ขับเคลื่อนข้าวไทยยุคใหม่ ด้วยนวัตกรรม อวดโฉมผลิตภัณฑ์ล่าสุดใน Thailand Rice Convention 2017

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย Advertorial 24 พ.ค. 2560 16:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/951193


ในขณะที่ทุกภาคส่วนกำลังเร่งดำเนินงานเต็มสูบเพื่อผลักดันประเทศไปสู่ Thailand 4.0 งานตามวิสัยทัศน์ของรัฐบาล กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ก็เดินหน้ายกระดับและเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าวไทย อย่างต่อเนื่อง เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ภายใต้โครงสร้างเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (Value-based Economy)

นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ หน่วยงานซึ่งมีภารกิจหลักในการส่งเสริมสินค้าข้าวและสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ ของไทยสู่ตลาดโลก เปิดเผยว่า สถานการณ์การค้าข้าวของไทยในปัจจุบันเป็นไปในทิศทางที่ดี ทั้งในด้านปริมาณและราคา โดยหลายประเทศเริ่มกลับมาสั่งซื้อข้าวจากไทยเพิ่มมากขึ้น อาทิ อิหร่านซึ่งหายไปนานมาก และ ฮ่องกงที่เคยหันไปสั่งซื้อข้าวประเทศอื่น ส่งผลให้ไทยสามารถดึงส่วนแบ่งการตลาดกลับคืนมาได้ร้อยละ 60-70 จากที่ลดลงไปเหลือเพียงร้อยละ 30 ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน กรมการค้าต่างประเทศ ยังมุ่งขยายตลาดเฉพาะ (niche market) เนื่องจากไทยมีข้าวหลากหลายสายพันธุ์ที่สามารถตอบโจทย์คนรักสุขภาพได้เป็นอย่างดี

นอกจากข้าวหอมมะลิไทยซึ่งได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นข้าวที่ดีที่สุดในโลกแล้ว ประเทศไทยยังเต็มไปด้วยพันธุ์ข้าวคุณภาพอีกมากมาย ทั้งข้าวกลุ่มที่ได้รับการรับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication) หรือข้าว GI รวมถึงข้าวคุณลักษณะพิเศษ (Specialty Rice) หลายสายพันธุ์ซึ่งมีคุณสมบัติที่สามารถตอบโจทย์ตลาดเฉพาะได้ดี ข้าวไทยยังเป็นที่รู้จักในฐานะหนึ่งในบรรดาธัญพืชที่เป็น Superfood หรือสุดยอดอาหารที่ให้คุณค่าสูง มีคุณสมบัติต้านโรค ดีต่อสุขภาพ และช่วยลดอ้วน อันเป็นแนวโน้มของไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคในปัจจุบัน

นางดวงพร กล่าวด้วยว่า “กรมการค้าต่างประเทศกำลังเร่งขับเคลื่อนการพัฒนานวัตกรรมข้าว โดยมีการจัดตั้งสถาบันส่งเสริมสินค้าเกษตรนวัตกรรม หรือ สกน. ตามมติคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว หรือ นบข. ที่มุ่งเน้นผลักดันการสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตรและสนับสนุนด้านการตลาดอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อส่งเสริมการส่งออกสินค้านวัตกรรมที่มีมูลค่าสูง”

ข้าวไทยในวันนี้ได้รับการต่อยอดด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมจนสามารถเพิ่มมูลค่าหลายเท่าตัว เช่น พัฒนาเป็น “น้ำมันรำข้าว” น้ำมันพืชทางเลือกเพื่อสุขภาพมูลค่าสูง การผลิตแป้งสตาร์ช หรือ “แป้งดัดแปร” จากข้าว ซึ่งสามารถเพิ่มมูลค่าจากข้าวสารกิโลกรัมละ 10 บาท เป็นแป้งข้าวดัดแปรสารพัดประโยชน์กิโลกรัมละถึง 1,000 บาท

หรือล่าสุด การคิดค้นวิจัยโดยการสนับสนุนของสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.) ผลิตผงสีจากรำข้าวเหนียวดำเพื่อใช้เป็นส่วนผสมผลิตภัณฑ์อาหาร อาหารเสริม และเครื่องสำอาง ผงสีจากรำข้าวนี้นับว่ามีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าวิตามินอีและซีถึง 2 เท่า อีกทั้งตอบโจทย์ความต้องการสีที่ได้จากธรรมชาติ จึงไม่ประหลาดใจที่นวัตกรรมรำข้าวเหนียวดำสามารถเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบข้าวจากกิโลกรัมละ 70 บาท เป็นสารสกัดราคากิโลกรัมละไม่น้อยกว่า 15,000 บาท และผลสำเร็จนี้กำลังรอการต่อยอดเพื่อนำออกสู่ตลาดโลกต่อไป

อีกหนึ่งปรากฏการณ์ในวงการข้าวไทยคือ ความสำเร็จในการคิดค้นสารสกัดธรรมชาติที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อจมูกข้าว หรือ “สเต็มเซลล์ข้าว” (Rice Stem Cell Extract) เซลล์ต้นกำเนิดที่มีความแข็งแรง มีฤทธิ์ต้านการเกิดออกซิเดชั่น ช่วยชะลอริ้วรอยที่เกิดจากอนุมูลอิสระ (Free Radicals) รวมถึงช่วยป้องกันการสูญเสียน้ำออกจากผิว สเต็มเซลล์ข้าวจึงกลายเป็นสารตั้งต้นชั้นเลิศในการผลิตเครื่องสำอางคุณภาพสูง

นวัตกรรมใหม่ล่าสุดในอุตสาหกรรมข้าวไทยเหล่านี้ จะเป็นส่วนหนึ่งของการนำเสนอและแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างผู้ค้าข้าว ผู้ผลิตข้าว และผู้ประกอบการนวัตกรรมจากนานาประเทศใน “Thailand Rice Convention 2017” (TRC 2017) เวทีการค้าข้าวที่ใหญ่ที่สุดเวทีหนึ่งของเอเชียและของโลก

ผู้ที่สนใจสามารถแวะมาสัมผัสผลิตภัณฑ์ข้าว ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมข้าวไทย และองค์ความรู้เกี่ยวกับนวัตกรรมข้าวไทย ในนิทรรศการ “Rice Plus : ข้าวไทย ก้าวใหม่…ด้วยนวัตกรรม” ที่ลานอีเดน 3 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ระหว่างวันที่ 28-30 พฤษภาคม 2560 นี้

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ TRC 2017คลิก www.thailandriceconvention.go.th หรือที่เฟซบุ๊ก dft2go

 

Leave a comment