ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 20 พ.ค. 2560 05:01
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/945932

วันวานเมื่อครั้งอดีต…ย่อมมีความทรงจำที่แสนประทับใจเสมอ ยิ่งหวนนึกก็ทำให้ยิ่งคิดถึงความหลังครั้งเก่า นี่คงเป็นความรู้สึกของใครหลายคนที่มีความรักและผูกพันกับสิ่งที่เห็นแล้วมีความสุข อิ่มเอิบใจ
สัปดาห์นี้ Business On My Way ขอพาท่านผู้อ่านไปดื่มด่ำความหลังกับ “บ้านใน” (Baannai The Reminiscence) บูทีค โฮเทล สไตล์โคโลเนียลในย่านสามเสน ขนาด 200 ตารางวา ที่ตกแต่งออกแบบย้อนความหลังให้ได้สัมผัสบรรยากาศยุคสมัยรัชกาลที่ 6
คุณเต๋า (ดวงสวาท สุนทรศารทูล) เจ้าของไอเดีย เล่าว่า “บ้านใน” เป็นธุรกิจที่สร้างขึ้นจากแรงบันดาลใจ ความรัก ความอบอุ่นที่ปู่ย่าตายายถ่ายทอดผ่านเรื่องเล่าจากความทรงจำเมื่อครั้งท่านยังเป็นเด็ก ประกอบกับความชื่นชอบส่วนตัวเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมเก่า ที่ผสมผสานสไตล์ยุโรปและไทยไว้ด้วยกัน ทำให้ตัวเต๋าอยากที่จะทำให้บ้านหลังนี้กลับมามีชีวิตชีวา ดั่งสมัยตอนที่คุณยายเป็นสาว…


“เหตุที่ชื่อบ้านใน เนื่องจากสมัยก่อนที่ดินผืนนี้เป็นบ้านของพระยารณชัยชาญยุทธ (ถนอม บุณยเกตุ) สมุหเทศาภิบาลมณฑลร้อยเอ็ด และคุณหญิงรณชัยชาญยุทธ (ทับทิม บุณยเกตุ) ซึ่งบ้านในคือบ้านที่อยู่ในพื้นที่ส่วนในสุดของที่ดินผืนนี้ เดิมเป็นบ้านไม้หลังเก่าซึ่งเป็นที่พักของท่านกับคุณหญิงและบุตรธิดา และในเวลาต่อมาถูกรื้อและปรับปรุงใหม่เป็นบ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ให้เป็นที่พักของธิดา 3 คนของท่าน ซึ่งก็คือคุณยายทั้ง 3 ของเต๋า โดยเต๋าก็มีความคิดที่อยากจะใช้ชื่อเดิม เพื่อให้นึกถึงเสมอ”
คุณเต๋า เล่าว่า ก่อนหน้าที่จะมาปลุกปั้นโปรเจกต์ “บ้านใน” ได้ทำงานด้านอินทีเรีย ดีไซเนอร์ ในบริษัทชั้นนำ เพราะเรียนจบด้านนี้โดยตรง ซึ่งก็อยู่ในวงการออกแบบตกแต่งมากว่า 18 ปี จนถึงจุดที่อยากออกมาทำอะไรที่ตนเองชอบจึงตัดสินใจลาออก แล้วมาลุยทำบ้านในอย่างเต็มตัว
ทั้งนี้แรกเริ่มตั้งใจจะปรับปรุงตัวบ้านหลังเดิม โดยการปรับและเสริมโครงสร้างบ้านเพื่อเปิดเป็นโรงแรม แต่ด้วยตัวบ้านหลังเดิมมีขนาดเล็ก อีกทั้งสภาพทางโครงสร้างเสี่ยงต่อการใช้งานในระยะยาว จึงตัดสินใจรื้อบ้านเดิมและสร้างขึ้นใหม่ โดยได้ขยายขนาดบ้านให้ใหญ่ขึ้นเพื่อรองรับการใช้งาน โดยใช้เวลาก่อสร้าง 2 ปี 6 เดือน

