ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
02 กรกฎาคม 2560 เวลา 07:53 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/life/life/500969

โดย…วราภรณ์ ภาพ : สุนันท์ ล้อสมทรัพย์
นักปั้นเซรามิกร่างเล็ก บ๋วย-สุวภรณ์ พุทธประสาท เจ้าของธุรกิจเครื่องปั้นดินเผาสไตล์คนรุ่นใหม่ที่มีรูปลักษณ์ทันสมัยฉีกกฎเครื่องปั้นเดินเผาแบบดั้งเดิม แบรนด์ “Cobalt Bleeds Studio” ที่มีความหมายว่า ธาตุสีฟ้า สินค้าทุกชิ้นเป็นงานปั้นมือหมดทุกใบ มีดีไซน์เรียบง่าย ผสานศิลปะและประโยชน์ใช้สอยได้อย่างลงตัว อาชีพที่เธอเลือกเดินเพื่อทำให้ตัวเองสามารถใช้ชีวิตแบบช้าๆ ในแบบฉบับของตัวเอง
สุวภรณ์ เล่าที่มาของธุรกิจให้ฟังว่า เธอคลุกคลีอยู่ในวงการเซรามิกมากว่า 10 ปี เริ่มตั้งแต่การเรียนคณะมัณฑนศิลป์สาขาเซรามิกจากรั้วศิลปากร จนกระทั่งไปศึกษาต่อปริญญาโท ด้านเซรามิก ที่ประเทศอังกฤษเธอใช้ชีวิตหาประสบการณ์อยู่ที่นั่นนาน 10 ปี จึงบินกลับมาเมืองไทยและได้เข้าไปช่วยงานคลินิกของคุณอาคือ สหคลินิกรักษาโรคทั่วไปและรักษาโรคฟัน เธอทำหน้าที่เป็นผู้จัดการทั่วไปอยู่ได้ 4 ปี ความฝันด้านการเป็นนักปั้นเซรามิกเริ่มเด่นชัด เธอจึงหันกลับมาทำงานปั้นอีกครั้ง พร้อมกับความฝันอยากพัฒนางานเซรามิกในเมืองไทยให้เป็นงานศิลปะมากขึ้น

ชีวิตในแบบช้าๆ สไตล์สุวภรณ์
สุวภรณ์เปิดฉากเล่าถึง การใช้ช้าๆ แบบไม่เร่งรีบสไตล์ของเธอคือเธอจะไม่เร่งรีบในการจะใช้ชีวิตโดยเฉพาะกับงานปั้น เธอจะลงมือปั้นสักครั้งหนึ่ง เธอต้องมีจุดมุ่งหมายทำที่แน่นอนผสานกับมีการวางแผนที่ดี
“สโลว์ไลฟ์คือ เราสามารถควบคุมการทำงานของเราได้ในเวลาที่พอเหมาะกับตัวเรา เช่น บ๋วยจะลงมือทำงานปั้นสักชิ้น บ๋วยต้องกำหนดความคิดงานไว้แล้ว และกำหนดการทำงานขั้นตอนจะเป็นอย่างไรต่อไป คือคิดวางแผนให้ได้ก่อนแล้วค่อยลงมือทำหลังจากนั้น บ๋วยจึงรู้ระยะเวลาเสร็จงาน แล้วบ๋วยก็ค่อยๆ ทำไป งานของบ๋วยไม่ได้ขึ้นอยู่กับลูกค้า ลูกค้าไม่ได้กำหนดระยะเวลาให้เรา เรามีเวลาในการสร้างงานของบ๋วยอย่างชัดเจนค่ะ”
แม้ทำงานปั้นเซรามิกแต่เธอก็ยังไปช่วยคุณอาเป็นผู้จัดการทั่วไปสหคลินิกด้วย

“คุณอาเปิดเป็นสหคลินิกคือรักษาทั้งฟันและโรคทั่วไป ส่วนใหญ่บ๋วยดูแลเรื่องเอกสารซึ่งในความคิดเป็นงานไม่สนุก กว่าจะเลิกงานประมาณ 2 ทุ่ม จนบ๋วยรู้สึกโหยหางานเซรามิกของบ๋วย บางจังหวะบ๋วยได้วาดรูป ช่วงเวลาหาแรงบันดาลใจในการทำงานปั้นเป็นช่วงเวลาที่บ๋วยมีความสุขมาก เวลาทำงานประจำว่างๆ บ๋วยชอบวาดรูป เพราะงานเซรามิกถ้าไม่จับเลย มือเราจะแข็ง ตัน คิดงานไม่ออก เราต้องทดลองไปเรื่อยๆ ในงานเซรามิก งานที่จะได้ตามตั้งใจต้องรอตอนเผาเสร็จ”
งานเซรามิก มีขั้นตอนสโลว์ไลฟ์โดยแท้
งานเซรามิกเป็นงานปั้นที่ต้องค่อยๆ ลงมือทำ และต้องอาศัยความใจเย็น เพราะงานอาจไม่สมบูรณ์ในชิ้นแรก ต้องทดลองเคลือบ ทดลองดิน บางครั้งคิดว่าเคลือบด้วยน้ำยาตัวนี้ งานน่าจะออกมาเป็นแบบนี้ แต่จริงๆ แล้วอาจไม่เป็นตามที่คิดก็ได้ เธอจึงต้องทดลองทำใหม่ ด้วยกระบวนการทำให้นักปั้นเซรามิกต้องใจเย็น

