ผ่าปมไพรมารีโหวตหลอนพรรคการเมือง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

27 มิถุนายน 2560 เวลา 06:38 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/analysis/politic/499995

ผ่าปมไพรมารีโหวตหลอนพรรคการเมือง

โดย…ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

กลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาทันทีสำหรับร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง หลังจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แก้ไขเนื้อหาในหลักการสำคัญ คือ การสรรหาผู้สมัคร สส. หรือการทำไพรมารีโหวต

เดิมทีร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ฉบับที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เสนอให้ สนช.นั้น ได้มีการบัญญัติเรื่องการทำไพรมารีโหวตไว้เช่นกัน แต่เป็นการกำหนดไพรมารีโหวต ในลักษณะที่ไม่เข้มงวดเหมือนกับเวอร์ชั่นที่ สนช.ดำเนินการ แบ่งเป็นทีละประเด็นได้ดังนี้

1.การตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด โดยตัวแทนพรรคการเมืองตามร่างกฎหมายพรรคการเมือง มีความสำคัญตรงที่มีหน้าที่ในการเป็นผู้ดำเนินการจัดให้มีการทำไพรมารีโหวต

ทั้งนี้ มาตรา 35 ว่าด้วยการตั้งตัวแทน พรรคการเมือง กรธ.กำหนดเพียงแค่ให้มีตัวแทนพรรคการเมืองในทุกจังหวัดเท่านั้น แต่ สนช.ได้แก้ไขด้วยการบัญญัติใหม่ลงไปว่าตัวแทนพรรคการเมืองจะต้อง มีในทุกเขตเลือกตั้ง ซึ่งจะเป็นการกำหนดให้มีตัวแทนพรรคการเมืองที่เพิ่มขึ้นจากที่ กรธ.กำหนดเอาไว้ ในประเด็นนี้ทำให้พรรคการเมืองออกมาแสดงความคิดเห็นว่าจะเป็นการสร้างภาระให้กับพรรคการเมืองมากเกินความจำเป็น

2.เงื่อนไขในการส่งผู้สมัครลงเลือกตั้ง สส. ในร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองฉบับแรกที่ กรธ.ส่งให้ สนช. ไม่ได้บัญญัติไว้เป็นสภาพบังคับ

กรธ.กำหนดไว้ในมาตรา 47 ว่าพรรคการเมืองที่จะส่งผู้สมัคร สส.ในเขตเลือกตั้งใด ให้รับฟังความคิดเห็นจากสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย

ทว่า สนช.ได้แก้ไขโดยเพิ่มเติมสภาพบังคับลงไปว่าการส่งผู้สมัคร สส.ในเขตเลือกตั้งใด พรรคการเมืองต้องส่งผู้สมัครที่ได้รับเลือกจากสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด

การกำหนดเช่นนี้ของ สนช.ส่งผลให้แม้แต่ กรธ.เองก็ออกมาแสดงความ ไม่เห็นด้วย เพราะการบัญญัติในลักษณะดังกล่าวอาจทำให้เกิดปัญหาหลายประการ เช่น หากพรรคการเมืองใดไม่ได้ทำไพรมารีโหวตในเขตนั้น ก็ไม่อาจส่งผู้สมัคร สส.ในเขตดังกล่าวได้ หรือในกรณีที่ผู้ที่ผ่านการทำไพรมารีโหวต และต่อมาเกิดเหตุที่กระทบคุณสมบัติอย่างเสียชีวิต หรือมีความผิดฐานทุจริตเลือกตั้ง อาจทำให้พรรคการเมืองไม่สามารถส่งผู้สมัครคนใหม่แทนได้ เป็นต้น

3.กระบวนการทำไพรมารีโหวตเป็นบทบัญญัติที่อยู่ในมาตรา 49 และมาตรา 49/1 และมาตรา 49/2 ซึ่งเนื้อหาที่ สนช.แก้ไขนั้น ทำให้เนื้อหาในส่วนนี้แตกต่างไปจากร่างกฎหมายพรรคการเมืองฉบับที่ กรธ.เสนอมายัง สนช.ตอนแรกอย่างสิ้นเชิง

ร่างกฎหมายพรรคการเมืองเวอร์ชั่นแรกที่ กรธ.ส่งมาให้ สนช.จะมีเพียงแค่มาตรา 49 ที่กำหนดว่าการส่งผู้สมัครเลือกตั้ง สส.ระบบแบ่งเขตเลือกตั้งและบัญชีรายชื่อ ให้เป็นหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคการเมืองในการพิจารณา และเสนอคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองให้ความเห็นชอบ

ตรงกับข้ามกับเนื้อหาที่ สนช.แก้ไข เพราะนอกจากแก้ไขแล้ว สนช.ยังได้เพิ่มเนื้อหาเข้าไปอีกด้วย ได้แก่ มาตรา 49/1 และมาตรา 49/2

มาตรา 49/1 ว่าด้วยการทำไพรมารี โหวตเพื่อหาผู้สมัคร สส.ระบบแบ่งเขตเลือกตั้ง โดยกำหนดให้มีการประชุมสาขาพรรคการเมืองที่มีสมาชิกไม่น้อยกว่า 100 คน หรือประชุมตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดที่มีสมาชิกไม่น้อยกว่า 50 คน เพื่อให้สมาชิกพรรคการเมืองมาลงคะแนนเพื่อเลือกบุคคลเป็นผู้สมัคร สส.

มาตรา 49/2 ว่าด้วยการทำไพรมารีโหวตเพื่อหาผู้สมัคร สส.ระบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งต้องคำนึงถึงผู้สมัครรับเลือกตั้งจาก ภูมิภาคต่างๆ และความเท่าเทียมระหว่างชายและหญิง จากนั้นหัวหน้าจากพรรคการเมือง หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดจัดการประชุมเพื่อให้สมาชิกลงคะแนนเลือกบุคคลในบัญชีรายชื่อ

เมื่อได้รายชื่อผู้ที่ผ่านการทำ ไพรมารีโหวตแล้ว จะต้องดำเนินการ ส่งให้คณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองรับรองต่อไป

ในประเด็นนี้ สนช.มองว่าจะทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมกับพรรคการเมืองอย่างแท้จริงด้วยการให้ประชาชนมีสิทธิเลือกผู้สมัคร สส. เพื่อสะท้อนความเป็นตัวแทนของตนในพื้นที่ของตนเอง ไม่ใช่ไปผูกอยู่กับการตัดสินใจของคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองเพียงอย่างเดียวเหมือนในอดีต

แต่กระนั้น ในมุมมองของ กรธ.และพรรคการเมือง กลับเห็นแตกต่างกับ สนช.อย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะท่าทีของฝ่ายการเมือง เพราะมองว่าจะทำให้เกิดกระบวนการจัดตั้งตั้งแต่ระดับการทำไพรมารีโหวตที่อาจนำไปสู่การซื้อเสียง ซึ่งที่สุดแล้วก็จะไม่ได้บุคคลที่เป็นตัวแทนของประชาชนอย่างแท้จริง

ที่สุดแล้ว หากพรรคการเมืองไม่อาจหาข้อยุติได้ ก็ต้องนำไปสู่การตั้งคณะกรรมาธิการร่วม และคงได้มีการเปิดศึกระหว่างพรรคการเมืองและแม่น้ำ 5 สายอีกครั้ง

 

Leave a comment