ไปดูทุ่งคอสมอส…กอดวัฒนธรรมอีสาน มหัศจรรย์ผ้าขาวม้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 24 ธ.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/819625

“ผ้าขาวม้า” ความผูกพันอันยาวนานของคนอีสาน ที่เรียกผ้าผืนลายตารางสี่เหลี่ยมหลากสีของพวกเขาว่า “แพรอีโป้” ซึ่งสามารถนำไปใช้เป็นผ้าเตี่ยว ผ้านุ่ง ผ้าแพร ผ้าคาด เรียกว่าสารพัดประโยชน์จริงๆ

และเพราะความมหัศจรรย์นี้เองที่ทำให้ จิม ทอมป์สัน ผุดไอเดียเก๋ จัดกิจกรรมที่มีชื่อน่ารักฟังติดหูว่า “คักแท้แท้ แพรอีโป้ มหัศจรรย์ผ้าขาวม้า” ขึ้นที่ จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม นครราชสีมา โดยมี อาจารย์ท็อป ผศ.ยุทธพงศ์ มาตย์วิเศษ และ อาจารย์ทอม พหลไชย เปรมใจ นักวิชาการด้านวัฒนธรรมอีสานและสถาปนิกหมู่บ้านอีสาน ของจิม ทอมป์สัน เนรมิตผ้าขาวม้าให้เป็นของประดับตกแต่งในฟาร์ม เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงเริ่มต้นของฤดูหนาวนี้

คนที่คุ้นเคยกับจิม ทอมป์สัน ฟาร์ม อาจชินตากับทุ่งดอกไม้งามท่ามกลางขุนเขา แต่คราวนี้ต้องบอกว่า เขาใส่เสน่ห์ของวัฒนธรรมอีสานเข้าไปสลับกับความงดงามของทุ่งคอสมอสที่กำลังผลิดอกแรกแย้มรอรับนักท่องเที่ยว ให้ได้สัมผัสความเป็นอีสานแท้ๆ

ทันทีที่เข้าสู่อาณาจักรของจิม ทอมป์สัน ทุ่งคอสมอสกว้างสุดลูกหูลูกตาโบกมือทักทาย ตามด้วยรอยยิ้มของแปลงผักปลอดสารพิษ ที่ปลูกไว้เต็มพื้นที่ ว่าแล้วก็เริ่มต้นเช็กอินกันเลย รถบัสของฟาร์มที่ให้บริการเป็นรอบๆ พาสื่อมวลชนนับสิบชีวิตแล่นไปตามทางที่ล้อมรอบด้วยภูเขาและอากาศเย็นๆ พอสบายๆ เข้าสู่จุดที่สองของฟาร์ม ที่ตกแต่งเป็นกังหันลม ตั้งสลับรับลมเย็นจากภูเขา ถัดไปอีกนิดเป็นฟักทองยักษ์ ที่ต้องบอกว่ายักษ์สมชื่อจริงๆ เพราะลูกใหญ่มาก ถ้าเอาไปทำขนมหรือกับข้าวคงพอกินกันได้ทั้งหมู่บ้าน

เลยไปอีกนิด ตกแต่งเป็นเขาวงกตและซุ้มสาน และแน่นอนไม่ทิ้งคอนเซปต์ผ้าขาวม้า เพราะเขาใช้ผ้าขาวม้ามาตกแต่งให้เห็นความเป็นอีสาน แต่มองดีๆบางทีก็เหมือนอีสานในเมืองยุโรปเหมือนกัน เราเดินชมวิวแบบเพลินๆ สักพักก็ได้ยินเสียงเครื่องดนตรีอีสาน บรรเลงเพลงคึกคัก ที่คนอีสานบอกว่า คักแท้ๆ มีหนุ่มสาวแต่งกายด้วยคอสตูมผ้าขาวม้า เป็นทั้งผ้านุ่ง ผ้าพาด เว้าวอนเพลงอีสานพร้อมเต้นรำอย่างสนุกสนาน ทำเอาอดไม่ได้ต้องขยับแข้งขยับขาเซิ้งอีสานตามไปด้วย

