ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
04 มิถุนายน 2560 เวลา 10:37 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/dhamma/497633

โดย…กรกิจ ดิษฐาน
มุขปาฐะคำพระเถระท่านว่า สุวรรณภูมินี้มี 2 เมือง เมืองหนึ่งเบื้องอุดร เรียกว่า ทวารวดี มีนครอยู่นครปฐมทุกวันนี้ อีกเมืองหนึ่งอยู่เบื้องปัจจิม เรียกว่า สุธรรมวดี มีนครชื่อสุธรรม
นครสุธรรม คือ เมืองสะเทิม รัฐมอญ ประเทศเมียนมา ทุกวันนี้
ตะโท่ง หรือสะเทิม เป็นเมืองสามแพร่งบนทางหลวงหมายเลข 8 ปัจจุบันเป็นเมืองเล็กๆ ทว่า แต่เดิมนั้นเคยยิ่งใหญ่ เป็นเมืองหลวงของอาณาจักรมอญโบราณ หรืออาณาจักรสุธรรมวดี (อาณาจักรสะเทิม) เคยเป็นเมืองท่าติดทะเล แต่วันนี้แผ่นดินงอกจนสะเทิมห่างจากทะเลประมาณ 16 กิโลเมตร
คนมอญคนเมียนมาเชื่อว่า พระโสณะ พระอุตตระนำพระศาสนามาประกาศที่สุวรรณภูมิ ณ เมืองสะเทิมแห่งนี้ จึงเชื่อถือกันว่า สะเทิม คือ สุวรรณภูมิที่แท้จริง และพุทธศาสนาก็รุ่งเรืองอย่างมาก แต่เมืองนี้สูญสิ้นไปเมื่อพระเจ้าอนิรุธแห่งพุกาม ยกทัพมาตีแล้วอัญเชิญพระไตรปิฎก 30 ชุด พระสงฆ์รู้ธรรม 1,000 รูป กับพระบรมธาตุ แล้วจับพระเจ้ามนูหะ กษัตริย์องค์สุดท้ายของอาณาจักรสะเทิมไปอยู่ด้วยกันที่พุกาม
จารึกกัลยาณี ระบุว่า ตัวเมืองหลวงเดิมอยู่ตีนเขาเกละสะ ซึ่งยังไม่สรุปว่าจริงหรือไม่ แต่ชาวบ้านเล่ากันว่าดวงพระวิญญาณของพระเจ้ามนูหะสถิตอยู่ ในเขตปลายทางใต้เมืองสะเทิมมีพระเจดีย์ชเวซายันเป็นมิ่งขวัญ บรรจุพระทันตธาตุของพระพุทธเจ้าทั้ง 4 ในกัลป์นี้ รวมถึงองค์ที่พระควัมปตินำมาจากลังกา วันดีคืนดีพระธาตุจะแสดงปาฏิหาริย์ให้ประจักษ์
ตำนานกล่าวว่า เมื่อพระเจ้าอนิรุธอัญเชิญพระธาตุไปพุกาม เทพยดากริ้วเป็นกำลัง บันดาลให้พระองค์สะดุดชายผ้าทรงพระมเหสีล้มลง จนพระสติวิปลาส
ตัวพระเจดีย์ชเวซายันบูรณะเป็นทรงแบบใหม่ (ซึ่งไม่ได้หมายความว่าเพิ่งสร้างแต่ใหม่กว่าของโบราณนิดหน่อย) แต่เดิมคาดว่าแบบมอญโบราณเหมือนเจดียสถานเมืองนครปฐม ในเขตวัดทางเบื้องตะวันออกยังมีพระเจดีย์ตะจะพยา ตั้งบนฐานสี่เหลี่ยมสามชั้นแบบโบราณสมัยศตวรรษที่ 7-11 รอบลานประทักษิณมีศิลาจำหลักรูปพระเจ้าสิบชาติ เป็นศิลปะมอญโบราณหาชมได้ยาก บัดนี้เหลือไม่กี่ชิ้นแถมยังถูกล้างด้วยน้ำปูนจนมองไม่ชัด ใกล้กับตะจะพยามีสระน้ำขนาดสนามวอลเลย์บอล กรุด้วยก้อนศิลาแลงขนาดมหึมาประมาณการจากสายตาว่าลึกเท่าคนสองคนต่อกัน
เบื้องทิศเหนือมีเจดีย์ชื่อปิฏะกะไต้ หรือหอไตร สร้างเป็นทรงเดียวกับเจดีย์ตะจะพยา แต่ขนาดย่อมลงมา มีคูหาสี่ทิศประดิษฐานพระพุทธรูป ทั้งปิฏะกะไต้ และตะจะพยา สร้างด้วยศิลาแลงแต่มาโบกปูนในภายหลัง แม้แต่เจดีย์ชเวซายันก็สร้างบนโครงศิลาแลง อันเป็นแบบอย่างสถาปัตยกรรมยุคอาณาจักรสะเทิม ในเขตวัดมีเศษศิลาแลงจำนวนมากเหลืออยู่แต่ไม่ทราบว่าเป็นอะไร แต่คาดว่าฐานของพระอารามทั้งหมดน่าจะปูด้วยแลง (ปัจจุบันอาคารในหัวเมืองมอญจนถึงหงสาวดีก็ยังใช้ศิลาแลงในการตั้งฐาน)
