ยุทธวิธีโจมตีบุคคลยังใช้เป็นเครื่องมือทำลายประชาธิปไตย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/276424

คมชัดลึก, ยังใช้ทำลาย, ยุทธวิธีโจมตีบุคคล, วันปรีดี พนมยงค์, วงสัมมนา, ยุทธวิธี, โจมตี, บุคคล, เป็น, เครื่องมือ, ทำลาย, ประชาธิปไตย, ปรีดี พนมยงค์

วงสัมนามธ.วัน “ปรีดี พนมยงค์” ชี้ ยุทธวิธีโจมตีบุคคล ยังใช้เป็นเครื่องมือทำลายปชต. ”ปริญญา “ ระบุ คำปรารถ รธน.ฉบับแรก เป็นรอยต่อของระบบการเมืองไทย

 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ได้จัดให้มีการอภิปรายเรื่อง “แนวคิดปรีดี พนมยงค์ กับบทเรียนและพัฒนาการประชาธิปไตย” เนื่องในวันปรีดี พนมยงค์ ประจำปี 2560 โดยมี นายไชยันต์ รัชชกูล จากคณะรัฐศาสตร์ และสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยพะเยา นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และนายปฤณ เทพนรินทร์ จากวิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เข้าร่วมอภิปราย
นายไชยันต์ กล่าวว่า จะเห็นว่า นายปรีดีถูกโจมตีมากกว่าในคณะราษฎร และเป็นการโจมตีอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2476 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นการสะท้อนความสำคัญของนายปรีดี ตนมองว่า ถ้าประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ นายปรีดีจะไม่ถูกโจมตีนานเท่านี้เพราะโจทย์ของการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไทยยังเป็นเหมือนเดิม ขณะที่ยุทธวิธีในการทำลายประชาธิปไตยก็ยังเป็นเหมือนเดิมเช่นกัน โดยนายปรีดีมักถูกโจมตีใน 5 เรื่อง 1.มักใหญ่่ใฝ่สูง 2.ชิงสุกก่อนห่าม 3.ตัดหน้าเอาเครดิตเรื่องรัฐธรรมนูญ 4.ปรีดีเป็นคอมมิวนิสต์ และ 5.ฆ่าในหลวง ร.8  ที่เป็นข้อกล่าวหาที่ฉกาจที่สุด ซึ่งข้อกล่าวทั้งหมดนี้ยังมาพร้อมๆกับ ความพยายามฟื้นฟูอิทธิพลของเจ้าขุนมูลนายด้วย ขณะที่การทำลาย พลังประชาธิปไตย ก็ยังเป็นกลยุทธ์เดิมๆ ยุทธวิธียังเป็นเหมือนกับเหตุการณ์ก่อนรัฐประหารเมื่อปี 2490 พรรคการเมืองหนึ่งที่เป็นพรรคเดียวกันกับที่เคยล้มประชาธิปไตยเมื่อเร็วๆนี้ ได้ทำการอภิปรายกล่าว ในสภาเป็นเวลา 8 วัน 8 คืน จนรัฐบาลซวนเซ เสียเครดิตเพื่อปูทางให้มีการยึดอำนาจ ซึ่งไม่แตกต่างอะไรกับสิ่งที่เกิดขึ้นในปี 2557 เพียงแต่ว่า ไม่ได้มีแต่ในรัฐสภาเท่านั้นเพราะสภาพทางการเมืองไทยเปลี่ยนไปเป็น การเมืองมวลชน จึงใช้มวลชน บั่นทอนทำลายรัฐบาล และเชื่อว่า กลยุทธ์หรือแทคติกนี้จะถูกใช้ต่อไป

“หลังเหตุการณ์  14 ตุลาคม 16 อาจารย์ปรีดีเขียนหนังสือเล่มหนึ่ง ระบุว่าจงพิทักษ์เจตนารมณ์ประชาธิปไตยสมบูรณ์ของวีรชน 14 ตุลาฯ เมื่อมองย้อนกลับไปข้อความนี้สำคัญมาก หมายถึงเมื่อชนะแล้วต้องพิทักษ์ไว้ เพราะคณะราษฎรชนะแต่เขี่ยลูกไปให้พระยามโนปกรณ์ มาเป็นนายกฯส่วนเจตนารมณ์คือความมุ่งมั่นในความปรารถนาประชาธิปไตยมันอยู่กับเราวันหนึ่งเราจะเป็นประชาธิปไตย ซึ่ง ผลของการก่อสร้างไว้ดีแล้วย่อมไม่สูญหายตราบใดที่ยังมีความพยายามรื้อฟื้นระบอบเจ้าขุนมูลนายตราบนั้นปรีดีพนมยงค์ ก็จะยังมีความหมายกับสังคมไทย” นายไชยันต์ กล่าว

Leave a comment