ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 ก.ค. 2560 21:36
อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/992983

นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน อธิบดีกรมทางหลวงชนบท กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมาประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางพื้นที่ในบริเวณภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ดังนั้นเพื่อเป็นการรับมือกับสถานการณ์อุทกภัย กรมทางหลวงชนบทได้สั่งการให้สำนักงานทางหลวงชนบท แขวงทางหลวงชนบท รวมทั้ง หมวดบำรุงทางหลวงชนบทในสังกัดทั่วประเทศ ดำเนินการทำความสะอาดช่องทางระบายน้ำ ตัดหญ้า กิ่งไม้ ที่อาจล้มทับกีดขวางเส้นทางจราจร รวมทั้งกำจัดวัชพืชที่ขวางทางระบายน้ำ ท่อลอด สะพาน
ตลอดจนให้ทบทวนแนวทางการรับมือกับสถานการณ์อุทกภัย 3 ระยะ คือ ก่อนเกิดเหตุได้สั่งการให้ทุกหน่วยเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร เครื่องมือ เครื่องจักร วัสดุ อุปกรณ์ สะพานเบลีย์ พร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีเมื่อเกิดภัย รวมทั้งจัดเตรียมป้ายเตือน ป้ายแนะนำเส้นทางเลี่ยง เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนกรณีมีน้ำท่วมสูง ถนนขาด สะพานขาดไม่สามารถสัญจรไปมาได้ และขณะเกิดภัยให้ทุกหน่วยบริหารจัดการเส้นทาง โดยจัดหาทางเลี่ยงกรณีเส้นทางหลักไม่สามารถสัญจรผ่านได้ พร้อมทั้งบูรณาการกับหน่วยงานในพื้นที่ในการให้ความช่วยเหลือประชาชนทันทีเมื่อได้รับการร้องขอ กรณีถนน สะพานขาด ให้ดำเนินการซ่อมแซมเบื้องต้นเพื่อให้ใช้เส้นทางสัญจรไปมาได้ชั่วคราว เช่น วางสะพานเบลีย์ ถมดินคอสะพาน พร้อมทั้งรายงานข้อมูลสายทางที่ประสบภัยเหตุให้กับผู้บริหารจนกว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติ
นอกจากนั้นเป็นการดำเนินการหลังน้ำลด ให้ดำเนินการซ่อมแซมเบื้องต้น เพื่อให้ประชาชนสามารถสัญจรไปมาได้ภายใน 7 วัน และดำเนินการสำรวจ ออกแบบ ประมาณราคา พร้อมภาพถ่ายสภาพความเสียหายหลังน้ำลด เพื่อนำเสนอขอการสนับสนุนงบประมาณแก้ไขปัญหาในระยะยาวต่อไป
นายพิศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับสายทางที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยนั้น ได้กำชับให้แขวงทางหลวงชนบทในพื้นที่ดูแลเฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และรายงานข้อมูลให้กับผู้บริหารทราบจนกว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติ อีกทั้งให้บูรณาการกับหน่วยงานในพื้นที่ในการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยอย่างรวดเร็ว ซึ่งปัจจุบันมีสายทางที่ได้รับผลกระทบจำนวน 2 สายทาง ได้แก่ สาย กพ.3042 ช่วง กม.ที่ 18+500 – 20+550 จังหวัดกำแพงเพชร 1 สายทาง และสาย ลย.3011 ช่วง กม.ที่ 0+300 – 0+475 จังหวัดเลย 1 สายทาง โดยสามารถสัญจรผ่านได้ทั้ง 2 สายทาง
ทั้งนี้ กรมทางหลวงชนบทขอความร่วมมือประชาชน “ขับรถช้า เปิดไฟหน้า คาดเข็มขัดนิรภัย” ตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม โปรดระมัดระวังในการใช้รถใช้ถนนเป็นพิเศษ โดยเฉพาะพื้นที่ที่ประสบกับอุทกภัย และโปรดสังเกตป้ายจราจรเตือนระดับน้ำหรือป้ายหลีกเลี่ยงเส้นทาง โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือแจ้งเหตุอุทกภัยได้ที่สายด่วนทางหลวงชนบท 1146 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือสำนักงานทางหลวงชนบท แขวงทางหลวงชนบท ในพื้นที่ ในวันและเวลาราชการ.