ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ 25 ธ.ค. 2559 05:01
อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/820398

“ชัยชนะของประเทศนี้ โดยงานของมูลนิธิชัยพัฒนานั้นก็คือ ความสงบ…เป็นเมืองไทยที่มีความเจริญก้าวหน้า จนเป็นชัยชนะของการพัฒนาตามที่ได้ตั้งชื่อมูลนิธิชัยพัฒนา ชัยของการพัฒนานี้มีจุดประสงค์ คือ ความสงบ ความเจริญ ความอยู่ดีกินดี”
(พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช วันที่ 4 ธันวาคม 2537)
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระมหากรุณาธิคุณต่อปวงชนชาวไทยอย่างหาที่สุดมิได้ ตลอดช่วงระยะเวลาที่ทรงครองราชย์ ได้พระราชทานพระราชดำริอันก่อให้เกิดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริมากกว่าสี่พันโครงการ มีทั้งโครงการพัฒนาด้านแหล่งน้ำ โครงการพัฒนาด้านการเกษตร โครงการพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อม โครงการพัฒนาด้านส่งเสริมอาชีพ โครงการพัฒนาด้านสาธารณสุข โครงการพัฒนาด้านคมนาคมและสื่อสาร สวัสดิการสังคมและการศึกษา โครงการพัฒนาแบบบูรณาการและอื่นๆ


พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานพระราชดำริให้จัดตั้ง “มูลนิธิชัยพัฒนา” ได้จดทะเบียนจัดตั้งเป็นมูลนิธิเมื่อปี พ.ศ.2531 โดยทรงดำรงตำแหน่งเป็นนายกกิตติมศักดิ์ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นองค์ประธาน เพื่อสนับสนุนช่วยเหลือประชาชนในลักษณะของการดำเนินงานพัฒนาต่างๆ ในกรณีที่ต้องถูกจำกัดด้วยเงื่อนไขของกฎเกณฑ์ ระเบียบ หรืองบประมาณที่ระบบราชการไม่สามารถดำเนินการได้ทันที จนเป็นเหตุให้การแก้ไขไม่สอดคล้อง หรือทันกับสถานการณ์ที่จำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องกระทำโดยเร็ว
การที่มูลนิธิชัยพัฒนาเข้ามาดำเนินการเช่นนี้ ส่งผลให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง และรวดเร็ว โดยไม่ตก อยู่ภายใต้ข้อจำกัดใดๆ

เมื่อต้นเดือนธันวาคมนี้ ผมได้มอบหมายให้ คุณยอดมนู ภมรมนตรี และทีมงานรายการครอบจักรวาล ไปถ่าย ทำรายการที่ โครงการสวนสมเด็จพระ ศรีนครินทราบรมราชชนนี ตำบลสามพระยา อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี โดยมี คุณณัฐพงศ์ ลาภมี ผู้จัดการโครงการสวนสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เป็นผู้นำชมและให้ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการ
โครงการสวนสมเด็จพระศรีนคริน ทราบรมราชชนนี ที่อำเภอชะอำ เป็นโครง การอันเนื่องมาจากพระราชดำริโครงการหนึ่ง ซึ่งอยู่ในความดูแลของมูลนิธิชัยพัฒนา คุณณัฐพงศ์เล่าถึง ประวัติความเป็นมาของโครงการแห่งนี้ว่า พื้นที่ตั้งโครงการเดิมเคยมีความอุดมสมบูรณ์ แต่ถูกแผ้วถางพื้นที่ และทำการเกษตรเชิงเดี่ยวต่อเนื่องหลายปี จนที่ดินที่เคยมีความอุดมสมบูรณ์กลับเสื่อมโทรม ประกอบอาชีพเกษตรไม่ค่อยได้ผล เรียกว่าเป็นพื้นที่ที่คุณภาพดินแย่ที่สุดในประเทศไทยก็ว่าได้ เกษตรกรจึงทูลเกล้าฯ ถวายที่ดินแด่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี จำนวนสามแปลง รวมเนื้อที่ประมาณ 340 ไร่ แปลงที่หนึ่งเป็นชื่อในพระนามาภิไธยสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี แปลงที่สองพระราชทาน ให้หม่อมเจ้าลุอิสาณ์ ดิศกุล แปลงที่สามพระราชทานให้ท่านผู้หญิงทัศนาวลัย ศรสงคราม ในเวลาต่อมา หม่อมเจ้าลุอิสาณ์ ดิศกุล และท่านผู้หญิงทัศนาวลัย ศรสงคราม ได้น้อมเกล้าฯ ถวายที่ดินแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และพระองค์ท่านพระราชทานให้มูลนิธิชัยพัฒนา

เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2528 พระองค์ท่านได้พระราชทานแนวพระราชดำริให้พัฒนาพื้นที่บริเวณนี้ เป็นศูนย์ศึกษาการพัฒนาด้านการเกษตรที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม กรมชลประทาน การสร้างเรือนเพาะชำกล้าไม้ และกิจกรรมอื่นๆ ตามความเป็นจริงเสมือนพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต การดำเนินงานระยะแรกตั้งแต่ปี พ.ศ.2530 ถึงเดือนกันยายน พ.ศ.2548 ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราช ดำริ และกรมวิชาการเกษตรร่วมพัฒนาสนองแนวพระราชดำริ และตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2548 ถึงปัจจุบัน มูลนิธิชัยพัฒนา ได้ดำเนินการสนองพระราชดำริสนับสนุนงบประมาณและบริหารจัดการ โดยมีศูนย์ศึกษาพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริและกรมวิชาการเกษตรเป็นที่ปรึกษา
ภายในบริเวณโครงการ มีการศึกษาทดลองรูปแบบการปลูกพืชต่างๆ ที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ อาทิ ระบบการปลูกพืชโดยมีผลไม้เป็นหลัก การทำการเกษตรแบบยั่งยืน ทฤษฎีใหม่ขั้นที่ 1 หรือเกษตรทฤษฎีใหม่ วนเกษตร และการลดการใช้สารเคมี เน้นการปลูกพืชผักอินทรีย์ ผลิตน้ำส้มควันไม้ใช้กำจัดแมลงศัตรูพืช จัดทำแปลงรวบรวมพันธุ์ไม้หายาก พันธุ์ไม้หอมเฉลิมพระเกียรติ สวนนานา พฤกษสมุนไพร รวบรวมพันธุ์สมุนไพรมากกว่า 300 ชนิด นำพืชสมุนไพรมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ การแปรรูปผลิตผลทางการเกษตรเพื่อจำหน่าย เป็นการพลิกฟื้นผืนดินที่แห้งแล้ง เสื่อมคุณภาพ ให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง


จึงเป็นสถานที่ที่น่าสนใจ เป็นแหล่งเรียนรู้ที่อุดมไปด้วยความรู้หลากหลาย เป็นสถานที่สำหรับฝึกอบรม ศึกษาดูงาน และเป็นศูนย์บริการทางวิชาการเกษตรสำหรับเกษตรกร นักเรียน นิสิต นักศึกษา และผู้สนใจ
กิจกรรมในโครงการแห่งนี้มีมากมายหลายอย่างจริงๆ ไม่สามารถสาธยายได้หมด ต้องไปดูไปฟังด้วยตัวเอง แล้วท่านจะได้รับความรู้ซึ่งสามารถนำมาใช้เป็นแนวทางในการประกอบอาชีพและการดำรงชีวิตได้ หากได้ไปเห็นด้วยตาตนเองแล้วท่านอาจจะนึกภาพไม่ออกว่าเมื่อสามสิบกว่าปีก่อนหน้านี้พื้นที่ตรงนี้เคยแห้งแล้งเพียงใด กว่าจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลง พัฒนาให้มีความอุดมสมบูรณ์อย่างในปัจจุบัน ถ้าจะเล่าถึงความแห้งแล้งและความเสื่อมโทรมของดิน ก็ขอยกตัวอย่างต้นมะม่วงที่ถูกตัดแต่งกิ่งแล้วยืนต้นตาย ซึ่งปัจจุบันทางโครงการยังปล่อยให้อยู่ในสภาพนั้นไม่ได้ขุดออกทิ้ง เพื่อเอาไว้เป็นที่ระลึกให้เห็นว่าครั้งหนึ่งที่ดินตรงนี้เสื่อมสภาพมากจริงๆ โดยปกติแล้วต้นมะม่วงที่ปลูกไว้ทั่วไปหากตัดแต่งกิ่ง หลังจากนั้นก็จะแตกกิ่งแตกใบใหม่เจริญเติบโตต่อไป แต่มะม่วงต้นนั้นถูกตัดแต่งกิ่งแล้วหยุดการเจริญเติบโตแห้งตายไปเลย


สวนสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี อยู่ที่หมู่ 6 ตำบลสามพระยา อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี อยู่ใกล้กับศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ระยะทางจากกรุงเทพฯ ถึงโครงการสวนสมเด็จพระศรีนคริน ทราบรมราชชนนี ประมาณ 177 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง ประมาณสองชั่วโมง
นักท่องเที่ยวหรือผู้สนใจสามารถเข้าไปชมโครงการได้ หากจะไปเป็นหมู่คณะ ควรติดต่อนัดหมายล่วงหน้าเพื่อขอวิทยากรนำชม โดยติดต่อที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-3259-3100 หากไปเป็นครอบครัวหรือกลุ่มเล็กๆ สามารถเข้าชมเอง เพราะทางโครงการได้จัดทำป้ายแสดงรายละเอียดตามฐานกิจกรรมต่างๆไว้ให้แล้ว
สุดท้ายนี้ ขออวยพรให้ทุกท่านมีความสุขในเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เดินทางปลอดภัย ความเจ็บอย่ารู้ได้ ความไข้อย่ารู้มี สวัสดีทุกยาม สง่างามทุกเมื่อ
…..สวัสดีปีใหม่ 2560.
ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์