สจล.ฉลอง56ปี สู่เจ้าแห่งนวัตกรรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/edu-health/242810

สจล.ฉลอง56ปี สู่เจ้าแห่งนวัตกรรม ตั้งเป้า 24ปี ผู้สร้างองค์ความรู้เพื่อมนุษยชาติ

 

“ก้าวสู่ปีที่ 56 เจ้าแห่งนวัตกรรม” สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) 1 ในสถาบันอุดมศึกษาไทยที่ได้รับการยอมรับโดยทั่วไป ทั้งในระดับประเทศและระดับสากล ว่าเป็นสถาบันที่มีความเป็นเลิศด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการสร้างสรรค์ใหม่ๆ“ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดี สจล. คนที่ 10” อธิการบดีรุ่นใหม่ไฟแรง ร่วมกับผู้บริหาร วางแนวทางในการบริหารมหาวิทยาลัย พร้อมปรับโฉมหลักสูตร งานวิจัย บุคลากร ยกระดับเป็น “มหาวิทยาลัยสร้างนวัตกรรมระดับโลก” ผู้สร้างองค์ความรู้เพื่อมนุษยชาติ

 

 

สจล.ฉลอง56ปี สู่เจ้าแห่งนวัตกรรม

สจล. เป็นมหาวิทยาลัยที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2503 โดยเป็นสถาบันอุดมศึกษา เพื่อให้การศึกษา วิจัย ส่งเสริมและให้บริการวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รวมถึงทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรมของ เป็นรากฐานที่ดีของประเทศ

ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดี สจล. เล่าว่า 56 ปีที่ผ่านมานี้ สจล. ได้สร้างบุคลากรในสาขาวิชาต่าง ๆ จำนวนกว่า 100,000 คน ซึ่งตอนนี้ถือได้ว่าเราก้าวสู่ความเป็นมหาวิทยาลัยเจ้าแห่งนวัตกรรมระดับโลกแล้ว โดย 9 คณะ 6 วิทยาลัยของเรา หลายคณะเป็นคณะที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย อย่าง วิศวกรรมศาสตร์ สถาปัตยกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีการเกษตร ไอทีนาโนเทค นวัตกรรมการจัดการขั้นสูง หรือวิทยาลัยนานาชาติ

 

สจล.ฉลอง56ปี สู่เจ้าแห่งนวัตกรรม

 

 

และหลังจากนี้เราก็ได้พัฒนาหลักสูตร และมีวิทยาลัยระดับโลกใหม่ ๆ อาทิวิทยาลัยแพทย์ศาสตร์นานาชาติที่กำลังจะเกิดขึ้น เป็นแห่งแรกของไทยที่จะสร้างทั้ง “แพทย์” และ” วิศวกร” ในคนเดียวกัน เพื่อเป็นผู้สร้างเทคโนโลยีทางการแพทย์ รวมทั้งการก่อตั้งโรงเรียนสาธิตนานาชาติพระจอมเกล้า (KMIDS)ที่จะบ่มเพราะนักรบทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยในยุคต่อไป

“สจล.ประกาศวิสัยทัศน์ชัดเจนว่า ภายในปี 2040 หรืออีก 24 ปี ข้างหน้านี้ สจล.จะต้องเป็นมหาวิทยาลัยที่สร้างนวัตกรรมระดับโลก เพื่อเป็นประโยชน์ทั้งกับประเทศไทย และต่อมวลมนุษยชาติเพื่อคนทั้งโลก เพราะมหาวิทยาลัยต้องเป็นเสาหลักของชาติ เนื่องจากมีผู้จบปริญญาเอก มีองค์ความรู้กว่าร้อยละ 90ของประเทศ หากมหาวิทยาลัยไม่มีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า ที่จะตั้งเป้าตนเองให้เป็นเสาหลักในการพัฒนาประเทศก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงประเทศให้แข่งขันกับประเทศอื่นๆ ได้

 

สจล.ฉลอง56ปี สู่เจ้าแห่งนวัตกรรม

อีกทั้ง ประเทศไทยทุกวันนี้ ต้องยอมรับว่าไม่สามารถก้าวข้ามประเทศที่มีรายได้ปานกลางได้ เพราะไม่มีนวัตกรรม เทคโนโลยีของตนเอง ซึ่งหากไทยยังย่ำอยู่กับที่และนำเข้าเทคโนโลยีประเทศอื่นๆ ประเทศไทยจะกินน้ำใต้ศอกประเทศที่พัฒนาแล้วไปชั่วกัลปวสาน”อธิการบดี สจล.กล่าว

หลังจากนี้ สจล.ได้วางนโยบายในการพัฒนามหาวิทยาลัยทั้งด้านหลักสูตร งานวิจัย และการผลิตบุคลากร นิสิตให้สามารถสร้างนวัตกรรมที่จับต้องได้อธิการบดี สจล. กล่าวต่อไปว่าสิ่งที่มหาวิทยาลัยต้องดำเนินการพัฒนานั้น อันดับแรก จะปฎิรูปโครงสร้างมหาวิทยาลัย ให้มีความเหมาะสมและเปิดโอกาสให้สร้างสรรค์เรื่องของงานวิจัยให้เร็วยิ่งขึ้น

 

