“เครือสหพัฒน์” ร่วมใจประกาศเจตนารมณ์สานพลังประชารัฐ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ข่าวประชาสัมพันธ์ 26 มิ.ย. 2560 13:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/984225

หลังจากรัฐบาลประกาศนโยบายขับเคลื่อนประเทศด้วยยุทธศาสตร์ประชารัฐ โดยสานพลังความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อร่วมแรงร่วมใจกันพัฒนาประเทศให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน เครือสหพัฒน์ ในฐานะองค์กรภาคเอกชนที่ต้องการเห็นประเทศไทยเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น จึงได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนประเทศ ด้วยการสนับสนุนให้บริษัทในเครือจัดทำโครงการประชารัฐ ทั้งการยกระดับคุณภาพวิชาชีพ (E2) และประชารัฐเพื่อสังคม (E6) ซึ่งปัจจุบันมีโครงการที่ดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมและประสบความสำเร็จแล้วหลายโครงการ

“ในโอกาสการจัดงาน สหกรุ๊ปแฟร์ ครั้งที่ 21 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน-2 กรกฎาคมนี้ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายใต้สโลแกน คนดี สินค้าดี สังคมดี = ไทยแลนด์เบสต์ เครือสหพัฒน์จึงได้นำโครงการประชารัฐมาจัดแสดงในงานนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้มาศึกษาวิธีคิดและรายละเอียดการดำเนินงาน ซึ่งอาจจะเป็นแรงบันดาลใจให้นำไปต่อยอดเพื่อพัฒนาชุมชนของตนเองเข้มแข็งได้” นายบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์ กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการนำโครงการประชารัฐไปเป็นไฮไลต์หนึ่งในงานสหกรุ๊ปแฟร์ปีนี้

นายบุณยสิทธิ์ ได้กล่าวถึงโครงการประชารัฐที่บริษัทต่างๆ ในเครือสหพัฒน์ได้ดำเนินการจนประสบความสำเร็จ อาทิ สถานศึกษาต้นแบบทวิภาคี สานพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นการยกระดับคุณภาพวิชาชีพอาชีวศึกษาที่ บมจ.ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล ทำขึ้นโดยร่วมกับ วิทยาลัยพณิชยการธนบุรีพัฒนาหลักสูตรและองค์ความรู้ของผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษาในหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง สาขาการตลาด เพื่อยกระดับคุณภาพวิชาชีพและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาให้สอดรับกับความต้องการของประเทศและยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ตามนโยบายรัฐบาลที่จะนำประเทศไทยก้าวสู่ Thailand 4.0 เป้าหมายของโครงการนี้คือทำให้ผู้เรียนได้เรียนรู้และสัมผัสประสบการณ์การทำงานจริง ซึ่งจะก่อให้เกิดความชำนาญเฉพาะด้าน รวมถึงเป็นการเตรียมบุคลากรที่มีคุณภาพที่ตรงกับความต้องการขององค์กร รองรับการขาดแคลนแรงงานในอนาคต และยังเป็นการวางแผนกำลังคนอย่างเป็นระบบของไอ.ซี.ซี.ด้วย

นอกจากนี้ ยังมีการจัดทำโครงการประชารัฐเพื่อสังคม เกษตรพอเพียง ดร.เทียม โชควัฒนา จังหวัดลำพูน ซึ่ง บมจ.สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จัดทำขึ้นเพื่อสร้างอาชีพและพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุให้สามารถประกอบอาชีพที่เหมาะสมกับสภาวะสุขภาพ และใช้โครงการนี้เป็นศูนย์การเรียนรู้ให้ผู้สนใจได้เข้ามาศึกษาดูงานเรื่องการทำเกษตร

