ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 ต.ค. 2559 14:05
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/736981

ฝนตกแทบทุกวันแบบนี้ เราเชื่อว่าหลายคนต้องมีอาการ ‘มองบน’ เพราะถ้าฝนตกเมื่อไหร่ กรุงเทพฯ เมืองรถติดเป็นดับต้นๆ ของโลกอยู่แล้วยิ่งติดไปกันใหญ่ คู่มือคนเมือง ไทยรัฐออนไลน์ เลยขอแนะนำในระหว่างฝนตก รถติดหลังเลิกงาน ขอให้คุณทำใจเย็นๆ มองหาร้านอาหารและคาเฟ่บรรยากาศอบอุ่นๆ ที่สามารถพาตัวเองและครอบครัวมานั่งชิลๆ ได้สะดวก หรือจะชักชวนเพื่อนมานั่งพูดคุยกันไป รับประทานอาหารกันไป แบบสบายๆ เราขอแนะนำให้รู้จักร้าน Warm Wood Café (วอร์มวู้ด คาเฟ่)



เปิดประตูร้านเข้ามา ร้านไม่ได้ใหญ่มาก แต่เรารู้สึกหลงรักกับบรรยากาศและการออกแบบร้านที่มีสไตล์ เรียบเก๋ ให้ความรู้สึกอบอุ่น ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการสัมผัสได้ถึงความเป็นกันเอง สบายๆ เหมือนได้นั่งอยู่ในบ้านแถบชานเมืองในแนว La Provence (โพรวองซ์) ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส


ตกแต่งร้านได้น่ารักใช้โทนสีอ่อน ทำให้เรามีความรู้สึกอบอุ่น ดูสบายตา และที่สำคัญอยู่ในยุคโซเชียลแบบนี้ต้องมีการถ่ายรูป เช็กอินกันบ้าง ที่นี่ก็มีมุมถ่ายรูปหลากหลาย พร้อมอาหารและของหวานแสนอร่อยที่ทำให้ลูกค้าได้ใช้เวลาอันอบอุ่นร่วมกัน ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่ลูกค้าจะสัมผัสได้เมื่อเข้ามาที่ Warm Wood Café



ซึ่งการตกแต่งและทุกเมนูของร้านรังสรรค์ภายใต้คอนเซปต์ “From our warm heart and crafty hands” ทุกเมนูเกิดขึ้นจากการใส่ใจในทุกรายละเอียด เน้นทำสดใหม่ออกจากเตา อาหารและขนมที่ทำใหม่จานต่อจาน มีเมนูอาหารและเครื่องดื่มอร่อยๆ ให้เลือกมากมาย


Warm Wood Café พิถีพิถันในการคัดสรรเมนูอาหาร แบบสไตล์ Comfort food ซึ่งที่นี่ลูกค้าสามารถใช้เวลาร่วมกับเพื่อน พร้อมมีความสุขกับอาหารที่หลากหลาย แบบ All Day Brunch, Salad, Snack, Pasta, Main Course, and French Style Dessert เพื่อตอบโจทย์ของลูกค้าในหลากหลายสไตล์ พร้อมด้วยเครื่องดื่มรสชาติเยี่ยมให้เลือกดื่มคู่กับอาหารได้อย่างมีอรรถรสมากยิ่งขึ้น


ทดสอบ 5 เมนู เยือน Warm Wood Café แล้วต้องลอง
เมนูแรก : Soft Shell Crab Salad

เมนูแรกที่ลองถึงแม้เราจะไม่ใช่คนนิยมการทานผัก แต่จานนี้เรารู้สึกชอบ กินแล้วคุณจะรู้สึกสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก ผักกาดแก้วเย็นๆ กรอบๆ กินคู่กับปูนิ่มทอด ราดด้วยซอสบัลซามิกกับผักสดๆ ทั้งยังมีสับปะรดและมะเขือเทศดึงดูดรสชาติให้มีความเปรี้ยว หวาน ตัดคาวของปูนิ่มได้เป็นอย่างดี เป็นอีกหนึ่งมีเมนูที่มีประโยชน์ทั้งจากปูนิ่มที่มีแคลเซียมสูงและไขมันต่ำ ลองทานผักสลัดจานนี้กันเถอะ!
เมนูที่ 2 : Spaghetti Black Ink

สปาเกตตีแบล็กอิงก์ เป็นเมนูที่ทำจากเส้นสปาเกตตีสีดำนั่นเองใส่เนื้อปูลงไป เด็ดตรงซอสที่เป็นมันกุ้งกับพริกเผาผสมครีม เป็นซอสที่เชฟของร้านได้คิดขึ้นมาเองเช่นกัน เป็นเมนูที่เชฟบอกกับเราว่าอยากได้ความแปลกใหม่ อารมณ์เหมือนได้ทานซีฟู้ดด้วย บอกเลยว่าอร่อยเหาะค่ะคุณผู้ชม
เมนูที่ 3 : Pork Ribs BBQ

เป็นเมนูที่ทำจากซี่โครงหมูนำไปตุ๋นในอุณหภูมิที่เชฟได้กำหนดไว้ไม่ถึง 100 องศา และพิเศษสุดๆ ตรงซอสบาร์บีคิวที่ราดลงไป ทางร้านคิดขึ้นมาเป็นพิเศษ รสชาติออกเปรี้ยวหวานไม่เหมือนอย่างที่เคยกินจากร้านอื่น ขอบอกว่าฟินสุดๆ ไปเลยแหละ
เมนูที่ 4 : Grape Chicken

เมนูนี้เป็นไก่หมักกับซอสและไวน์แดง ซอสที่ว่าจะมีความเย็นๆ นิดนึง กินกับองุ่นและมัน เข้ากันเป็นอย่างดี ถูกปากคนที่มาทานหลายๆ คน เป็นอีกหนึ่งเมนูที่เราอยากแนะนำ
เมนูที่ 5 : Pink Coral

เขาว่ากันว่า กินคาวไม่กินหวานสันดานไพร่ งั้นเราต้องจัดของหวานกันสักหน่อย อีกหนึ่งมนูสุดครีเอต ด้วยการนำ Molecular Gastronomy เข้ามาช่วยสร้างสรรค์ความอร่อยให้กับ Strawberry Cheesecake เสิร์ฟพร้อม Raspberry Ravioli และไมโครเค้ก ทานคู่กับผลไม้รสหวานอมเปรี้ยว และ Almond Crumble บอกเลยว่าคนรักของหวานอย่างเราประทับใจมากๆ กับรสชาติความอร่อย ฟิน ของเมนูนี้






พิกัดร้าน : ‘Warm Wood Cafe’ ปากซอยทองหล่อ 10