ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 26 พ.ค. 2560 06:30
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/952832

นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการบริหารการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เปิดเผยว่า หากในอนาคตการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของไทย ยังขยายตัวเพียง 3% ในทุกๆปี จะส่งผลให้เวียดนาม และอินโดนีเซียมีมูลค่าทางเศรษฐกิจแซงหน้าไทย โดยประเทศไทยจะตกอันดับจาก 20 จากปัจจุบันไปอยู่ที่ อันดับที่ 25 จึง เป็นเหตุผลให้ไทยต้องเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านเศรษฐกิจ ด้านเทคโนโลยี และที่สำคัญโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) ถือเป็นหนึ่งในทางออกที่นำไทยไปสู่การเปลี่ยนแปลง ครั้งยิ่งใหญ่ เพราะโครงการก่อสร้างทั้งหมดของอีอีซี ต้องใช้งบลงทุนจากภาครัฐ 10-20% เท่านั้น ที่ เหลืออีก 80% มาจากการลงทุนของภาคเอกชน จึงมั่นใจว่าอีอีซีจะทำให้โครงสร้างลงทุนไทยเปลี่ยนไป
ด้านนางสาวอรนุช ไวนุสิทธิ์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบการเงินการคลัง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุ (กวพ.) ได้มีมติขยายระยะเวลาให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู และพัฒนาเศรษฐกิจในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ ได้แก่ จังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส จังหวัดสตูล และจังหวัดสงขลา (อำเภอจะนะ อำเภอเทพา อำเภอนาทวี และอำเภอสะบ้าย้อย) ออกไป จนถึงวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ พ.ศ.2560 จะมีผลใช้บังคับ เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ ยังไม่กลับคืนเข้าสู่สภาวะปกติ.