เตือนสนช. “ระวัง” ถกกม.ลูก !!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/278114

สนช.จัดสัมมากม.”กกต.-พรรคการเมือง“สุรชัย”แจงขั้นตอนหากตั้งกมธ.ร่วม ชี้ช่องโหว่รธน.ไม่กำหนดหากกม.ลูกถูกตีตกใครเป็นเจ้าภาพร่างใหม่

         20 พ.ค. 60  คณะกรรมาธิการสามัญพิจารณาศึกษา เสนอแนะและรวบรวมเพื่อประกอบการพิจารณาจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) จัดสัมมนา เรื่อง “ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการเลือกตั้ง พ.ศ. …. และร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. …”โดยมีสมาชิกสนช.เข้าร่วมสัมมนากว่า 100 คน
นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสนช. คนที่ 1 ในฐานะประธานกมธ.สามัญพิจารณาศึกษาฯ ชี้แจงภาพรวมกระบวนการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญตามบทเฉพาะกาล มาตรา 267 ว่าด้วยการจัดทำร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.)ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ว่า  กระบวนการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญมีกฎเกณฑ์ที่ใช้อยู่ 2 ข้อ คือตามมาตรา 267 และในบทถาวร มาตรา 130-132 ที่กำหนดคะแนนลงมติเห็นชอบร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญต้องมีคะแนนมากกว่ากึ่งหนึ่ง ไม่ใช่เพียงแค่กึ่งหนึ่งเท่านั้น ซึ่งร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง และร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลืกตั้ง(กกต.)ที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.)ส่งมาให้สนช. จะครบกำหนดในวันที่ 16 มิ.ย. นี้ ทั้งนี้ร่างพ.ร.ป.ที่เหลือกรธ.ก็จะทะยอยส่งมาให้สนช.โดยสนช.จะต้องทำร่างพ.ร.ป.ทั้ง 10 ฉบับให้เสร็จทั้งหมดภายใน 240 วันนับแต่วันประกาศรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะครบกำหนดวันที่ 1 ธ.ค. 60
นายสุรชัย กล่าวว่า เมื่อผ่านกระบวนการของคณะกมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ และที่ประชุมสนช.ให้ความเห็นชอบในวาระ 3 เรียบร้อยแล้ว จะยังประกาศใช้เป็นกฎหมายไม่ได้ เพราะในรัฐธรรมนูญกำหนดว่าจะต้องส่งร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นศาลรัฐธรรมนูญหรือองค์กรอิสระและกรธ.ด้วย แต่บทเฉพาะของรัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดว่าสนช.จะต้องส่งให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายในกี่วัน ซึ่งความเห็นส่วนตัวคิดว่าต้องยึดบทถาวรของรัฐธรรมนูญ คือ 15 วัน
นายสุรชัย กล่าวว่า โดยองค์กรที่เกี่ยวข้องจะต้องพิจารณาตรวจสอบเพื่อทำความเห็นกลับมาภายใน 10 วัน นับแต่วันที่ได้รับร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่า ตรงตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญหรือไม่ ถ้าตรงถือว่าจบกระบวนการ จากนั้นส่งให้นายกรัฐมนตรีเพื่อรอทูลเกล้าฯ แต่ถ้าเห็นว่าไม่ตรงตามเจตนารมณ์ จะต้องตั้งกมธ.ร่วมเพื่อพิจารณา ซึ่งบทเฉพาะกาลก็ไม่ได้กำหนดว่าต้องตั้งภายในกี่วัน ขึ้นอยู่กับสนช. เมื่อพิจารณาเสร็จแล้วกมธ.ร่วมต้องส่งให้สนช.เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ ถ้าสนช.มีมติไม่ถึง 2 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ถือว่าเป็นอันตกไป ซึ่งบทเฉพาะกาลเขียนทิ้งไว้แค่นี้ โดยไม่ได้ระบุว่าใครจะเป็นคนเขียนต่อไป เป็นโจทย์ที่รออยู่ข้างหน้า
“ในกระบวนการส่งให้นายกรัฐมนตรี เพื่อรอการทูลเกล้าฯ คือ มาตรา 145 และมาตรา 148 ต้องรอ 5 วัน เพื่อดูว่ามีประเด็นปัญหาส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยบุคคลที่จะยื่นเรื่องต่อศาลคือนายกรัฐมนตรีหรือสมาชิกสนช. 1 ใน 10 เข้าชื่อกัน ด้วยเหตุผลที่ว่ามีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ “นายสุรชัย กล่าว

นายสุรชัย กล่าวว่า ขอให้สมาชิกต้องระวังเรื่องกระบวนการพิจารณากฎหมายลูกทั้ง 10 ฉบับ อาจถูกทักท้วงให้ตรวจสอบได้ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 77 ซึ่งเป็นเรื่องที่ตนกังวล  ขอฝากกมธ.ไว้ เพื่อป้องกันความเสี่ยง ให้มีการตรวจสอบความถูกต้องตามม.77 ด้วย จะเป็นการดี แม้มาตรา 267 ไม่ได้กำหนดไว้ แต่เราก็ต้องยึดบทถาวรต้องจัดให้มีการรับความเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้อง วิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอย่างรอบด้านและเป็นระบบ โดยต้องเปิดเผยต่อประชาชนอย่างน้อยต้องลงเว็ปไซต์ให้ประชาชนเข้ามาตรวจสอบได้ และนำข้อคิดเห็นต่างๆที่กล่าวไว้ข้างต้นนำมาประกอบการพิจารณาทุกขั้นตอน ทีนี้คำถามคือ ขณะพิจารณาทำตามขั้นตอนหรือยัง ถ้ายังกรุณากลับไปทำด้วย รวมทั้งการเขียนรายงาน เจ้าหน้าที่จะต้องไม่เขียนรูปแบบเดิมๆ ต้องแจกแจงขั้นตอนในกระบวนการทั้งหมด

Leave a comment