ให้อำนาจ”สตง.”จี้รัฐสภา-ครม.”ยับยั้งประชานิยม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/275962

สตง, มีชัย ฤชุพันธ์, กรธ, ให้อำนาจ, รัฐสภา, ยับยั้ง, ประชา, นิยม, กกต-ปปช, รัฐสภา-ครม

กรธ.ให้อำนาจ”สตง.”ร่วม “กกต-ป.ป.ช.”จี้”รัฐสภา-ครม.” ยับยั้งประชานิยม

         9 พ.ค. — คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) จัดสัมมนา เรื่อง “การรับฟังความคิดเห็นร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ… ถือเป็นการรับฟังความคิดเห็นกฎหมายลูกครบทั้ง 10 แล้ว โดยนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. กล่าวเปิดการการสัมมนาตอนหนึ่งว่า ถ้าสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ไม่เข้มงวดเงินหลวง เงินแผ่นดินก็จะถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด ไม่เกิดประโยชน์กับประชาชน  กรณีการใช้เงินโดยไม่สุจริตก็ต้องไปว่ากัน แต่กรณีใช้โดยสุจริตแล้วเกิดผิดพลาด จะวางกติกาให้ต้องทำอย่างไร ไม่ให้ต้องรับผิดชอบภายหลัง ตรงนี้กรธ.กำลังคิดหาวิธีกันอยู่ เพื่อไม่ให้คนเหล่านี้ได้รับความผิดหรือผลกระทบที่ไม่เหมาะสม ขณะเดียวกัน กรธ.ยังคิดอีกว่า จะทำกฎหมายออกมาในลักษณะใดที่ให้การตรวจสอบงบประมานของภาครัฐ ไม่ซ้ำซ้อนหน้าที่ของ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพราะจะเป็นอันตรายกับระบบราชการได้ในอนาคต
เบื้องต้นจะให้สตง.มีหน้าที่ในการตรวจสอบงบประมานภาครัฐว่า มีความถูกต้องหรือไม่ เพื่อให้ ป.ป.ช.ยึดรายงานจาก สตง.เป็นหลักเพื่อดำเนินการสอบสวนเชิงลึกต่อ และต้องมีการประสานงานทางข้อมูลต่าง ๆ ร่วมกันระหว่าง สตง.และ ป.ป.ช. ส่วนการตรวจสอบงบประมานของหน่วยงานอย่าง ป.ป.ช.จึงมีคำถามว่า สตง.จะสามารถทำได้หรือไม่ หากพบว่า ป.ป.ช.มีการใช้งบประมานโดยมิชอบ เนื่องจากผู้ที่เข้ามาตรวจสอบการทุจริตของ ป.ป.ช.ก็คือ เจ้าหน้าที่ของป.ป.ช.เอง ซึ่งก็ได้ยินมาว่าเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. มีอิทธิพลถึงขนาดป.ป.ช.กลัว

ส่วนการตรวจสอบการใช้งบประมาณของสตง.คือ กรมบัญชีกลาง แต่มักเป็นการตรวจสอบเบื้องต้นแบบผ่าน ๆ ไม่เห็นมีการทัก ท้วงอะไร กรธ.จึงมองว่า ถ้าให้กรมบัญชีกลางทำหน้าที่บนพื้นฐานที่สตง.เคยทำ จะเหมาะสมหรือไม่ เพื่อให้เกิดเป็นมาตรฐานในการตรวจสอบและใช้ระบบแบบเดียวกัน และเมื่อไหร่ที่ สตง.พบการใช้จ่ายเงินของรัฐไม่ถูกต้องตามวินัยการเงินการคลัง ก็สามารถประชุมร่วมกับองค์กรอิสระ อื่น เพื่อท้วงติงรัฐบาลได้
ขณะที่นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน กล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับล่าสุด มีการเพิ่มบทบาทหน้าที่นอกเหนือจากตรวจสอบทางกฎหมาย แต่ยังเพิ่มเติมสาระสำคัญจากเดิม เช่น ให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) อาจเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) ที่อาจพบว่า จะมีการใช้จ่ายเงินที่อาจก่อให้เกิดความเสียหาย หรือประชานิยม ลดแลกแจกแถม หากเห็นว่า การใช้เงินนั้น มีลักษณะหาเสียง ก็ไม่ใช่เพียงแค่ส่งเรื่องไปยัง ป.ป.ช. แต่ยังต้องส่งไปยัง กกต.ด้วย เพื่อวินิจฉัยตามกฎหมายที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง โดยเฉพาะในกรณีที่เอาเงินแผ่นดินไปหาเสียง เมื่อคตง.เห็นว่า เข้าข่ายก็จะไปหารือร่วมกับป.ป.ช.และกกต. หากเห็นพ้องกันว่า การใช้จ่ายเงินเหล่านั้นจะก่อให้เกิดความเสียหาย ก็ต้องแจ้งไปยังรัฐสภาและครม.โดยไม่ชักช้าแต่ควรมีมาตรการกำหนดให้เกิดผลในทางปฏิบัติอย่างจริงจัง

ด้านการใช้เงินในทางราชการไม่เหมาะสม ไม่เกิดประโยชน์แก่ประชาชน มีผลประโยชน์ทับซ้อน ก็จะส่งให้ผู้ตรวจการแผ่นดินเป็นผู้พิจารณา ส่วนการติดตามทวงคืนความเสียหายของรัฐที่เกิดขึ้นแล้ว หากหน่วยงานที่รับผิดชอบไม่ดำเนินการ สตง.มีอำนาจติดตามการทวงคืนเหล่านี้ แม้ไม่มีตัวแทนความเสียหายแทนประชาชน ก็อาจกำหนดให้สตง.เป็นผู้เสียหายแทนประชาชน สามารถฟ้องร้องได้ ทั้งนี้อยากให้มีการกำหนดเพิ่มเติมว่า สำหรับการกระทำที่ฝ่าฝืนหลีกเลี่ยง จนก่อให้เกิดความเสียหาย นอกจากผิดวินัย อาญา และแพ่งแล้ว ควรต้องมีโทษปรับทางปกครองเพิ่มเติมด้วย

Leave a comment