เซิ้งไปสักพักก็ชักเริ่มเหนื่อย เลยแวะพักที่เรือนสาหร่ายจิบน้ำเย็นๆให้ชื่นใจ หน้าตาของเรือนสาหร่ายถ้าใครคิดภาพไม่ออกให้นึกถึงเรือนคำแก้วในนาคีที่เพิ่งปิดฉากไปหมาดๆ และไม่ใช่มีเรือนเดียว ภายในฟาร์มยังมีเรือนไทยเก่าแก่หลากหลายสไตล์ไว้อวดนักท่องเที่ยว เรือนไทยหลายหลังได้รับรางวัลอนุรักษ์ศิลปะ สถาปัตยกรรมดีเด่นด้วย เรียกว่าไม่ธรรมดาที่สำคัญเรือนไทยเหล่านี้เคยเป็นฉากสวยๆของละครฮิตหลายเรื่องที่เราคุ้นตากัน

หายเหนื่อยแล้วไปต่อกันที่ หมู่บ้านอีสาน ที่เราจะได้สัมผัสความเป็นอีสานอย่างแท้จริง ทั้งวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ และที่สำคัญเราจะได้เห็นเส้นทางของผ้าขาวม้า ที่กว่าจะเป็นผ้าให้เราได้สวมใส่ เคียนเอว พาดบ่า แต่ละผืนนั้นต้องผ่านกระบวนการไม่น้อยทีเดียว

ผ้าขาวม้าแต่ละผืน เริ่มต้นจากการเข็นฝ้าย ย้อมคราม ก่อนจะนำมาทอเป็นผืน ที่ต้องบอกว่า เป็นงานอีสานประณีต เพราะต้องใช้ทั้งศิลปะและความชำนาญในการย้อมและทอ ประมาณว่าเห็นความยากลำบากในการทอแล้ว ทำให้หลงรักผ้าขาวม้าขึ้นมาทันที

นอกจากการประดับตกแต่งสถานที่ที่สะท้อนศิลปวัฒนธรรมของชาวอีสานแล้ว ภายในฟาร์มยังจัดแสดงผลงานของศิลปิน “นาวิน ลาวัลย์ชัยกุล” ที่ถือเป็นไฮไลต์หนึ่งของเทศกาลนี้ ผลงานศิลปะที่นำมาจัดแสดงครั้งนี้ ใช้ชื่อว่า “หลงฟาร์ม” ซึ่งในการนำสื่อมวลชนเข้าชม นอกจากจะเสพอรรถรสงานศิลปะด้วยตาแล้ว ยังมีการเปิดเพลง “เพลงผ้าขาวม้า” ของ “ครูสุรินทร์ ภาคศิริ” ที่เล่าถึงประโยชน์สารพัดอย่างของผ้าขาวม้าให้เราได้ฟังด้วย ซึ่งนั่นก็คือสิ่งที่จะนำเราไปสู่ อุโมงค์ผ้าขาวม้าหลากสีสัน ที่อยู่ถัดไป

ภายในอุโมงค์ผ้าขาวม้า มีการสาธิตการทอผ้าไหม ที่ถือว่าเป็นสินค้าหลักที่เป็นเอกลักษณ์ของจิม ทอมป์สัน งานนี้เขาเปิดโอกาสให้ได้ลองทอผ้ากันด้วย ซึ่งขอบอกเลยว่าไม่ง่าย

จากอุโมงค์ผ้าขาวม้า ปิดทัวร์ฟาร์มกันด้วย ตลาดจิม ที่มีการนำสินค้าทั้งผักไฮโดรโปนิกส์, ผลไม้ปลอดสารพิษ, ไม้ดอกไม้กระถาง, ผ้าไหม, ผ้าฝ้าย, ผ้าขาวม้า ของตกแต่งและของที่ระลึกต่างๆ จากในฟาร์มมาให้เลือกสรร และแล้ว เราก็…ช็อปสิจ๊ะจะรออะไร…

เสียเงินกันถ้วนหน้า แต่ทุกคนยังดูอิ่มเอิบ อาจเป็นเพราะวัฒนธรรมม่วนหลายๆของความเป็นอีสาน ที่นานๆเราจะได้สัมผัสกันสักครั้ง งาน “คักแท้แท้ แพรอีโป้ มหัศจรรย์ผ้าขาวม้า” ที่ จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม ยังมีถึงปีหน้าวันที่ 8 มกราคม 2560 ใครว่างก็แวะเวียนกันไป แล้วจะรู้ว่า ผ้าขาวม้ากับคนอีสานผูกพันกันขนาดไหน รับรองว่าคุณจะคักๆ ฮักอีสานแน่นอน.

 

Leave a comment