“นกแอร์” ดิ้นหาพันธมิตรได้แล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 25 พ.ค. 2560 05:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/951733


ขอ 2 เดือนแจงรายละเอียดด้าน “พาที” ยังเหนียว

ผู้สื่อข่าวรายงานจากสายการบินนกแอร์ว่า ขณะนี้สามารถหาพันธมิตรผู้ร่วมทุนรายใหม่ที่จะเข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนในส่วนของการบินไทยได้แล้ว หลังจากการบินไทยยืนยันว่าจะไม่มีการซื้อหุ้นเพิ่มทุนของนกแอร์ และอาจได้วงเงินมากกว่าที่ตั้งเป้าไว้ ซึ่งหมายความว่าจะทำให้การบริหารงานของนกแอร์เดินหน้าต่อไปได้ ส่วนรายละเอียดต่างๆทางนกแอร์ขอเวลาอีก 2 เดือนจะชัดเจนและหลังจากนั้นจะชี้แจงรายละเอียดทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ได้มีกระแสข่าวว่านกแอร์มีการเจรจาหาผู้ร่วมทุนต่างชาติ 2 กลุ่ม กลุ่มแรกคือนักลงทุนจากจีนที่ทำธุรกิจด้านการท่องเที่ยวรายใหญ่มีเครือข่ายและชื่อเสียงในตลาดยุโรป ส่วนอีกกลุ่มก็คือ สายการบินสกู๊ตของสิงคโปร์ ขณะเดียวกันกลุ่มทุนไทยตระกูลจุฬางกูร เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 ก็ถูกจับตามองว่าจะมีการเพิ่มทุนมากกว่าสัดส่วนหุ้นเดิมหรือไม่ ดังนั้น ต้องรอการเพิ่มทุนในรอบต่อไปที่จะมีการเจรจาขายหุ้นเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจง ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงว่าจะมีผู้ร่วมทุนรายใหม่ที่พร้อมจะเพิ่มสัดส่วนหุ้นมากกว่าแผนเดิมที่กำหนดไว้ด้วย

“บอร์ดนกแอร์ไม่ได้คิดจะปลดนายพาที สารสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) แต่เห็นตรงกันว่าควรจะลดบทบาทและอำนาจการบริหารงานลง และเห็นว่าจะต้องหานักบริหารมืออาชีพที่เข้าใจงานการบินเข้ามาขับเคลื่อนเพื่อให้สายการบินนกแอร์สามารถแข่งขันได้ในสภาวะปัจจุบันด้วย”

ทั้งนี้ ตามแผนเดิม นกแอร์จะเพิ่มทุน 1,500 ล้านบาท ทุนเดิม 625 ล้านบาท เพิ่มเป็น 2,125 ล้านบาท ดังนั้นหากการบินไทยไม่เพิ่มทุนในสัดส่วนเดิมที่ถือหุ้นอยู่ 39.2% จะทำให้สัดส่วนหุ้นใหม่ของการบินไทยลดลงเหลือกว่า 24% แต่ถ้าผู้ถือหุ้นรายใหม่ที่จะเข้ามาซื้อหุ้นเพิ่มทุนและหุ้นในสัดส่วนของการบินไทยอาจมีการเพิ่มทุนมากกว่าที่กำหนดไว้ ซึ่งจะทำให้การบินไทยจะเหลือสัดส่วนหุ้นเพียง 14-15% เท่านั้น

ในวันเดียวกันทางสายการบินนกแอร์ได้ทำหนังสือแจ้งไปยังตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อชี้แจงผลการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนว่าได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ถือหุ้นรายอื่นที่จองซื้อหุ้นตามสิทธิ์และจองเกิน ทำให้บริษัทได้รับเงินเพิ่มทุนส่วนใหญ่ซึ่งเพียงพอต่อแผนการใช้เงินและไม่ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจ.

 

Leave a comment