ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/politic/276651
การเมือง > ข่าวการเมือง : 12 พ.ค. 2560
“นายกฯ” ลั่น จะดำเนินมาตรการดูแล หนุน เกษตรกร เต็มที่ เพื่อความมั่นคง ยั่งยืน ทั้งรายได้ ความเป็นอยู่ ปลุก ให้ลุกขึ้นเปลี่ยนแปลงตัวเอง
12พ.ค.60 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. กล่าวในรายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ว่า วันนี้ เป็นวันพืชมงคล เป็นวันสำคัญวันหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งของพี่น้องเกษตรกร ผู้ถือว่าเป็นกระดูกสันหลังของชาติ เป็นเสาหลักที่ช่วยค้ำยันเศรษฐกิจของประเทศ เราจึงได้ยกวันนี้ให้เป็นวันเกษตรกร สำหรับพิธีแรกนาขวัญที่ได้จัดขึ้นเมื่อเช้านี้ ถือว่าเป็นประเพณีโบราณของไทย มีทั้งการทำพิธีพุทธ ซึ่งก็คือพระราชพิธีพืชมงคล ในการทำขวัญ เมล็ดพืชพันธุ์ต่าง ๆ เพื่อให้ปราศจากโรคภัยและเจริญเติบโตได้ดี และพิธีพราหมณ์ ก็คือพิธีที่เราเรียกกันว่าพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ที่เป็นการเริ่มไถนาเพื่อหว่านเมล็ดข้าว เพื่อให้เป็นอาณัติสัญญาณว่าฤดูเพาะปลูกได้เริ่มขึ้นแล้ว และเราก็ถือว่าเป็นการเอาฤกษ์เอาชัยอันเป็นมงคลในช่วงการเพาะปลูกของปีที่กำลังมาถึง ในการนี้กรมการข้าวที่เป็นผู้ดำเนินการปลูกข้าว ณ แปลงนาทดลองในโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดาในฤดูนาปี 2559ได้ขอพระราชทานพันธุ์ข้าวทรงปลูกพระราชทาน ทั้งข้าวนาสวนและข้าวไร่ จำนวน11 พันธุ์ เพื่อใช้ในพระราชพิธี โดยเมล็ดพันธุ์ข้าวเปลือกที่นำมาใช้ มีน้ำหนักรวมทั้งสิ้น 2,865 กิโลกรัม และจัดเป็น “พันธุ์ข้าวทรงปลูกพระราชทาน” ที่ได้บรรจุในซองแจกจ่ายให้บรรดาพสกนิกร ประชาชน และกับชาวนาทั่วประเทศนะครับ ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นมิ่งขวัญและเป็นสิริมงคลในการประกอบอาชีพการเกษตรตามประเพณีนิยม เพื่อให้เป็นไปตามพระราชประสงค์สืบไปด้วย
พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า รัฐบาลนี้ มีความตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะสนับสนุนและยืนเคียงข้างพี่น้องเกษตรกรตลอดมา ในโอกาสนี้พวกเราขอส่งแรงใจให้พี่น้องเกษตรกร สำหรับฤดูกาลเพาะปลูกที่กำลังจะเริ่มขึ้น โดยตนและรัฐบาลจะดำเนินมาตรการเพื่อดูแลและสนับสนุนพี่น้องเกษตรกรอย่างเต็มความสามารถเพื่อสร้างความมั่นคงและยั่งยืนด้านความเป็นอยู่ และรายได้ของพี่น้องเกษตรกรทุกท่าน