“เราได้พัฒนาพื้นที่ขึ้นในโครงการเครือสหพัฒน์ จ.ลำพูน ใช้หลักเกษตรพอเพียงเป็นแนวทาง และให้ผู้สูงอายุในชุมชนนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้ในการดำเนินงาน ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการร่วมมือกับกลุ่มโรงเรียนเครือข่ายพัฒนาคุณภาพการศึกษา อ.เมืองลำพูนที่ 3 ดำเนินกิจกรรมวิถีเพียงพอบนเกษตรพอเพียง และจัดกิจกรรม 5 ปีวิถีพอเพียงโดยได้รับความร่วมมือจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ชุมชนใน จ.ลำพูน มาร่วมออกร้าน นอกจากนี้ ยังได้เปิดร้านค้าเป็นศูนย์กลางในการรับสินค้ามาวางจำหน่าย อีกทั้งทำการตลาดเชิงรุกโดยร่วมออกร้านในงานต่างๆ ของชุมชนเพื่อให้สินค้าเป็นที่รู้จัก และมีแผนการตลาดผ่านช่องทางการขายของเครือสหพัฒน์เพื่อให้สินค้าเข้าสู่ตลาดอย่างเป็นระบบ ซึ่งในระยะยาว โครงการจะมุ่งก้าวสู่การเป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านเกษตรที่อยู่ร่วมกับอุตสาหกรรม โดยใช้แนวทางการดำเนินงานที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตชุมชนท้องถิ่นโดยเฉพาะสังคมของเด็กปฐมวัยและผู้สูงอายุ” นายบุณยสิทธิ์ กล่าว

อีกหนึ่งโครงการประชารัฐเพื่อสังคมที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพของคนไทยคือ 80/28 Oral Health Promotion and Prevention ซึ่งเป็นความริเริ่มของ บจ.ไลอ้อน (ประเทศไทย) โดยได้รับความร่วมมือจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด โรงพยาบาลประจำจังหวัด เทศบาล และศูนย์พัฒนา มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างและป้องกันสุขภาวะช่องปากของคนไทยภายใต้แนวคิด 80/28 ซึ่งหมายถึงเมื่ออายุ 80 ปี หากมีฟันแท้ 28 ซี่ จะทานอาหารได้หลากหลายและได้สารอาหารครบถ้วนต่อร่างกายเพื่อการมีชีวิตที่สมบูรณ์และยั่งยืนจวบจนวันสุดท้าย การที่จะทำให้แนวคิด 80/28 เป็นจริงได้นั้นจะต้องปลูกฝังนิสัยการดูแลสุขภาพช่องปากในทุกช่วงวัย โครงการจึงได้จัดกิจกรรมสำหรับทุกช่วงวัยตั้งแต่ยังเป็นทารกในครรภ์ เด็กเล็กวัยก่อนเข้าเรียน เด็กวัยเรียน ผู้ใหญ่และสูงอายุ เพื่อปรับพฤติกรรมในการดูแลสุขภาพช่องปากของตัวเองอย่างถูกวิธี ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นของการมีสุขภาพร่างกายที่ดีของทุกคน ดังคำว่าสุขภาพดีเริ่มที่ปาก และเมื่อสุขภาพช่องปากดีแล้วจะทำให้การพบแพทย์ลดลง ลดการพึ่งยา ลดค่าใช้จ่ายในการรักษา ลดความแออัดของโรงพยาบาล และลดภาระของรัฐบาลได้ด้วย