“อย่างดิน เราจะสั่งให้มันแข็งทันใจเราก็ไม่ได้ ต้องพักดิน รอดินแห้ง แล้วค่อยเอาไปเผา เสร็จแล้วค่อยเคลือบ เสร็จแล้วต้องผ่านการเผาถึง 2 ครั้ง หรืออาจมีเทคนิคอื่น เช่น อบสีทอง ก็ต้องเผาถึง 3 ครั้ง เหมือนเป็นกระบวนการทางธรรมชาติ ทำให้เรารีบเร่งกับมันไม่ได้ หรือขึ้นดินใจร้อนไม่ได้ ถ้าดินเปียกๆ มากๆ ขึ้นรูปยังไมได้ที่ ยังไงก็ต้องรอ รอให้มันแข็งพอดีในการขึ้นรูปได้ ในกระบวนการเซรามิก บ๋วยก็ต้องใจเย็นกับชีวิตให้ได้ ซึ่งขัดกับนิสัยที่บ๋วยเป็นคนคล่องแคล่วชอบทำอะไรเร็ว แต่ปั้นดิน เร่งรัดไม่ได้ ทำให้บ๋วยต้องค่อยๆ อยู่กับมันแต่ก็มีความสุขนะคะ” จากพื้นฐานเป็นคนใจร้อนและทำงานแบบโปรเฟสชั่นแนลทุกอย่างต้องเสร็จทันเวลาเป๊ะๆ ดังนั้นการปั้นดินจึงสอนให้เธอเป็นคนใจเย็นลง
งานปั้นที่เป็นเอกลักษณ์ของ Cobalt Bleeds Studio เป็นงานเครื่องปั้นดินเผา มีรูปทรงเป็นมินิมอล สัมผัสง่าย และยังมีฟอร์มเป็นภาชนะที่ผสมผสานงานศิลปะเข้าไป มี Texture ที่แตกต่าง และมีส่วนของงานที่เป็นรูปทรง Geometric Form ตามที่เธอชื่นชอบ ใช้เทคนิคความพิเศษเฉพาะไม่เหมือนใคร เช่น งานเทเบิ้ลแวร์ เช่น ชุดน้ำชา ถ้วยกาแฟ ซึ่งตลอดการทำงานเซรามิก 4 ปีผลตอบรับค่อนข้างดี จนเธออยากพัฒนาศิลปะที่ใช้งานเซรามิกเป็นสื่อ
“เมืองไทยคนรู้จักงานเซรามิกแค่เป็นจานชาม แต่ไม่มีใครมองงานเซรามิกเป็นงานศิลปะที่ใช้ขั้นตอนของงานเซรามิกมาสื่อสาร แต่ที่อังกฤษบ๋วยเรียนต่อเซรามิกที่ยูนิเวอร์ซิตี้ ออฟ เวลส์ อินสติติว ออฟ Cardiff ซึ่ง Cardiff เป็นเมืองหลวงของเวลล์ ไปเรียนเพื่อให้บ๋วยได้เปิดกว้างมากขึ้น ซึ่งงานเซรามิกเมืองนอกไปไกลมาก เป็นงานอาร์ตที่สร้างสรรค์ มันมีความเป็นเซรามิกในงานศิลปะ มีมุมมองมากกว่าเมืองไทย บ๋วยได้ไปดูว่าเขาเรียนกันอย่างไร พบว่าแตกต่างจริงๆ จากเมืองไทย เทคนิคเมืองนอกหลากหลายกว่าเรา เมืองนอกยอมรับงานศิลปะมากกว่า คนเสพกันเข้าใจ ธุรกิจเซรามิกดีมากๆ มีงานโชว์นักศึกษาอย่างจริงจัง เวลาบ๋วยทำงานส่งแต่ละครั้ง เขาอยากให้เราแสดงงาน งานนิทรรศการจะทำให้งานได้เจอคน งานของเราได้รับการวิจารณ์จากคนรอบข้าง เพื่อการเติบโต อีกทั้งเราได้เห็นงานของคนอื่น ได้เรียนรู้วิธีคิดงาน ตอนอยู่เมืองไทยบ๋วยทำงานเน้นแรงงานอย่างเดียว ไม่เน้นวิธีคิด พอเรียนที่นั่น เขาให้คิดเยอะๆ คิดให้เป็นกระบวนการ คิดจนอิ่มในความคิดแล้วเราค่อยลงมือทำงาน แล้วงานจะออกมาอย่างไรก็ได้ แต่หากมันตอบโจทย์กับสิ่งที่เราคิดก็โอเคแล้ว คำวิจารณ์ทำให้เรารู้ว่า คนข้างนอกคิดไง เราจะปรับงานเราในแบบไหน ให้คนเข้าใจงานเราหรือเปล่า การทำงานอย่างบ้าพลังไม่ใช่ประเด็น แต่เราต้องใช้สมองคิดเยอะๆ”