“ผมขอเรียนว่า การแก้ปัญหาในภาคเกษตร และการช่วยเหลือพี่น้องชาวไร่ ชาวนา ชาวสวน และเกษตรกรด้านอื่นๆ นั้น ไม่ใช่เพียงพูดว่าเป็นไปตามความรู้ความชำนาญ หรือประสบการณ์ ที่มีมาตั้งแต่โบราณกาล ก็จะสำเร็จ นั่นเป็นส่วนหนึ่ง ซึ่งเป็นวัฒนธรรม อัตลักษณ์ของเกษตรกรไทยอยู่แล้ว อันนี้ไม่มีใครที่จะมาเปลี่ยนแปลงได้ แต่เราก็ต้องถือว่าวันนี้เป็นส่วนหนึ่ง ที่เราจะต้องมีการปรับปรุงและพัฒนาให้ได้ประโยชน์มากยิ่งขึ้น โดยปัจจุบัน สภาพแวดล้อม สภาพอากาศ และความต้องการสินค้าเกษตร ได้เปลี่ยนแปลงไปมากในสังคมโลก แต่ละพื้นที่มีสภาพแตกต่างกันทำให้เราต้องวิเคราะห์ให้ดีว่า พื้นที่ที่ใช้ในการเพาะปลูกควรมีลักษณะอย่างไร ทั้งที่มีอยู่ในเขตหรือนอกเขตชลประทาน มีการกักเก็บน้ำมาอย่างต่อเนื่องเพียงพอหรือไม่ ใช้เครื่องมือเครื่องจักร เทคโนโลยี ความรู้ เข้าช่วยในการผลิตหรือไม่ ปัจจัยเหล่านี้ ล้วนส่งผลต่อต้นทุนการผลิต และความสามารถในการเข้าสู่ตลาดของผลผลิต รวมถึงรายได้ของเกษตรกรด้วย อันนี้เป็นกังวล เป็นห่วง”
นายกฯ กล่าวว่า ที่ผ่านมานั้นรัฐบาล ใช้เวลาตลอด 3 ปี แก้ไข ปรับปรุง พัฒนาทุกขั้นตอน พร้อมสื่อสารกับพี่น้องประชาชน เกษตรกร ชาวไร่ ชาวนามาอย่างต่อเนื่อง เราไม่ได้เพียงแต่บอกว่าท่านจะต้องทำอย่างไร หรือบังคับท่านอย่างโน้นอย่างนี้ อย่างที่มีการกล่าวอ้างกัน แต่เราจะบอกว่าราคาผลผลิตจะขึ้นจะลง จะต่ำจะสูง ในช่วงใด ราคาเท่าไร เราต้องเตรียมความพร้อมอย่างไร ช่วงไหนจะกักเก็บน้ำได้มากขึ้น ช่วงไหนจะขาดน้ำ ช่วงไหนจะต้องพบกับปัญหาจากภัยธรรมชาติ เราจะต้องเตรียมรับมืออย่างไร พื้นที่ใดจะประสบปัญหา พื้นที่ใดเหมาะสมควรจะปลูกพืชชนิดใด ทั้งหมดนี้ถือว่าเป็นการสร้างการรับรู้แบบครบวงจร ซึ่งเป็นหนึ่งในการช่วยแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ให้พี่น้องเกษตรกรสามารถปรับตัว เตรียมรับความเสี่ยง รักษารายได้
นายกฯ กล่าวว่า ยังมีพี่น้องเกษตรกรบางท่าน ที่ไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง ยังคงคุ้นชินกับการทำแบบเดิม ๆ สิ่งเดิมๆ ก็อาจได้รับจากการชี้นำเดิมๆ ไม่ได้ปรับให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ อาจจะไม่ได้ดู ไม่ได้ระวัง ส่วนใหญ่จะเป็นการจ้าง เพราะว่าแรงงานทำไร่นาปัจจุบันนั้น ลูกหลานก็ไม่ค่อยทำ เขามาทำงานในเมืองใหญ่ในกรุงเทพฯ บ้าง อะไรบ้างก็ไม่เป็นไรนะครับ ก็คงเหลือแต่พ่อแม่นะครับ หรือผู้มีอายุ ทำไร่ทำนาอยู่ในปัจจุบันนะครับ อยู่อีกเป็นจำนวนมาก ก็อาจจะปรับตัวไม่ทันนะครับ
“เมื่อรายได้ไม่พอใช้ ก็ต้องกู้ยืมเพิ่ม พอกพูนบนหนี้สินเดิม ทั้งหนี้ในระบบ นอกระบบ จนไม่สามารถจะปลดตัวเองจากพันธะสัญญากับเจ้าของที่ดินหรือเจ้าของโรงสีได้ก็จะวนเวียนไปมาแบบนี้ ผมพูดเพราะอยากให้เห็นภาพ อยากให้มองให้ครบ ทำให้เราจำเป็นต้องลุกขึ้นมาปรับเปลี่ยน ปรับตัว ฟังให้รอบด้าน ทั้งนี้เพื่อจะนำความรู้ใหม่ ๆ มาใช้ประโยชน์ ก็ไม่ยากจนเกินไปหรอก ถ้าทุกคนได้ติดตาม ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงของตัวเอง เปลี่ยนเร็วก็มีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างเร็วขึ้น” นายกฯ กล่าว
———