สจล.ฉลอง56ปี สู่เจ้าแห่งนวัตกรรม

โดยเฉพาะงานวิจัยนวัตกรรม จะจัดตั้งหน่วยงายภายในที่มีหน้าที่ผลักดันงานวิจัยอย่างครบวงจร ตั้งแต่ระดับต้นน้ำไปยังปลายน้ำ พัฒนา สำรวจงานวิจัยทั่วโลก หาแหล่งทุน ร่วมกับภาคเอกชน อย่าง ซีพี ทรู ปูนซีเมนต์ไทย ว่าต้องการงานวิจัยอะไร และทำงานวิจัยร่วมกับภาคเอกชน อีกทั้งจะมีหน่วยงานทรัพย์สินทางปัญหา รวมถึงจะมีถ่ายทอดวิสัยทัศน์ดังกล่าวไปทุกอณูมหาวิทยาลัย ทั้งคณาจารย์ บุคลากร นักวิจัย นักศึกษาปริญญาตรี โท เอก เพื่อจะได้เข้าใจและระดมสร้างสรรค์นวัตกรรมร่วมกัน

ภายในปีหน้า สิ่งแรกที่จะเห็นได้อย่างชัดเจน คือ งานวิจัยของสจล. นวัตกรรมที่สามารถจับต้องได้มากขึ้น ซึ่งตอนนี้แม้ สจล.จะเป็น 1 ใน 9 มหาวิทยาลัยวิจัย และคณะวิศวกรรมศาสตร์ เป็น 1 ใน 2 ของมหาวิทยาลัยไทยที่ติดอันดับ มหาวิทยาลัยระดับโลก แต่เท่านี้ยังไม่พอ ต้องมีการพัฒนางานวิจัย รวมถึงไม่ใช่มีเพียงผลงานทางวิชาการ หรือPAPERเท่านั้น แต่ต้องเป็นงานวิจัยนวัตกรรมที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ ทำรายได้จริงๆ

 

 

สจล.ฉลอง56ปี สู่เจ้าแห่งนวัตกรรม

“เราจะเห็นภาพการเปลี่ยนแปลงของมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะงานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมากขึ้น โดยอนาคตตั้งเป้าไว้ว่าจะมีงานวิจัย นวัตกรรมจับต้องได้ไม่ต่ำกว่า10ชิ้นต่อปี เพื่อมุ่งตอบสนองอุตสาหกรรมหลักของประเทศ ดังนั้น หลังจากนี้จะเห็นนักศึกษา อาจารย์บุคลากรของมหาวิทยาลัยที่ทำงานวิจัย ช่วยเหลือชุมชน เป็นผู้อาสา ภายใต้ความร่วมมือกับสังคม รัฐบาล ภายใต้การมุ่งเน้นสร้างคน สร้างงานวิจัย และปรับภูมิทัศน์ สภาพแวดล้อม ทุกพื้นที่ต้องส่งเสริมให้นักศึกษา คณาจารย์ได้ผลิตงานวิจัย สร้างนวัตกรรม”

นอกจากการพัฒนานักศึกษา คณาจารย์ นักวิจัยแล้วปี 2559 สจล. ได้มีดำเนินการก้าวสำคัญหลาย ๆ อย่างเพื่อมุ่งสู่การเป็นสถาบันการศึกษาชั้นนำระดับโลกไม่ว่าจะเป็นการก่อตั้งโรงเรียนสาธิตนานาชาติพระจอมเกล้า (KMIDS)เพื่อบ่มเพาะเด็กไทยตั้งแต่ในวัยเยาว์ให้เป็นนักเรียนสำหรับศตวรรษที่ 21 ผสมผสานหลอมรวมความรู้ ทักษะทั้งในเชิงศาสตร์และเชิงศิลป์ได้อย่างลงตัว เติบโตเป็นนักสร้างนวัตกรรมในอนาคต

 

 

สจล.ฉลอง56ปี สู่เจ้าแห่งนวัตกรรม

“ผู้บริหารสจล.ทุกคนได้มองเป้า 24 ปีข้างหน้า โดยในปี 2040 จะร่วมกันสร้างวิสัยทัศน์สจล.ที่ไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง ประเทศชาติเท่านั้น แต่จะสร้างองค์ความรู้เพื่อมวลมนุษยชาติ ในการสร้างนวัตกรรมและการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีต่างๆ ให้เกิดขึ้น เพราะถ้ามหาวิทยาลัยอยู่แบบเดิมๆ เราก้าวสู่การแตกดับ ไม่สามารถสู้ใครได้ เนื่องจากโลกใบนี้สู้กันด้วยนวัตกรรมล้วนๆ”

 

 

สจล.ฉลอง56ปี สู่เจ้าแห่งนวัตกรรม

อีก24ปี สจล.จะเปิด“แคปซูลกาลเวลาวิสัยทัศน์สถาบัน (Time Capsule)2016” ที่ฝังไว้ที่บริเวณลานอเนกประสงค์ชั้น 1 ตึกอธิการบดี ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้น สจล. มุ่งหวังว่าวิสัยทัศน์หลาย ๆ อย่างต้องเกิดขึ้นจริงก้าวเป็นมหาวิทยาลัยผู้สร้างองค์ความรู้เพื่อมวลมนุษยชาติ ด้วยวิสัยทัศน์ทั้งสี่ คือChange (เปลี่ยน)Innovation (นวัตกรรม)Idealism (อุดมคติ) และFreedom (อิสระ) ตามหลักคำสอนของพระพรหมมังคลาจารย์ (เจ้าคุณธงชัย) วัดไตรมิตรวิทยาราม อยากร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแคปซูลกาลเวลาวิสัยทัศน์ สจล. มหาวิทยาลัยเจ้าแห่งนวัตกรรมระดับโลกสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.02 329 8000หรือwww.kmitl.ac.th

0 ชุลีพร อร่ามเนตร 0 รายงาน

Leave a comment