เรียนเพียง 2 ปีครึ่ง แต่สุวภรณ์หาประสบการณ์ที่อังกฤษนานถึง 10 ปีเต็ม จึงได้กลับมาทำงานเซรามิกที่รัก
แบ่งเวลากับชีวิตที่เลือกได้
ช่วงเวลา 4 วัน ได้แก่ จันทร์ อังคาร พุธ และอาทิตย์ ที่ได้ทำงานปั้นที่สุวภรณ์โหยหา ทำให้เธอค้นพบความสุขโดยมีกิจวัตรประจำวันคือ เธอมักตื่นช่วง 7 โมงเช้า-8 โมงเช้า มาจิบกาแฟและเริ่มลงมือปั้นตอน 9 โมงเช้า ที่สำคัญคือได้ทำงานในสตูดิโอของตัวเองที่บ้านย่านนครปฐม บรรยากาศก็ร่มรื่น เย็นสบาย ไม่ต้องผจญกับรถติดในเมือง
“พอเริ่มลงมือปั้นตอน 9 โมงก็ปั้นงานไปเรื่อยๆ มีหยุดพักบ้างเวลารู้สึกเหนื่อย ช่วงเที่ยงกินข้าว บ่ายเริ่มทำต่อจนถึง 5 โมง ถ้าไม่มีงานเร่ง ก็หยุดๆ ทำๆ ไป ทำให้รู้สึกไม่เครียดเลย แต่ทำงานกับดินต้องเข้าใจความพร้อมของดิน หากดินแห้งต้องเริ่มเปิดเตาเผาตั้งแต่เช้า ก็ต้องตื่นเช้าหน่อยเพื่อเผาแล้วให้เสร็จภายในหนึ่งวัน ถ้าต้องทำการตกแต่งหลังเคลือบก็จะเป็นช่วงเช้าหน่อย เพราะช่วงเย็นอากาศชื้นการทำงานจะยากขึ้น เพราะระหว่างวันอากาศจะแห้ง การทำงานต้องมีกระบวนการถ้าทำไม่ดี งานจะไม่เป็นไปตามที่คิดเลย” เพราะกระบวนการงานปั้นเซรามิกเป็นธรรมชาติมากๆ

“ผลตอบรับในการปั้นเซรามิกตลอด 5 ปีดีมานะคะ บ๋วยพยายามพัฒนาให้งานเซรามิกเป็นงานศิลปะมากขึ้น”
สุดท้าย ความสุขจากการออกแบบชีวิตตนเองได้ ทำให้เธอรู้สึกดีมาก เพราะเธอทำงานศิลปะทำให้เธอมีเวลาคิดมากขึ้น มีเวลาทดลองกับสิ่งที่เธออยากทำได้มากขึ้น
“จากงานรูทีนทำให้ไม่มีเวลาคิดงานปั้นเลย ได้แค่คิดแต่ไม่มีเวลาลงมือทำเลย แต่ตอนนี้บ๋วยมีเวลาคิด ได้ทดลอง ลงมือทำ เวลาได้จับดินบ๋วยมีความสุขเพราะดินเย็นๆ มันให้ความรู้สึกโล่งใจ บ๋วยชอบนั่งทำงานคนเดียว ชอบนั่งทำงานนิ่งๆ คนเดียว คิดคนเดียว เวลาที่ต้องทำงานที่ต้องเจอผู้คน บ๋วยจะรู้สึกไม่มั่นใจตลอด พอเรากลับมาอยู่กับดิน บ๋วยรู้สึกชิลล์ได้อยู่กับสิ่งที่เราชอบ บ๋วยรู้สึกสุขสงบ สตูดิโอเหมือนเป็นพื้นที่ของบ๋วย ตอนนี้จุดมุ่งหวังของบ๋วยคือ อยากทำสตูดิโออย่างจริงจัง อยากทำพื้นที่งานเซรามิกให้กว้างกว่านี้ คิดว่าน่าจะได้เสียงตอบรับที่ดี เพราะบ้านเรางานคราฟต์งานทำมือกำลังมา อยากให้คนเข้าใจงานศิลปะในแง่เซรามิกมากขึ้นอีกนิด อยากให้เขาเสพเหมือนเป็นงานศิลปะแขนงอื่นๆ ค่ะ”