“พาที” ดิ้นดึงจีน-สิงคโปร์สวม บินไทยหักปีก!กลับลำไม่เพิ่มทุนนกแอร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 24 พ.ค. 2560 07:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/950618


บอร์ดการบินไทยประชุมนัดพิเศษหักปีกไม่เพิ่มทุนนกแอร์ อ้างแผนฟื้นฟูไม่ชัดเจน ด้าน “พาที” เร่ขาย หวังดึงสิงคโปร์แอร์ไลน์และสายการบินจากจีนเข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนแทน บอกพรุ่งนี้ประกาศข่าวดี!!

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การบินไทยไม่ได้ใช้สิทธิ์ในการซื้อหุ้นเพิ่มทุนในสายการบินนกแอร์ที่การบินไทยได้รับสิทธิ์ในการซื้อหุ้นเพิ่มทุนในสัดส่วน 1 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ที่ราคาหุ้นละ 2.40 บาท จากปัจจุบันที่การบินไทยถือหุ้นในนกแอร์ 39.2% โดยนกแอร์ได้เปิดจองให้ซื้อหุ้นเพิ่มทุน ระหว่างวันที่ 16-22 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยเมื่อสิ้นสุดวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา การบินไทยได้ยืนยันชัดเจนว่าไม่ใช้สิทธิ์เข้าเพิ่มทุนดังกล่าว

ซึ่งการตัดสินใจในครั้งนี้ ถือเป็นการกลับลำในโค้งสุดท้าย จากก่อนหน้านี้บอร์ดการบินไทยเคยมีมติให้เข้าเพิ่มทุนในนกแอร์มาแล้ว โดยสาเหตุที่มีการกลับมติ เป็นผลจากการเรียกประชุมบอร์ดนัดพิเศษเมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 พ.ค.ที่ผ่านมา เพียงวันเดียวก่อนหมดเวลาใช้สิทธิ์เพิ่มทุน

โดยในที่ประชุมบอร์ดได้มีการถกเถียง ซึ่งมีทั้งฝ่ายที่สนับสนุนและคัดค้าน แต่ในที่สุดก็เห็นควรไม่ให้มีการซื้อหุ้นเพิ่มทุน โดยให้เหตุผลว่าแผนการปฏิรูปและบริหารงานของนกแอร์ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาการขาดทุนยังขาดความชัดเจน และไม่สามารถการันตีได้ว่า หากการบินไทยลงเงินไปแล้วจะได้ ผลตอบแทนคืนกลับมาได้อย่างไร และยังมีเงื่อนไขว่า หากการบินไทยเพิ่มทุน จะต้องมีการเปลี่ยนตัวกรรมการบางคน โดยเฉพาะตัวผู้บริหารคือนายพาที สารสิน ออกจากตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้วย เพื่อหาผู้บริหารมืออาชีพ เข้ามาบริหารจัดการแทน ซึ่งนายพาทีไม่เคยมีท่าที ยินยอม ขณะที่ฝ่ายสนับสนุนเพิ่มทุน เพราะเกรงว่านกแอร์จะมีผู้ร่วมทุนใหม่จากสิงคโปร์เข้ามาเป็นคู่แข่งและมีอิทธิพลในกิจการการบินของไทย และจะทำให้ทุนสิงคโปร์ได้เส้นทางการบินที่การบินไทยยกให้นกแอร์มาบินแทน และอาจจะทำให้นกแอร์และนกสกู๊ตย้ายฐานกลับไปที่สุวรรณภูมิ ซึ่งจะเข้ามาแข่งกับการบินไทยด้วย

ผู้บริหารระดับสูงในวงการการบินยังเปิดเผยด้วยว่า การพลิกมติถือว่าเป็นเรื่องที่สร้างความประหลาดใจมาก นอกจากนั้นฐานะของนกแอร์ยังอยู่ในฐานะย่ำแย่ ขาดทุนติดต่อกัน 4 ปี นับตั้งแต่ปี 57 ขาดทุน 471 ล้านบาท, ปี 58 ขาดทุน 726ล้านบาท, ปี 59 ขาดทุน 2,080 ล้านบาท และปี 60 ไตรมาส 1 ขาดทุน 295.57 ล้านบาท แม้เพิ่มทุนในครั้งนี้สำเร็จ ก็ยังไม่ครอบคลุมหนี้และต้องกู้เงินเพื่อทำธุรกิจต่อด้วย

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ล่าสุดพบว่าขณะนี้มีสายการบินต่างชาติ 2 รายได้รับการชักชวนและเสนอตัวให้เข้ามาซื้อหุ้นเพิ่มทุนในส่วนของการบินไทยแทน ซึ่งเป็นสายการบินขนาดใหญ่ในเอเชีย คาดว่าจะเป็นบริษัทในกลุ่มสิงคโปร์แอร์ไลน์และสายการบินจากจีน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจารายละเอียด ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกรายใดรายหนึ่ง ขณะที่มีรายงานว่ายังมีความพยายามกดดันให้การบินไทยกลับมาใช้สิทธิ์เพิ่มทุนหลังจากนี้ด้วย

ทั้งนี้ หลังการบินไทยไม่ได้เข้ามาซื้อหุ้นใน สัดส่วนเดิมจะส่งผลให้กลุ่มจุฬางกูรขึ้นมาเป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 1 โดยนายณัฐพล จุฬางกูร ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 หรือ 12.08% นายทวีฉัตร จุฬางกูร ถือหุ้นใหญ่อันดับ 3 อีก 10.21% เมื่อรวมทั้ง 2 คน จะทำให้กลุ่มจุฬางกูรมีหุ้นในสายการบินนกแอร์ 22.29%

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังนายพาที โดยนาย พาทีได้ตอบกลับเป็นข้อความภาษามือว่าโอเค พร้อมแจ้งว่าให้รอความชัดเจนจากการบินไทย และวันที่ 24 พ.ค.นี้ จะมีแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ แต่ยืนยันว่าเป็นข่าวดีแน่นอน.

 

Leave a comment