เบื้องตะวันตกมีเจดีย์โบราณ 2 องค์ทรงไข่แบบพุกามหนึ่งองค์ มีโรงเก็บของเก็บรักษาศิลาจารึก กับประติมากรรมสมัยศตวรรษที่ 11 ลงมามีพระพุทธศิลารูปงดงามมาก ยังมีพิพิธภัณฑ์เก็บพระดินเผาที่พบในสะเทิมอีกจำนวนหนึ่งทางทิศใต้นอกกำแพงวัด มีกัลยาณีสีมา หรือสีมาที่ถูกต้องซึ่งสถาปนาโดยพระเจ้าธรรมเจดีย์ ในหงสาวดีมีแห่งหนึ่ง (เป็นต้นเค้านิกายธรรมยุตในไทย) ในเขตกัลยาณีสีมา มีสีมามอญ
โบราณทำจากหินทรายปักไว้รอบสีมาสลักลายสวยงาม มีรูปเทพเจ้าและชาดก เป็นต้น แต่ทางวัดห่อลูกกรงไว้ทำให้ถ่ายภาพได้ยาก สีมาเหล่านี้มีความสำคัญมากเพราะหาชมได้ยาก แต่ชำรุดเสียหาย มีองค์หนึ่งถูกระเบิดช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 พังย่อยยับ หากจะชมที่สมบูรณ์ต้องไปชมที่ถ้ำเกาะกูน เมืองพะอัน ซึ่งล้อมกรงแน่นหนายิ่งกว่านี้อีก
ด้านในโถงของกัลยาณีสีมา ผมสังเกตเห็นพระนั่งองค์หนึ่งทรงเครื่องแปลกตา ดูเผินๆ เหมือนพระทรงเครื่องรุ่นใหม่แบบไทย ในใจคิดว่าน่าจะเป็นมอญที่ทำงานเมืองไทยสั่งทำเข้ามาประดิษฐานไว้ ครั้นกลับเข้าไปที่ลานพระชเวซายัน เห็นแม่ค้าขายโปสต์การ์ดรูปพระรูปเจ้า เห็นรูปถ่ายพระองค์นี้พร้อมคำบรรยาย จึงถึงบางอ้อว่านี่เป็นรูปแทนองค์พระเจ้ามนูหะ
เป็นอีกหนึ่งหลักฐานย้ำเตือนว่าคนมอญยังไม่ลืมพระเจ้ามนูหะผู้ครองเมืองนี้ แม้บางคนจะเชื่อว่าดวงพระวิญญาณไปสถิตอยู่ที่เขาเกละสะ ทางเหนือเมืองสะเทิมขึ้นไป
อนึ่ง พระเจ้าธรรมเจดีย์ แห่งหงสาวดี ผู้สร้างกัลยาณีสีมาก็ทรงเป็นมอญ แต่คนละวงศ์กัน
โดยรอบชเวซายัน ยังมีเจดีย์โบราณอีกจำนวนหนึ่งแต่ถูกบูรณะหมดแล้วเหลือแต่โครงร่างแบบโบราณ มีรูปพระสำริดที่วัดสัทธรรมโชติกะ เป็นรูปพระไม่กี่รูปที่เหลืออยู่ ส่วนใหญ่ถูกขนย้ายไปเมืองพุกามคราวสะเทิมถูกตีแตกเมื่อพันกว่าปีก่อน เสียแต่พระองค์สำคัญคือ พระชินะมานอ่อง พระทองคำประจำพระเจ้ากรุงสะเทิมรอดพ้นไปได้ โดยพุทธญาณฤษี ราชครูของพระเจ้ามนูหะ อุ้มหนีออกไปซ่อนที่ถ้ำยะแตเปียง (ถ้ำฤษี) เมืองพะอัน
เมืองสะเทิมนี้มีความสำคัญทางพุทธศาสนามาก เป็นทั้งที่ขึ้นฝั่งของพระโสณุตตระ เป็นที่ขึ้นฝั่งของพระพุทธโฆษะชาวมอญ ผู้นำคัมภีร์กัจจายนะปกรณ์จากลังกา เมื่อศตวรรษที่ 6 (ปัจจุบันเมียนมาก็ยังเก่งเรื่องบาลีไวยากรณ์มาก) เป็นที่เก็บรักษาพระไตรปิฎก ก่อนจะถูกขนย้ายไปพุกาม จนพุทธศาสนาไปจำเริญที่นั่น ทุกวันนี้ พระชเวซายันยังคงเป็นมิ่งขวัญของคนท้องถิ่น คนที่นี่เชื่อถือกันมากว่าพระธาตุยังแสดงปาฏิหาริย์อยู่เนืองๆ
ก่อนจะจากพระชเวซายันวันนั้น ยังมีครอบครัวมอญนำเครื่องสักการะมานบไหว้ จุดที่เชื่อกันว่าพระผู้มีพระภาคเคยเสด็จมาประทับ คราวมาโปรดเมืองสะเทิม ณ จุดนั้นอนุชนรุ่นต่อๆ มายังสร้างเสาและรั้วล้อมศิลาแลงเป็นหมุดหมายอยู่