อีกทั้งยังออกแบบเพิ่ม เติมให้มีความโดดเด่นของยุคสมัยและความสวยงามในเรื่องของสถาปัตยกรรมเข้าไป แต่ยังคงแปลนห้องต่างๆในบ้านหลังใหม่ไว้ให้อยู่ในตำแหน่งใกล้เคียงของเดิม ด้วยเหตุผลทางด้านจิตใจ บ้านหลังนี้ก่อสร้างด้วยคอนกรีตเพื่อความแข็งแรงและเก็บเสียง แต่ปิดทับด้วยไม้เดิมที่ถอดออกจากบ้านในหลังเก่า
คุณเต๋า เล่าว่า บ้านใน โฮเทล ประกอบไปด้วยในส่วนของโรงแรมห้องพัก ร้านอาหาร โดยในส่วนของห้องพักได้จัดทำขึ้นมา 4 ห้อง โดยแต่ละห้องจะมีคอนเซปต์ตกแต่งออกแบบที่ต่างกันออกไป เฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ตกแต่งจะเป็นงานแฮนด์เมด คือออกแบบสั่งทำขึ้นมาโดยเฉพาะ ส่วนชั้นล็อบบี้ก็จะเป็นที่ตั้งของร้านอาหาร ก็จะตกแต่งด้วยของเก่าในสมัยคุณยาย เพื่อให้ลูกค้าที่มาเยือนได้สัมผัสข้าวของเครื่องใช้ในสมัยนั้น
“สำหรับด้านอาหารที่นี้จะเน้นทำเมนูอาหารไทย ที่เป็นสูตรเฉพาะของต้นตระกูล โดยจะมีตำราที่ตกทอดมารุ่นสู่รุ่น มีทั้งอาหารชาววัง อาหารพื้นบ้านโบราณที่หาทานยาก เมนูที่มีชื่อเสียงจะเป็น ข้าวแช่บ้านใน, ยำดอกไม้, น้ำพริกลงเรือ, ปลาแห้งแตงโม และข้าวมันส้มตำ”


รวมถึงยังมีเมนูที่หาทานยากอย่าง ม้าฮ่อ, พระรามลงสรง รวมถึงเมนูขนมหวาน อาทิ ขนมพระพาย, มะยงชิดลอยแก้ว และขนมข้าวกระยาคู ไว้ให้ได้ลิ้มลองรสชาติอีกด้วย ซึ่งก็ได้รับการตอบรับที่ดี โดยลูกค้ากลุ่มหลักจะเป็นประเภทครอบครัว
ด้านตัวโรงแรมเองก็มีลูกค้าติดต่อเข้าพักอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าจะเปิดให้บริการแค่ 1 ปีกว่า โดยกลุ่มหลักจะเป็นชาวต่างชาติ ซึ่งจากการสอบถามว่าทำไมตัดสินใจมาพักที่นี้ ก็ได้คำตอบคล้ายกันว่า ต้องการสัมผัสบรรยากาศแบบไทยแท้ ได้สัมผัสวิถีชีวิตของคนไทย ซึ่งก็เคยไปพักตามโรงแรมขนาดใหญ่มาแล้ว จึงอยากหาโรงแรมที่มีความเฉพาะตัวพักดูบ้าง คุณเต๋ากล่าว
ด้านการแข่งขันก็ถือว่า มีโรงแรมที่เป็นสไตล์นี้เปิดเยอะอยู่พอสมควร แต่ก็ต้องมาดูว่าแต่ละแห่งมีเอกลักษณ์อะไรบ้าง ซึ่งของบ้านในเองเรามีเอกลักษณ์ชัดเจน ทั้งตัวบ้าน เมนูอาหาร ซึ่งก็เชื่อว่าจุดนี้จะเป็นสิ่งดึงดูดลูกค้าได้
คุณเต๋ายังกล่าวทิ้งท้ายด้วยว่าการลงมือทำในสิ่งใด ก็ขอให้ทำในสิ่งนั้นให้เต็มกำลังความสามารถ ไม่ว่าผลที่ตามมาจะเป็นอย่างไร ก็ยังดีที่ได้ทำในสิ่งที่เราชอบ อันที่จริงตัวเต๋าไม่ได้มุ่งที่จะทำ “บ้านใน” โดยคำนึงถึงแต่ด้านเชิงพาณิชย์ แต่ทำโดยความรักที่มีต่อคุณยายและความผูกพันกับบ้านหลังนี้ ซึ่งพอคิดได้แบบนี้ก็ทำให้เต๋าทำธุรกิจด้วยความสุขอย่างแท้จริง
ทั้งนี้ หากสนใจสามารถเข้าชมเว็บไซต์ รวมถึงจองห้องพักได้ด้วยที่ http://www.baannaihotel.com และเพจเฟซบุ๊ก : Baannai หรือโทร.สอบถาม 0-2619-7430.