ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย แบกกล้องเที่ยว 8 ต.ค. 2559 16:01
อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/744476

สวัสดีท่านผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์ทุกท่านครับ สัปดาห์นี้ แบกกล้องเที่ยวจะพาเพื่อนๆ ไปขึ้นเขาที่ขึ้นยากอันดับต้นๆ แห่งหนึ่งในประเทศไทย ไม่ได้หมายความว่าทางขึ้นเขาลำบาก หรือยากนะครับ แต่หมายถึงกว่าจะจองแล้วได้ขึ้นเนี่ยยากมาก ทั้งนี้เพราะพื้นที่มีจำกัดและคนสนใจจะไปกันเยอะครับ ซึ่งเขาที่ว่าก็คือ เขาช้างเผือก นั่นเอง
เขาช้างเผือก ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี บนยอดเขามีลักษณะเป็นภูเขาหญ้า มีหินบ้างตามสันเขา การเดินทางไปยังยอดเขาช้างเผือกนั้น จะต้องติดต่อเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ เพื่อลงทะเบียนรายชื่อคนที่ขึ้นเขา ในแต่ละวันทางอุทยานฯ มีการจำกัดคนบนเขาไว้ที่ 60 คน เพราะพื้นที่กางเต็นท์บริเวณยอดเขามีพื้นที่จำกัด ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวจะนิยมมาแบบ 2 วัน 1 คืน ปกติช่วงที่เปิดให้ขึ้นจะอยู่ระหว่างเดือนพฤศจิกายนไปจนถึงมกราคม ซึ่งปีนี้ยังไม่รู้ว่าจะเปิดหรือไม่ต้องลุ้นกันครับ



การเดินขึ้นสู่เขาช้างเผือกจะเริ่มจากบริเวณหลังหมู่บ้านอีต่อง ตำบลปิล๊อก อำเภอทองผาภูมิ เป็นระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร ใช้เวลา 4-5 ชั่วโมงในการเดินขึ้นไปจนถึงจุดกางเต็นท์ เดินช่วงแรกจะผ่านป่าโปร่งๆ เป็นเนินเขาเตี้ยบ้าง สูงบ้าง เป็นเนินทุ่งหญ้าที่มีวิวสวยๆ เป็นจุดที่เหมาะกับการถ่ายรูปมาก จากนั้นก็จะเป็นการเดินตามเชิงเขาบ้าง สันเขาบ้าง ช่วงนี้จะเป็นทุ่งหญ้าความสูงพอท่วมหัว แล้วจึงจะถึงจุดตั้งแคมป์



การเดินทางให้ถึงบริเวณยอดเขาช้างเผือก จะต้องเดินไปจากจุดตั้งแคมป์อีกประมาณ 500-600 เมตร และจะต้องผ่านจุดที่ถือเป็นไฮไลท์ของเขาช้างเผือก คือช่วงที่เรียกว่า “สันคมมีด” หรือ “สันวัดใจ” ที่ท้าทายผู้กล้าทั้งหลาย เพราะจะเป็นช่วงสันเขาบางๆ แคบๆ ช่วงนี้สันเขาจะมีก้อนหินใหญ่บ้างเล็กบ้าง ต้องเดินแถวเรียงเดี่ยวปีนผาหินขึ้นไป ถึงจะเป็นผาไม่สูงมาก แต่ก็ทำเอาหลายคนใจสั่น หน้ามืด ถึงกับก้าวขากันไม่ออก หรือบางคนถึงกับยอมถอดใจไม่ขึ้นไปเลยทีเดียว เพราะเป็นการปีนอยู่บนยอดสันเขาเปิดโล่ง ทั้งสองข้างเป็นไหล่เขาลาดลึกลงไปเป็นเหว ทางเดินสอบแคบขนาดไม่เกินเมตร ทำให้รู้สึกเหมือนเดินอยู่บนคมมีด ที่น่าหวาดเสียว เรียกได้ว่าพลาดไม่ได้แม้แต่ก้าวเดียว แม้จะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลอยู่ใกล้ๆ และมีเชือกให้คอยจับพยุงตัวขึ้นไปยังยอดเขา บางคนถึงกับเสียน้ำตา และอีกหลายคนยอมที่จะคลานไปตามพื้นสันเขาที่กว้างไม่ถึงเมตรนี้ เพื่อไม่ให้มองเห็นความลึกของเหวสองข้างทาง
อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันนี้ การปีนสันคมมีด ทำได้ง่ายขึ้นมากแล้ว เพราะว่าทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการขึงเชือกให้นักท่องเที่ยวสามารถปีนขึ้นไปได้ง่ายขึ้น



เมื่อพ้นช่วงสันคมมีด จะเป็นเนินเขาที่ให้เดินต่อไปจนถึงจุดสูงสุดของเขาช้างเผือก ที่ความสูง 1,249 เมตร จากระดับน้ำทะเล จุดนี้จะเป็นจุดที่สามารถเห็นวิวได้รอบตัวแบบ 360 องศา ไม่มีต้นไม้ใหญ่บดบังทิวทัศน์ ใครที่ได้มาถึงจุดนี้แล้วล่ะก็ อย่าลืมถ่ายรูปคู่กับป้ายพิชิตยอดเขา เพื่อเป็นที่ระลึกว่าได้ผ่านการทดสอบการเดินทางสู่เขาช้างเผือก สันคมมีด มาแล้ว
การเดินทางขึ้นเขาช้างเผือก ต้องใช้เวลาเกือบครึ่งวัน จึงไม่สามารถเดินทางแบบเช้าไปเย็นกลับได้ บนเขาไม่มีร้านค้า ร้านอาหาร หรือที่พัก นักท่องเที่ยวต้องนำเสบียงอาหารไปทำกินเอง โดยจ้างลูกหาบขนสัมภาระขึ้นไปตั้งแคมป์ค้างคืนบนยอดเขา และควรเตรียมอาหารระหว่างทาง และน้ำดื่มให้เพียงพอด้วย นอกจากนี้ บนเขายังไม่มีแหล่งน้ำดื่มน้ำใช้ด้วย



ค่าใช้จ่าย
1. ค่าลูกหาบอยู่ที่ 700-900 บาทต่อคน จำกัดน้ำหนักที่ 30 กิโลกรัม ต่อลูกหาบ 1 คน
2. ค่าที่พัก หนึ่งคืนจะตกอยู่ไม่เกิน 700 บาทครับ ค่าเต็นท์และถุงนอน ถ้าไม่ได้เตรียมมาก็ไปเช่าเอาได้ รวมกันไม่เกิน 300 บาท
3. ค่ารถ บขส.ประมาณ 200 บาท
รวมค่าใช้จ่ายต่อหัวในการมาเที่ยวเขาช้างเผือก 3 คืน 2 วัน จะตกหัวละประมาณ 1,500-2,000 บาท



อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม
1. เต็นท์ ถุงนอน แผ่นปูนอน
2. เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว(ยีนส์) เพราะเดินฝ่าดงหญ้าจะได้ไม่คันและบาดตัว ยังมีหมวกปิดหัวคอ รองเท้าผ้าใบ รองเท้าแตะ (ไม่ค่อยได้ใช้)
ที่มา – แบกกล้องเที่ยว
www.baagklong.com
www.facebook.com/baagklong