปยังฝั่งตรงข้าม โดยอาจจะร่างกายอ่อนเพลียจากการทำกิจกรรมหรืออาจเป็นตะคริว จนเกิดจมน้ำในครั้งนี้ แต่รุ่นพี่ที่อยู่ในเหตุการณ์ได้ลงไปช่วยเหลือในทันที และเกิดหมดสติ จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล ซึ่งทางมหาวิทยาลัยฯ เองก็จะให้การดูแลอย่างเต็มที่ และคอยอำนวยความสะดวกให้กับญาติพี่น้องของนายโชคชัย ทองเนื้อขาว (น้องบอส) เพื่อให้เกิดความสบายใจ เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่เหตุการณ์รุนแรง แต่อย่างไรก็ตามเมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นมาแล้วก็ต้องออกมารับผิดชอบและต้องรอให้น้องบอสอาการดีขึ้น เพื่อสอบถามสาเหตุที่เกิดขึ้นต่อไป

Leave a comment