นอกจาก 3 โครงการข้างต้นแล้ว ยังมีโครงการประชารัฐภายใต้การดำเนินงานของบริษัทในเครือสหพัฒน์อีกหลายโครงการที่มีความหลากหลาย รองรับกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกัน ทั้งโครงการที่ส่งเสริมทางด้านการศึกษาอย่าง ทบทวนความรู้สู่มหาวิทยาลัยกับสหพัฒน์ ที่ บมจ.สหพัฒนพิบูล ได้จัดทำขึ้นเพื่อให้นักเรียนทั่วทุกภาคมีโอกาสทางการศึกษาเท่าเทียมกัน โดยสามารถมาร่วมทบทวนความรู้จากคณาจารย์ที่มีชื่อเสียงโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย, ประชารัฐขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงภาษาอังกฤษ ของ บมจ.บูติคนิวซิตี้ ที่ให้เยาวชนไทยได้ศึกษาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่จัดทำเป็นภาษาอังกฤษ และ Science on Mobile จาก บมจ.เอส แอนด์ เจ อินเตอร์เนชั่นแนล เอนเตอร์ไพรส์ ที่ได้พัฒนารูปแบบการเรียนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์แก่เยาวชนระดับมัธยมศึกษาให้สามารถเตรียมความพร้อมเพื่อศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา

นอกจากนี้ ยังมีโครงการประชารัฐที่สามารถนำไปต่อยอดประกอบอาชีพในอนาคตได้ เช่น OCC สานพลังประชารัฐ พัฒนาความรู้ สู่เส้นทางสายวิชาชีพ จาก บมจ.โอซีซี ที่สนับสนุนให้เยาวชนมีทักษะในการแต่งหน้า, สีสันแห่งชีวิตใหม่ ผู้หญิงคิดบวก ของ บจ.อินเตอร์เนชั่นแนล แลบบอราทอรีส์ เพื่อให้ผู้ต้องขังเรียนรู้เรื่องการแต่งหน้าที่สามารถนำไปเป็นอาชีพเมื่อพ้นโทษ, ร้านค้าชุมชนคนพิการ โดย บมจ.ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ เพื่อช่วยเหลือผู้พิการให้มีอาชีพเลี้ยงตนเองได้ รวมทั้ง สอนถ่ายภาพสำหรับเยาวชน จาก บจ.ธานรา, สอนเย็บถุงผ้ามูลนิธิพระดาบสช่วยลดโลกร้อน จาก บมจ.ธนูลักษณ์ และ การเรียนการสอนอาชีพในสถานประกอบการ จาก บจ.ไลอ้อน (ประเทศไทย)

ยังมีโครงการที่ส่งเสริมสุขภาพอย่าง ประชารัฐร่วมใจ ต้านภัยมะเร็งเต้านมเพื่อชุมชน ของ บมจ.ไทยวาโก้ ที่รณรงค์ให้ผู้หญิงป้องกันตัวเองให้ห่างไกลจากมะเร็งเต้านม ประชารัฐเกษตรอินทรีย์ จาก บจ.ไลอ้อน (ประเทศไทย) ที่สนับสนุนให้พนักงานมีสุขภาพแข็งแรงด้วยการทานผักปลอดสารพิษ รวมทั้งโครงการที่ส่งเสริมความปลอดภัยในการขับขี่กับ ส่งเสริมการสวมหมวกนิรภัย 100% (ห่วงใครให้ใส่หมวก) จาก บจ.เอสอาร์.ดับบลิว.การ์เมนท์ ร่วมกับ บมจ. เอส แอนด์ เจ อินเตอร์เนชั่นแนล เอนเตอร์ไพรส์ 

“โครงการประชารัฐทั้ง 15 โครงการนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่เครือสหพัฒน์ได้จัดทำขึ้น เรายังคงมุ่งมั่นที่จะร่วมพลังกับภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อเปลี่ยนแปลงและพัฒนาประเทศให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน มีอีกหลายโครงการที่กำลังริเริ่มดำเนินการ รวมทั้งจะมีการต่อยอดและขยายผลเพิ่มเติมสำหรับโครงการที่ทำอยู่ในปัจจุบัน นอกจากนี้ เรายังหวังว่าการนำโครงการเหล่านี้มาจัดแสดงในงานสหกรุ๊ปแฟร์จะเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นเกิดแนวคิดในการสร้างสรรค์โครงการที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศเพิ่มขึ้นด้วย” นายบุณยสิทธิ์ กล่าวทิ้งท้าย

 

Leave a comment