ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 พ.ค. 2560 14:40
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/938997

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจผลกระทบของผู้ปกครองในช่วงเปิดเทอม (ในระดับต่ำกว่าปริญญาตรี และนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ในระดับมหาวิทยาลัย) ที่สำรวจจากประชาชน 1,202 ตัวอย่างทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 1-9 พ.ค.60 พบว่า ในช่วงเปิดเทอมปีนี้ คาดมีการใช้จ่ายเงินรวม 50,196.81 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 2.14% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีมูลค่า 49,145 ล้านบาท นับเป็นมูลค่าการใช้จ่ายสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มสำรวจเมื่อปี 53 ที่มีค่าใช้จ่าย 38,377 ล้านบาท
ทั้งนี้ เมื่อแยกเป็นค่าใช้จ่ายต่อคนจะอยู่ที่ 12,295.70 บาท ซึ่งผู้ตอบ 53.3% ระบุค่าใช้จ่ายในปีนี้เพิ่มขึ้นถึงเพิ่มขึ้นมาก เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่วน 20.1% ตอบเท่าเดิม และอีก 16.7% ตอบน้อยลงถึงน้อยลงมาก
อย่างไรก็ตาม คนที่ตอบค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเป็นเพราะรายได้สูงขึ้น จึงซื้อของเพิ่มจำนวนชิ้น รวมถึงราคาสินค้าแพงขึ้น ภาระหนี้สินลดลง และภาวะเศรษฐกิจดีขึ้น ขณะที่คนตอบค่าใช้น้อยลง เพราะรายได้ลดลง ดำเนินตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง/ใช้ของเก่า-ของพี่ ไม่มั่นใจภาวะเศรษฐกิจไทย มีภาระหนี้มาก และราคาของแพงขึ้น
สำหรับค่าใช้จ่ายดังกล่าว แบ่งเป็น ค่าเล่าเรียน/ค่าหน่วยกิต 13,894.83 บาท เพิ่มขึ้น 41.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน ค่าบำรุงโรงเรียนตามปกติ 2,133 บาท เพิ่มขึ้น 42.9%, ค่าบำรุงโรงเรียนกรณีเปลี่ยนโรงเรียน แป๊ะเจี๊ยะ 9,138.63 บาท เพิ่มขึ้น 47.1%, ค่าหนังสือ 1,642.34 บาท เพิ่มขึ้น 34.2% ค่าอุปกรณ์การเรียน 1,928.79 บาท เพิ่มขึ้น 35.1% ค่าเสื้อผ้า 1,267.20 บาท เพิ่มขึ้น 49% เป็นต้น
นอกจากนี้ เมื่อถามว่า มีเงินเพียงพอกับค่าใช้จ่ายช่วงเปิดเทอมหรือไม่ ผู้ตอบ 46.9% ตอบเพียงพอ ส่วนอีก 53.1% ตอบไม่เพียงพอ ซึ่งส่วนใหญ่จะหาเงินโดยการจำนำทรัพย์สิน กู้ยืมเงินนอกและในระบบ ยืมญาติพี่น้อง เบิกเงินสดจากบัตรเครดิต เสี่ยงโชค
สำหรับ ความคิดเห็นเกี่ยวกับการเรียนเสริม ผู้ตอบส่วนใหญ่ส่งเสริมให้บุตรหลานเรียนเสริม โดยระดับมัธยมปลายเรียนเสริมมากที่สุด รองลงมาคือ มัธยมต้น มหาวิทยาลัย ประถม และอนุบาล เพราะการเรียนในโรงเรียนไม่เพียงพอต่อการแข่งขัน และเตรียมความพร้อมก่อนเรียน
เมื่อถามว่า ระบบการศึกษาของไทยควรปรับปรุงหรือไม่ ผู้ตอบส่วนใหญ่ต้องการให้ปรับปรุงปานกลางถึงมาก โดยสิ่งที่ต้องปรับปรุงคือ ภาษาอังกฤษ ภาษาอาเซียน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณิตศาสตร์ ทั้งนี้ ผู้ตอบให้คะแนนระบบการศึกษาไทยที่ 7.58 คะแนนจากเต็ม 10
“ค่าใช้จ่ายช่วงเปิดทอมปีนี้เพิ่มขึ้นสูงสุด เพราะของแพงขึ้น แต่อัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นเพียง 2.14% ชี้ให้เห็นว่า ประชาชนยังระมัดระวังการใช้จ่าย คนที่มีรายได้น้อยยังซื้อของน้อยชิ้น อะไรที่ยังใช้ได้ก็ยังใช้อยู่ หรือใช้ของพี่ เพราะแม้เศรษฐกิจมหภาคดีขึ้น แต่ยังไม่กระจายไปยังทุกพื้นที่ เศรษฐกิจของประชาชนยังไม่ดีขึ้นจริง จึงระมัดระวังการก่อหนี้ แต่เพื่อการศึกษาของบุตรหลาน ผู้ปกครองพร้อมก่อหนี้ในระยะสั้น และโรงรับจำนำยังเป็นขวัญใจของผู้ปกครองอยู่เช่นเดิม”
นายธนวรรธน์ กล่าวว่า เรายังคงคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวอยู่ที่ 3.6% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ขยายตัว 3.2% โดยมีปัจจัยผลักดันคือ ภาคการส่งออกที่ดีขึ้นกว่าปีก่อน รายได้จากการท่องเที่ยวที่คาดเพิ่มขึ้น รวมถึงเงินลงทุนของภาคเอกชน และของรัฐที่ขยายตัวดีต่อเนื่อง โดยเฉพาะการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ราคาสินค้าเกษตรดีขึ้นทำให้รายได้และกำลังซื้อของภาคเกษตรดีขึ้น รวมถึงมาตรการเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้มีรายได้น้อย 1,500-3,000 บาทต่อเดือน และการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